ประเทศไทยตั้งอยู่กลางภูมิภาคอาเซียน-เชื่อมมหาสมุทร 2 ฝากฝั่ง ดำรงอิสรภาพ-บูรณภาพเหนือดินแดนมายาวนาน ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นใคร! มีพัฒนาการเติบโตและมีสัมพันธภาพเป็นมิตรกับทุกประเทศ จัดวาง-จัดการตัวเองทางภูมิรัฐศาสตร์แบบโอนอ่อนผ่อนตามความเปลี่ยนแปลง-เลื่อนไหลของอำนาจการเมืองโลกในแบบของการเป็นประเทศเล็กๆ ที่เน้นมิตรภาพ ความอยู่รอด และผลประโยชน์ที่พึงมี-พึงได้ มีจุดยืนในแบบที่เป็นตัวของตัวเองมาโดยตลอด
นโยบายการต่างประเทศของประเทศไทยเช่นนี้เป็นที่รับรู้ของชาวโลกมาโดยตลอด การจัดการภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นตัวของตัวเอง-ที่โอนอ่อนผ่อนตามผลประโยชน์และสัมพันธภาพที่ดีต่อประชาคมโลก เป็นการจัดวางทางภูมิรัฐศาสตร์ในกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลง-ผันผวนที่ต้องอดทน-อดกลั้น-ไม่รุกรานใคร-ไม่พยายามเป็นศัตรูกับประเทศใดๆเป็นวิถีทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทย
วันนี้ภูมิรัฐศาสตร์โลกยุคใหม่ได้ทำให้เกิดการดุล-คานอำนาจ ก่อรูปเป็น 2 ขั้วอำนาจ-ไม่ใช่อำนาจเดียวที่อเมริกาเคยครอบครองผ่านมา ไทยจึงต้องยึดมั่นหลักภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นตัวของตัวเอง พยายามตระหนักที่จะไม่ขัดแย้ง-บาดหมางกับประเทศมหาอำนาจ แม้จะเผชิญแรงบีบคั้นจากสหรัฐอเมริกาหนักตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา! ถึงขนาด โจ ไบเดน ไม่เข้าร่วมประชุมเอเปคด้วยเหตุผลที่ดูจะเหยียดๆ ที่ว่า “ติดภารกิจในครอบครัว”!

เมื่อเข้าร่วมการประชุมของสหประชาชาติ-ที่จะลงมติประณามรัสเซียที่ผ่านมา ประเทศไทยมีมติงดออกเสียง! ซึ่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ “สุริยา จินดาวงษ์” ได้แจงเหตุผลในกรณีนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า
“…ในฐานะประเทศขนาดเล็กที่มีอำนาจอธิปไตย ประเทศไทยยึดถือกฎบัตรของสหประชาชาติและกฎหมายประเทศเป็นสำคัญเสมือนแนวป้องกันสุดท้าย ไทยยังยึดถือโดยชัดแจ้งต่อหลักการเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐต่างๆ ตามหลักของกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ
ประเทศไทยยึดถือนโยบายมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องว่าจะคัดค้านการข่มขู่คุกคามหรือการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐหนึ่งรัฐใด และการใช้กำลังผนวกดินแดนของรัฐต่างๆ ตามกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ
ประเทศไทยเลือกที่จะงดออกเสียงลงคะแนนต่อข้อมติ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงบรรยากาศและมีสถานการณ์ขึ้นลงอย่างรุนแรง นับเป็นการด้อยค่าต่อโอกาสที่การทูตจะยังผลให้เกิดการเจรจาข้อมติที่สันติและปฏิบัติได้จริง เพื่อแก้ไขความขัดแย้งซึ่งอาจพลิกให้โลกไปสู่ความเสี่ยงของสงครามนิวเคลียร์และการพังทลายของเศรษฐกิจโลก
ประเทศไทยมีความห่วงกังวลอย่างแท้จริงต่อการแบ่งแยกขั้วทางการเมืองที่สูงขึ้นในหลักการระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เกิดผลในทางลบต่อวิธีการและแนวทางการยุติสงครามการประณามนั้น ทั้งยังยั่วยุให้เกิดความขัดขืนและลดถอนโอกาสของการมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์เป็นอย่างยิ่ง
ประเทศไทยโศกเศร้าเสียใจกับการทำลายล้างทั้งทางกายภาพทางสังคมและทางมนุษยธรรมของยูเครน ตลอดจนความยากลำบากที่รุนแรงซึ่งประชาชนชาวยูเครนต้องทนทุกข์ทรมาน
ไทยจึงต้องการเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายในโศกนาฏกรรมในยูเครนนี้ จะต้องลดความขัดแย้งและความรุนแรงทั้งพยายามเสาะหาสันติวิธีเพื่อจัดการกับความไม่ลงรอยโดยอิงกับความเป็นจริงที่ปฏิบัติได้และข้อห่วงกังวลจากทุกฝ่าย
ความมั่นคงของมนุษย์และสิทธิในการมีชีวิตนั้นเป็นเสาหลักที่สำคัญในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ข้อ 3) และถึงทุกวันนี้สิทธิดังกล่าวได้ถูกพรากจากชาวยูเครนและประชาชนอีกหลายล้านคนทั่วโลก
มันจึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบสูงสุดขององค์กร ที่ได้รับความเคารพสูงสุดแห่งนี้ในการนำสันติภาพและความปกติสุขของชีวิตกลับมาสู่ชาวยูเครน ไม่ใช่โดยการใช้ความรุนแรงแต่ด้วยกลไกทางการทูตเท่านั้นที่สามารถนำสันติสุข กลับมาได้จริงและโดยถาวร…”
หลักแห่งการตัดสินใจในการลงมติการประชุมสหประชาชาติกรณีนี้ของประเทศเล็กๆ อย่างประเทศไทยที่นำมาถ่ายทอดนี้ ต้องถือเป็นคำประกาศที่ยึดมั่นในเส้นทางการประสานสร้างสัมพันธภาพกับประชาคมโลก ที่ไม่ดูถูกเหยียดย้ำรุกรานใครและไม่ยอมจำนนกับแรงกดดันใดๆ อย่างเด่นชัด! เป็นการจัดวางตำแหน่งที่ของตัวเองในการธำรงความยุติธรรมที่มั่นคงและเคารพต่อมิตรภาพที่พึงมีกับประชาคมโลกโดยรวมทุกฟากฝั่ง ซึ่งการจัดวางตำแหน่งแห่งที่ในทิศทางนี้นี่แหละ ที่ทำประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางภูมิภาคอาเซียน สามารถดูแลตัวเองได้โดยไม่ต้องเป็นเมืองขึ้นของใคร
นับเป็นเกียรติยศศักดิ์ศรีของประเทศที่น่าชื่นชมยกย่องยิ่ง นี่คือยุทธศาสตร์ที่เป็นตัวของตัวเองในการขับเคลื่อนภูมิรัฐศาสตร์ที่รู้จักประวัติศาสตร์ของตัวเอง-มุ่งรักษาสัมพันธภาพกับทุกประเทศ ไม่รุกรานก้าวร้าวใคร ยึดหลักความเป็นธรรมแบบของตัวเอง ที่ไม่ก้าวก่ายบูรณภาพเหนือดินแดนประเทศใด!

เรื่อง : Apichartology












