โลกสะเทือนเลือนลั่นอีกครั้ง เมื่อ “อีลอน มัสก์” อภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเทสลาและสเปซเอ็กซ์แนะนำให้ไต้หวันเป็น “เขตบริหารพิเศษ” ของจีน คล้ายกับฮ่องกง โดยเขาแนะนำในการให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ล่าสุดว่าไทเปควรปล่อยให้ปักกิ่งควบคุมเกาะไต้หวันบางส่วนและเชื่อว่าความขัดแย้งในไต้หวันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สามารถแก้ไขได้โดยมอบอำนาจควบคุมไต้หวันบางส่วนให้กับปักกิ่ง

“คำแนะนำของผมคือไต้หวันควรเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน คล้ายกับฮ่องกง อาจจะไม่ทำให้ทุกคนมีความสุข แต่มันเป็นไปได้ และผมคิดว่าที่จริงแล้ว พวกเขาอาจมีข้อตกลงที่ผ่อนปรนกว่าฮ่องกง” อีลอน มัสก์ อภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่มั่งคั่งที่สุดในโลก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Tesla และ SpaceX
เขาให้คำแนะนำนี้เมื่อถูกยิงคำถามโดยผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์หัวนี้เกี่ยวกับประเทศจีน ซึ่งบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาของเขามีโรงงานขนาดใหญ่ (Gigafactory) ในเซี่ยงไฮ้ที่เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม 2562 เป็นโรงงานเทสลาแห่งแรกที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐอเมริกา
โดยเทสลาลงทุนในโรงงานแห่งนี้มากถึง 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเซี่ยงไฮ้ และมีกำลังการผลิต 500,000 คันต่อปี คิดเป็นสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกของเทสลาในปีที่แล้ว และการผลิตที่โรงงานในเซี่ยงไฮ้จะช่วยให้เทสลาลดต้นทุนและราคาได้อย่างมาก ทำให้มีความได้เปรียบมากขึ้นในการแข่งขันในตลาดอีวีที่กำลังร้อนแรง

นอกจากนี้ เทสลายังได้เจาะตลาดรถยนต์ไฟฟ้ากระแสหลักที่กำลังเติบโตของจีน และสร้างเครือข่ายการชาร์จที่ครอบคลุมเมืองส่วนใหญ่ในภูมิภาคที่พัฒนาแล้วของประเทศ เช่น สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีทางตะวันออกของจีนและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ลทางตอนใต้ เป็นต้น
นั่นหมายความว่าอีลอน มัสก์ ต้องพึ่งพาจีนเป็นอย่างมากในการเติบโตและปกป้องส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่ง และยิ่งจีนเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยแล้ว จึงไม่แปลกใจว่าเหตุใดความคิดเห็นของเขากรณีข้อพิพาทนี้จึงเอนเอียงไปทางแผ่นดินใหญ่อย่างชัดเจน
พึงทราบว่าจีนเป็นประเทศที่มียอดขายเทสลามากเป็นอันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา โดยเทสลาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศจีนได้ทั้งหมด 319,102 คัน ในปี 2564 เฉพาะยอดขายเทสลาโมเดล 3 ในประเทศจีนมีจำนวน 30,102 คันเพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับยอดขายของเทสลารุ่นนี้ในประเทศจีนเมื่อปี 2563
ล่าสุดเมื่อต้นปี 2565 ที่ผ่านมา เทสลาได้ประกาศการลงทุนครั้งใหม่เพื่อขยายการผลิตที่ Gigafactory เซี่ยงไฮ้ เพื่อบรรลุเป้าหมายกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 1 ล้านคันต่อปีที่โรงงานแห่งนี้ ขณะที่ปัจจุบันกำลังการผลิตในจีนก็ได้แซงหน้าโรงงานฟรีมอนต์ของเทลสาซึ่งตั้งอยู่ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับขึ้นแท่นกลายเป็นศูนย์กลางการส่งออกหลักแห่งใหม่ของเทสลา
ขณะเดียวกัน คำแนะนำของเขาที่สร้างแรงกระเพื่อมไปยังช่องแคบไต้หวันนี้ ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายแต่อย่างใด เมื่อพิจารณาถึงสายสัมพันธ์ของอีลอน มัสก์กับทางการจีนที่นับว่าค่อนข่างแน่นแฟ้นเป็นอย่างมาก เพราะโรงงานของเทสลาในเซี่ยงไฮ้ เป็นโรงงานแห่งแรกที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายใหม่ของรัฐบาลสี จิ้นผิง ที่อนุญาตให้ผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติตั้งบริษัทในจีนโดยผู้ผลิตเป็นเจ้าของทั้งหมด นอกจากนี้ เทสลาได้รับการคัดเลือกจากทางการเซี่ยงไฮ้ให้เป็นหนึ่งใน 600 ธุรกิจ ที่สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้อีกครั้งในช่วงล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าอีลอน มัสก์ มักจะวิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายและการทำหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐอเมริกาอย่างเปิดเผย แต่เขากลับนิ่งเงียบในประเด็นที่อ่อนไหวต่อผู้นำของจีน ขณะที่ทั้งในทวิตเตอร์และในการให้สัมภาษณ์สื่อ เขามักจะกล่าวยกย่องจีนเรื่องการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ผมคิดว่าเศรษฐกิจจีนสามารถทำได้ดีมากในทศวรรษหน้า และจะกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก” อีลอน มัสก์ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์กลางของประเทศจีนเมื่อปีที่แล้ว
ไม่เพียงเท่านี้ เทสลายังได้รับเงินกู้ประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากธนาคารจีนเพื่อเป็นเงินทุนในโครงการพัฒนาต่างๆ ของเทสลาในจีน และยังได้รับเงินลงทุน 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก Tencent ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของจีนอีกด้วย
เมื่อเดือนธันวาคม 2564 อีลอน มัสก์ยังได้สนับสนุนรัฐบาลจีนแบบออกหน้าออกตา สวนกระแสการประณามของชาติตะวันตกที่นำโดยสหรัฐอเมริกาที่พยายามป้ายสีและสร้างภาพว่าจีนเป็นประเทศที่คุกคามและลิดรอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ด้วยการประกาศว่าเทสลาได้เปิดโชว์รูมในเขตปกครองตนเองซินเจียง ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของจีน

เขตปกครองตนเองซินเจียงนี่เองที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าชาวอุยกูร์และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ กว่า 1 ล้านคนถูกจำคุก และรัฐบาลสหรัฐอเมริการะบุว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ขณะที่บริษัทตะวันตกอื่นๆ ให้คำมั่นที่จะหยุดการจัดหาวัตถุดิบในการผลิตจากซินเจียง และความเคลื่อนไหวของเทสลาเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดนลงนามในกฎหมายจำกัดการนำเข้าจากพื้นที่นี้
นอกจากคำแนะนำที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนี้ อีลอน มัสก์ยังเตือนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างจีนกับไต้หวันว่าไม่เพียงแต่จะส่งผลเสียกับ Tesla เท่านั้น แต่ยังรวมถึงแอปเปิลผู้ผลิตไอโฟน เช่นเดียวกับเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ซึ่งเขาคาดว่าจะได้รับผลกระทบและดิ่งลงถึง 30%
เขายังกล่าวอีกว่าจีนได้ขอคำรับรองจากเขาว่าจะไม่ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ที่ให้บริการโดย SpaceX ของเขาในประเทศจีน และเขายังกล่าวอีกว่าปักกิ่งได้แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการให้บริการ Starlink ในยูเครนเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อช่วยกองทัพของเซเลนสกี้หลีกเลี่ยงการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตของรัสเซีย

ขณะที่สื่อทางการของจีนรายงานว่า SpaceX ไม่มีแผนที่จะยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการนี้ในจีน เนื่องจากบริการอินเทอร์เน็ตในประเทศจีนจะให้บริการผ่านผู้ให้บริการของรัฐเท่านั้น และการเข้าถึงจะถูกเซ็นเซอร์อย่างเข้มงวด
ว่ากันถึง “เขตปกครองพิเศษ” จีนใช้คำว่า “เขตบริหารพิเศษ” (Special Administrative Regions: SARs) เป็นเขตการปกครองพิเศษภายใต้นโยบาย “หนึ่งประเทศสองระบบ” (One Country Two Systems) ปัจจุบันมี 2 แห่ง คือ “ฮ่องกง” ที่ได้คืนมาจากอังกฤษ ในปี 2540 และ “มาเก๊า” ที่ได้คืนมาจากโปรตุเกสในปี 2542 ขณะที่จีนถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลที่ 23 ของจีน
ที่มา:
- Elon Musk suggests making Taiwan a ‘special administrative zone’ similar to Hong Kong
- Tesla breaks ground on gigafactory in Shanghai











