เปิดเบื้องหลัง C919 เส้นทางสู่เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ลำแรกที่พัฒนาโดยจีน เพื่อช่วงชิงอำนาจในอุตสาหกรรมผลิตเครื่องบินพาณิชย์โลก

บนสนามนอกศูนย์การผลิตเครื่องบินเซี่ยงไฮ้ของบริษัทบริษัทอากาศยานพาณิชย์แห่งประเทศจีน (Commercial Aircraft Corporation of China: COMAC) มีเครื่องบิน 2 ลำ ได้แก่ เครื่องบิน Y-10 และ MD-82 มันถูกจอดอยู่ที่นั่นมานานกว่า 30 ปีแล้ว และถึงแม้ว่าจะไม่สามารถทำการบินได้อีกต่อไปแล้ว แต่ทั้งคู่ยังคงมีความสำคัญอย่างมากต่อภาคการบินของจีน เนื่องจากได้วางรากฐานไปสู่การพัฒนาของ C919 เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ลำแรกที่พัฒนาโดยจีน เพื่อต่อกรกับแอร์บัส A320 ของฝั่งยุโรป และโบอิ้ง 737 MAX ของสหรัฐอเมริกา


เครื่องบินโดยสาร C919
C919 เป็นเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ลำแรกของจีน เป็นก้าวสำคัญของแผ่นดินใหญ่ในการแสวงหาเครื่องบินพลเรือนที่ออกแบบและผลิตในประเทศ
เครื่องบินประเภทดังกล่าวซึ่งกำลังพยายามแข่งขันกับเครื่องบินโดยสารระยะกลาง เช่น แอร์บัส A320 และโบอิ้ง 737 MAX ได้รับรองโดย “ใบสำคัญสมควรเดินอากาศ” (Certificate of Airworthiness) หรือใบรับรับรองในการเข้าสู่ตลาดการบินพลเรือนหรือตลาดการบินพาณิชย์จากสำนักงานการบินพลเรือนของจีนเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งการันตีว่า C919 ผ่านระดับความปลอดภัยขั้นพื้นฐานสำหรับการปฏิบัติงานเชิงพาณิชย์
การรับรองดังกล่าวบ่งชี้ว่าจีนมีความสามารถในการพัฒนาเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ระดับโลกอย่างอิสระ และเป็นก้าวสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องบินขนาดใหญ่ของประเทศ และทำให้การแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดเครื่องบินพาณิชย์ซึ่งมีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของสองยักษ์ใหญ่อย่างแอร์บัสและโบอิ้ง จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ทั้งนี้ การพัฒนาเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่เป็นกระบวนการที่ยาวนาน การกำเนิดของ C919 นั้นมีทั้งช่วงขาขึ้นและขาลงตลอด 5 ทศวรรษของความพยายามอย่างยิ่งยวดนี้

ย้อนกลับไปในอดีต เครื่องบินไอพ่น Y-10 ที่จีนพัฒนาขึ้นเองซึ่งมีลำตัวแคบและมีเครื่องยนต์ 4 ตัว ได้ทำการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2523 หลังจากนั้นได้ทำการทดลองเที่ยวบินทั่วประเทศหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าก็ได้หยุดลงในปี 2525 เนื่องจากกำลังการผลิตของจีนในขณะนั้นไม่เพียงพอที่จะดำเนินโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ต่อไป
ไม่กี่ปีต่อมา Shanghai Aviation Industrial Corporation ร่วมกับบริษัท McDonnell Douglas ของสหรัฐอเมริกาได้พัฒนา MD-82 ซึ่งเป็นเครื่องบินเจ็ทลำตัวเครื่องแคบ ซึ่งทำการบินครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2530 จากนั้นในปี 2538 ทั้งสองฝ่ายเริ่มทำงานเพื่อประกอบ MD-90 อย่างไรก็ตาม McDonnell Douglas ได้รับการควบรวมกิจการในเดือนธันวาคม 2539 และความร่วมมือกับจีนก็หยุดลง
จากนั้นจีนเดินหน้าร่วมมือกับประเทศอื่นๆ เพื่อพัฒนาเครื่องบินพลเรือนต่อไป เช่น การพัฒนา AE-100 กับฝรั่งเศสและอิตาลี แต่โครงการเหล่านั้นกลับไม่จบลงด้วยดี

เมื่อเทคโนโลยีหลักของเครื่องบินขนาดใหญ่ไม่สามารถซื้อได้        

Zhang Yanzhong ที่ปรึกษาโครงการ C919 และสมาชิกของ Chinese Academy of Engineering กล่าวว่า “เราได้ข้อสรุปว่าเทคโนโลยีหลักของเครื่องบินขนาดใหญ่ไม่สามารถซื้อด้วยเงินหรือแลกเปลี่ยนกับตลาดได้”
ด้วยการเปิดตัวโครงร่างแห่งชาติสำหรับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระยะกลางและระยะยาวโดยรัฐบาลจีนในปี 2549 การพัฒนาเครื่องบินขนาดใหญ่ที่ผลิตขึ้นเองจึงปรากฏต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกและมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและเร็วขึ้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ท่ามกลางความกังขาและไม่มั่นใจของบางคน เนื่องจากในระยะแรกการวิจัยและพัฒนาและการผลิตเครื่องบินขนาดใหญ่นั้นซับซ้อนมาก เพราะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีในวัสดุใหม่ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ และอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ต่างๆ อีกมากมาย แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา จีนจึงตัดสินใจพัฒนาเครื่องบินระดับภูมิภาคก่อน ซึ่งจะทำหน้าที่ในการทำลายอุปสรรคที่มีมาก่อนหน้า เพื่อให้การขับเคลื่อนเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้จริง เช่น การขอใบสมควรการเดินอากาศของ ARJ21 ซึ่งเป็นเครื่องบินเจ็ทประจำภูมิภาคขนาด 78–90 ที่นั่งที่ผลิตโดย COMAC

เครื่องบินโดยสาร C919

ARJ21 ลำแรกออกจากสายการผลิตเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2550 จากนั้นในอีก 6 ปีต่อมา ARJ21 ได้เสร็จสิ้นการบินกว่า 5,000 ชั่วโมง และปฏิบัติการทดลอง 300 งาน กลายเป็นเครื่องบินเจ็ทที่ทำการทดสอบการบินที่ยาวนานที่สุดในโลกในขณะนั้น
ในปี 2550 นั่นเอง ที่โครงการพัฒนา C919 ได้รับการอนุมัติ

ปิดจุดอ่อนในอดีต เปลี่ยนโมเดลการพัฒนาใหม่

“จากประสบการณ์ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา การกักตัวในห้องที่ทำเครื่องบินเป็นเรื่องยากที่จะได้รับใบสมควรเดินอากาศ และความร่วมมือระหว่างประเทศอาจถูกจำกัดโดยผู้อื่น ดังนั้นจีนจึงใช้ “โมเดลผู้ผลิต-ซัพพลายเออร์หลัก” Zhang กล่าว
ภายใต้โมเดลนี้ การออกแบบและการบูรณาการโดยรวมมักเป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิตหลัก ในขณะที่ระบบจะรับเหมาช่วงไปยังซัพพลายเออร์ ซึ่งได้กลายเป็นกฎสำหรับการพัฒนาเครื่องบินพลเรือนในระดับสากล มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และทำให้ขั้นตอนการส่งมอบสั้นลง
เครื่องบินโดยสาร C919
เครื่องบินเจ็ทลำตัวเครื่องแคบรุ่น C919 เป็นเครื่องบินโดยสารลำตัวเครื่องแคบลำแรกของจีนที่พัฒนาขึ้นตามมาตรฐานสากลด้านการเดินอากาศ มีปีกกว้างเกือบ 36 เมตร ยาวประมาณ 39 เมตร และหางสูงประมาณ 12 เมตร บรรทุกผู้โดยสารได้ 192 คน บินได้ระยะทางสูงสุด 5,555 กม. เพื่อชิงเค้กก้อนใหญ่ เพราะเครื่องบินพาณิชย์ที่มีจำนวนที่นั่งดังกล่าวกินส่วนแบ่งประมาณ 60% ของเครื่องบินในอุตสาหกรรมการบินพลเรือนทั่วโลก และ 80% ของเครื่องบินในตลาดจีน ซึ่งด้วยพิสัยการบิน 4,075-5,555 กิโลเมตร ทำให้ C919 สามารถบินระหว่างสองเมืองใดก็ได้ของจีน
ด้านประสิทธิภาพในการบิน ปีกที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ซึ่งทำจากโลหะและคอมโพสิตขั้นสูงช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงของ C919 ในขณะเดียวกันลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร ส่วนห้องนักบินที่มีเทคโนโลยีการนำทางล่าสุดและระบบควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า “fly by wire” ทำให้ C919 สามารถแข่งขันกับเครื่องบินเจ็ทลำตัวเครื่องแคบรุ่นอื่นๆ ได้
“C919 เป็นเครื่องบินเจเนอเรชันที่ 4 ซึ่งเป็นประเภทที่ล้ำหน้าที่สุด” Qiao Shanxun จากสมาคมการบินและอวกาศแห่งประเทศจีนกล่าว

“เราอาจจำแนกเครื่องบินตามห้องนักบิน รุ่นแรกคือเครื่องบินใบพัดที่มีฟังก์ชั่นพื้นฐานบางอย่าง ส่วนฟังก์ชั่นนำร่องอัตโนมัติถูกนำมาใช้กับเครื่องบินรุ่นที่สอง เครื่องบินรุ่นที่สามเห็นการแนะนำระบบการจัดการการบิน (FMS) และระบบเตือนภูมิประเทศและเตือนภัย (TAWS) ซึ่งเครื่องบินโบอิ้ง 737 NG และ 737 MAX ทั้งหมดเป็นของเจเนอเรชันนี้ ขณะที่เครื่องบินรุ่นที่ 4 มีระบบ fly-by-wire (FBW)” เขาอธิบาย
ทั้งนี้โครงการพัฒนา C919 มีผู้คนเข้าร่วมกว่า 300,000 คน จากกว่า 1,000 องค์กร ทั่วทั้งประเทศจีน รวมถึงซัพพลายเออร์รายใหญ่จากต่างประเทศ เช่น General Electric, Honeywell และ Rockwell Collins

มุ่งเจาะตลาดใหญ่ ที่มีโอกาสและศักยภาพมหาศาล

C919 ถือกำเนิดเพื่อชิงเค้กก้อนใหญ่ เพราะเครื่องบินพาณิชย์ที่มีจำนวนที่นั่งดังกล่าวกินส่วนแบ่งประมาณ 60% ของเครื่องบินในอุตสาหกรรมการบินพลเรือนทั่วโลก และ 80% ของเครื่องบินในตลาดจีน ซึ่งด้วยพิสัยการบิน 4,075-5,555 กิโลเมตร ทำให้ C919 สามารถบินระหว่างสองเมืองใดก็ได้ของจีน เนื่องเครื่องบินลำตัวเครื่องแคบที่มีที่นั่ง 150-200 เป็นเครื่องบินที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในตลาดการบินพลเรือนทั่วโลก และ C919 ได้รับการออกแบบและพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดขนาดใหญ่สำหรับเครื่องบินประเภทนี้
Wu Guanghui หัวหน้านักออกแบบของ C919 กล่าวว่าเขาเชื่อว่าจีนจะต้องการเครื่องบินเจ็ทลำตัวเครื่องแคบอย่าง C919 ประมาณ 2,000 ลำ ในอนาคต

เครื่องบินโดยสาร C919

“C919 จะกินส่วนแบ่งการตลาดกว่า 70% ของเครื่องบินพาณิชย์ในอุตสาหกรรมการบินพลเรือนของจีน เราตัดสินใจสร้างเครื่องบินประเภทนี้เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในตลาด” Wu กล่าว
จนถึงขณะนี้ เครื่องบินรุ่น C919 จำนวน 800 ลำ ได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้า 28 ราย และ C919 ชุดแรกจะถูกส่งไปยัง China Eastern Airlines ในปลายปีนี้ ขณะเดียวกัน Air China, China Southern Airlines และ Bank of China – BOC Aviation ก็ได้สั่งซื้อเช่นกัน
COMAC กล่าวว่าบริษัทยังเตรียมขอรับใบรับรองความสมควรเดินอากาศจาก European Aviation Safety Agency เพื่อมุ่งเป้าไปที่ตลาดโลก
“เพื่อให้บรรลุความสำเร็จอย่างแท้จริง C919 จำเป็นต้องออกสู่ตลาดโลก ตัวอย่างเช่น โบอิ้ง 737 รุ่นแรก ซึ่งก็คือ B737-100 ของสหรัฐอเมริกา ได้รับคำสั่งจาก Lufthansa สายการบินเยอรมัน ไม่ใช่สายการบินของสหรัฐอเมริกา และสำหรับเครื่องบินแอร์บัส A320 ของยุโรป คำสั่งซื้อแรกของเครื่องบิน 100 ลำนั้น มาจากสายการบิน Northwest Airlines ของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่สายการบินยุโรป” Qiao กล่าว
เขาเสริมว่าหาก C919 สามารถพิสูจน์ได้ว่าปลอดภัย เชื่อถือได้และประหยัดเชื้อเพลิงในการปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ และมีราคาที่แข่งขันได้ แน่นอนว่ามันจะต้องได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากตลาดโลก
ถึงเวลาพญามังกรสยายปีกในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องบินพาณิชย์โลกแล้ว

ที่มา :