บพข. ยกนิ้ว! “สเปรย์พ่นจมูกยับยั้งเชื้อโควิด-19” ต่อยอดงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง สร้างมูลค่าทางธุรกิจ นวัตกรรมฝีมือคนไทย ครั้งแรกของโลก

นับตั้งแต่เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (“COVID-19”) ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ เมื่อเดือนธันวาคม 2562 มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย แม้จะมีแนวโน้มคลี่คลายดีขึ้น แต่โควิด-19 ก็ยังคงเป็นโรคที่ติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง


ล่าสุด 6 หน่วยงานหลัก ได้ร่วมกัน เปิดตัวผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งโควิด-19 ทางกายภาพ ครั้งแรกของไทย ภายใต้แบรนด์ เวลล์ โควิแทรป แอนติ-โคฟ นาซาล สเปรย์ (Vaill CoviTRAP Anti-CoV Nasal Spray) โดยได้ขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรียบร้อยแล้ว เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565 ที่ร้านยาองค์การเภสัชกรรม สาขาราชเทวี และเครือข่ายภาคี เช่น สถานพยาบาล The Senizens, และ สถานพยาบาล Panacura
ผลงานชิ้นโบว์แดงจากการประสานความร่วมมือไตรภาคี (Triple Helix) หรือการเชื่อมโยงหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษาในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยี โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยศิลปากร ผ่านการสนับสนุนงานวิจัยโดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และส่งต่องานวิจัยมายังหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จนผลิตภัณฑ์ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับการผลิตในเชิงพาณิชย์โดยองค์การเภสัชกรรม โดยได้ภาคเอกชนคือ บริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด เป็นผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีและดำเนินการจนประสบความสำเร็จ
ถือเป็นความสามารถของนักวิจัยไทย รวมถึงความร่วมมืออันเข้มแข็งของสถาบันการศึกษากับภาคเอกชน ที่ได้ผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จนเป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติ
นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล
นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นวัตกรรมการพัฒนาแอนติบอดีที่มีคุณสมบัติดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก พัฒนาโดยทีมนักวิจัย นำโดย นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้รายละเอียดว่า คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้พัฒนานวัตกรรมแอนติบอดียับยั้งเชื้อโควิด-19 บริเวณโพรงจมูก โดยร่วมมือกับ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร พัฒนาสูตรเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูกได้เป็นผลสำเร็จเป็นเจ้าแรก จากนั้นได้มอบสิทธิบัตรให้กับบริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด ซึ่งขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และนำสูตรงานวิจัยดังกล่าวไปร่วมกับองค์การเภสัชกรรม ผลิตเป็นสินค้าเพื่อวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม การจะผลิตสินค้าออกมาจำหน่ายได้ จะต้องทำการทดสอบพิสูจน์ตามมาตรฐานของ อย. โดยการพิสูจน์จะต้องมีการวิจัยในมนุษย์ บริษัทฯจึงทำโครงการขอทุนวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เพื่อทำการวิจัยในมนุษย์
“บพข. ซึ่งเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนในการทดสอบ ‘การวิจัยในมนุษย์’ เพื่อให้ได้รับการขึ้นทะเบียน อย. ด่านสุดท้ายของการออกผลิตภัณฑ์สู่เชิงพาณิชย์ ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้ทุนวิจัยเท่านั้น แต่ยังได้เข้ามาให้มุมมองในเชิงเทคนิค การค้า ร่วมถึงเครือข่ายต่างๆ ที่ส่งเสริมผลักดันให้งานวิจัยลงจากหิ้งได้สำเร็จ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมาตรฐานสากล” ซึ่งการนำแอนติบอดีมาใส่ในสเปรย์พ่นจมูกและเป็นเครื่องมือมือแพทย์ ผ่านการพิสูจน์จนได้รับการขึ้นทะเบียนของ อย. ประเทศไทยถือเป็นที่แรกของโลก ในต่างประเทศอย่างอเมริกา หรือ ยุโรป มีความคิดแต่ยังไม่ได้ทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนเพื่อจำหน่ายในเชิงพาณิชย์
Vaill CoviTRAP
หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หรือ บพข. โดยกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้สนับสนุนทุนวิจัยสำหรับการทดลองสเปรย์พ่นจมูกยับยั้งเชื้อโควิด-19 ขั้นสุดท้ายในมนุษย์ เพื่อทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสเปรย์พ่นจมูก โดยทำการศึกษาแบบ double-blind, randomized, placebo-controlled trial ในอาสาสมัครที่มีสุขภาพดี จำนวน 36 คน ทำการสุ่มอาสาสมัครจำนวน 27 คนให้ใช้ผลิตภัณฑ์ Vaill CoviTRAP เปรียบเทียบกับกลุ่ม placebo ที่ได้รับ normal saline spray จำนวน 9 คน โดยทั้งสองกลุ่มให้พ่นสเปรย์ 2 พ่นต่อรูจมูก จำนวน 3 ครั้งต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน 7 วัน และทำการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์
โครงการวิจัยนี้มีชื่อว่า “การทดลองแบบสุ่มโดยปกปิดข้อมูลทั้ง 2 ทาง โดยให้ยาจริงและยาหลอก เพื่อประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสเปรย์พ่นจมูกไฮโปรเมลโลสที่มีส่วนประกอบของค็อกเทลแอนจิบอดีต้านซาร์โควี-2 ในอาสาสมัครที่มีสุขภาพดี” มี นท.พญ.ภาพร ประสิทธิ์ดำรง เป็นหัวหน้าโครงการ โดยมีแนวความคิดว่าการเกิดขึ้นของการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ที่ลุกลามส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อโรคที่กระจายอยู่ในอากาศ กลายเป็นปัญหาโลกที่ต้องใช้มาตรการเพิ่มเติมนอกเหนือจากวัคซีนเพื่อหลีกเลี่ยงการลุกลามของเชื้อ

สเปรย์พ่นจมูก

จุดเริ่มต้นของ SARS-CoV-2 ในร่างกายของเราคือผ่านทางเยื่อบุผิวจมูก ดังนั้นระบบป้องกันเฉพาะที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิคุ้มกันที่อาศัยแอนติบอดีที่เยื่อบุผิวจมูกมีความสำคัญต่อการป้องกันโควิด-19 ซึ่งการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มักจะรักษาแอนติบอดีในโพรงจมูกให้เพียงพอในช่วงเวลาสั้นๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์การส่งเสริมซ้ำเพื่อควบคุมอัตราการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ที่ลุกลาม โดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่ๆ เช่น โอมิครอน ที่มีการหลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกันของวัคซีน
Vaill CoviTRAP เป็นนวัตกรรมในสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้กับเยื่อบุโพรงจมูก ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันทางกายภาพเพื่อป้องกันไม่ให้ SARS-CoV-2 เข้าไปในเยื่อบุโพรงจมูก สามารถช่วยเหลือระบบป้องกันตนเองในเยื่อบุโพรงจมูกได้ทันที เพื่อหยุดการแพร่ระบาด ถือเป็นเครื่องมือสำคัญช่วยเสริมกลยุทธ์ป้องกันโควิด-19 อื่นๆ เช่น การฉีดวัคซีน การเว้นระยะห่างทางสังคม และ การสวมหน้ากากอนามัย
งานวิจัยดังกล่าวชี้ชัดว่า การทำงานของสิ่งกีดขวางทางกายภาพ (Physical barrier) ของผลิตภัณฑ์นี้มาจากคุณสมบัติ 2 ประการคือ 1) การก่อตัวของสิ่งกีดขวาง steric ที่ผิวเซลล์โดยอนุพันธ์เซลลูโลสที่เหนียวเหนอะหนะ HPMC และ 2) การดักจับอานุภาคไวรัส SARS-CoV-2 ผ่านการต่อต้าน SARS-CoV-2 โดยค็อกเทลโมโนโคลนอล 2 ชนิดที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในหลอดทดลองว่าสามารถสกัดกั้น VOCs SARS-CoV-2 ที่สำคัญทั้งหมด รวมทั้ง เดลต้า และ โอมิครอน ไม่ให้เข้าสู่เซลล์ องค์ประกอบเหล่านี้เป็นโมเลกุลขนาดใหญ่ที่คงอยู่ในน้ำมูกบริเวณจมูกเท่านั้น เพื่อไม่ให้เข้าสู่ระบบไหลเวียน จึงเป็นการป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้ามาในพื้นที่ผ่านกลไกการกีดขวางทางกายภาพ เป็นจุดเริ่มต้นในการสกัด SARS-CoV-2 เข้าสู่ร่างกาย สามารถใช้ได้หลายครั้งในรูจมูกทั้งสองข้าง โดยบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

สเปรย์พ่นจมูก

ในงานวิจัยยังชี้ให้เห็นถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นอย่างเด่นชัดว่า กลไกของสเปรย์แอนติบอดีพ่นจมูกมีคุณสมบัติยังยั้งเชื้อโควิด-19 คือการสร้าง Physical barrier ที่ยับยั้งการเกาะและการเข้าเซลล์เยื่อบุโพรงจมูกของเชื้อ SARS-CoV-2 โดยมีสารออกฤทธิ์สำคัญ 2 ตัว ได้แก่
1) สาร Hydroxypropyl Methylcellulose-HPMC ซึ่งทำให้ขั้น mucus layer บนเยื่อบุโพรงจมูกมีความหนืด (viscous) ช่วยลดการเคลื่อนที่ของเชื้อ SARS-CoV-2 ไม่ให้เข้าไปถึงและเกาะกับโปรตีน ACE2 บนผิวเซลล์เยื่อบุโพรงจมูก
2) แอนติบอดีต่อโปรตีน RBD ของเชื้อ SARS-CoV-2 สามารถยับยั้งไม่ให้เชื้อ SARS-CoV-2 จับกับโปรตีน ACE2 บนผิวเซล์เยื่อบุโพรงจมูก
โดยผลการทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสเปรย์พ่นจมูก Vaill CoviTRAP ได้ถูกยื่นขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เป็นเครื่องมือแพทย์ประเภทที่ 4 กับสำนักงานอาหารและยา (อย.) และได้รับการอนุมัติให้วางจำหน่ายได้
นพ.นพพร ชื่นกลิ่น
นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าวในฐานะประธานเปิดตัวผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูกเพื่อยับยั้งเชื้อโควิด-19 ว่า แม้ปัจจุบันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะมีแนวโน้มคลี่คลายดีขึ้น แต่ก็ยังคงเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง จากสถานการณ์นี้ ทีมวิจัยของไทยจากภาครัฐ และเอกชน จึงได้ร่วมกันดำเนินงานวิจัย พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาวัคซีน, ชุดตรวจเชื้อ, เครื่องช่วยหายใจ, รวมถึงการพัฒนาแอนติบอดีที่มีคุณสมบัติดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบในรูปแบบของสเปรย์สำหรับพ่นจมูก  ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งของประเทศไทยที่จะปรากฎสู่สายตาชาวโลก เพื่อร่วมมือร่วมใจกันให้ประเทศไทยก้าวพ้นสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ครั้งนี้ไปได้จนประสบผลสำเร็จและสามารถยื่นจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อย โดยถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ไปสู่ภาคเอกชน เพื่อนำไปต่อยอดในการทำการวิจัย สร้างเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมช่วยยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้ในที่สุด
“ผมขอชื่นชมในความสำเร็จของนวัตกรรมสเปรย์พ่นจมูกเพื่อยับยั้งเชื้อโควิด-19 นี้ ที่มีคุณสมบัติดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพบริเวณโพรงจมูก ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของ 6 ภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน ที่ได้ร่วมมือกันพัฒนานวัตกรรมไทยสู่ระดับโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข พร้อมส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงในระบบสุขภาพของประเทศ ผลิตภัณฑ์นี้นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของประชาชนที่จะช่วยในการยับยั้งการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยนวัตกรรมสุขภาพต้นแบบในการขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพคนไทย และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนสนับสนุนให้เกิดการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนไทยมากยิ่งขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพของประเทศไทย”

ผอ.สวรส. ยังกล่าวถึงการสนับสนุนทุนวิจัยของ บพข.ว่า ถือเป็นหน่วยงานที่สร้างศักยภาพการแข่งขันของไทยในเวทีโลกอย่างแท้จริง ถ้าไม่มีหน่วยงานอย่าง บพข. งานวิจัยดีๆ คงไม่ได้รับการพัฒนาต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสทั้งการสร้างนวัตกรรมแข่งขันกับนานาประเทศและสูญเสียศักยภาพการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวม บพข. จึงถือเป็นที่พึ่งให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ที่มีงานวิจัยดีๆ ได้มีโอกาสนำงานวิจัยเหล่านั้นมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าในเชิงธุรกิจ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่ประชาชนก็จะได้ใช้ของดีในราคาที่จับต้องได้
นางวรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด (ปัจจุบันเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนเชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS ผู้พัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ) กล่าวว่า จากความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน จนสามารถต่อยอดงานวิจัยอันเป็นนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เวลล์ โควิแทรป แอนติ-โคฟ นาซอล สเปรย์ (VAIIL COVITRAP Anti-Cov Nasal Spray) ซึ่งเป็นนวัตกรรมของคนไทย เพื่อคนไทยอย่างแท้จริง “นี่คือความภูมิใจของคนไทย นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สเปรย์พ่นจมูกเพื่อยับยั้งเชื้อโควิด-19 ทางกายภาพ เวลล์ โควิแทรป ถือเป็นครั้งแรกของไทยที่พร้อมสู่สายตาชาวโลก”

นวัตกรรมทางการแพทย์สเปรย์พ่นจมูกดักจับและยับยั้งเชื้อโควิด-19 เกิดจากความร่วมมือของ 6 ภาคีภาครัฐและเอกชน คือ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปากร, สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.), องค์การเภสัชกรรม, หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ บริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด ซึ่งประโยชน์ของสเปรย์พ่นจมูกยับยั้งเชื้อโควิด-19 ที่จะมีต่อสังคมและประชาชนทั่วไปคือสามารถเข้าถึงการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิดได้ง่ายด้วยตนเอง ราคาเข้าถึงได้ ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ พกพาสะดวก ง่ายในการเก็บรักษา และช่วยลดอัตราการติดเชื้อโควิดของประชาชน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล ซึ่งมีโอกาสได้รับเชื้อโควิดจากผู้ป่วยที่มารักษา เนื่องจากจุดเริ่มต้นของโควิด-19 ในร่างกายคือผ่านทางเยื่อบุผิวจมูก ดังนั้นระบบป้องกันเฉพาะที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิคุ้มกันที่อาศัยแอนติบอดีที่เยื่อบุผิวจมูกมีความสำคัญต่อการป้องกันโควิด-19 ถือเป็นนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของไทยและของโลก