เปิดเดือนพฤศจิกายน ขอระลึกถึง “ศ.กิตติคุณ ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์” ด้วยการนำเสนอ “กรอบคิดใหม่ทางการศึกษา” CCPR MODEL “การศึกษาเชิงสร้างสรรค์และผลิตภาพ” สักตอนครับ
“อาจารย์ไพฑูรย์” บอกว่า เนื่องจากสังคมไทยเราได้รับแนวคิดของต่างประเทศ มาเป็นแนวทางในการพัฒนาชาติ ทำให้การพัฒนาทั้งหลายมีพื้นฐานมาจากประเทศเป็นหลัก แต่แนวทางที่เป็นของภายในประเทศเอง ไม่ได้รับการส่งเสริมกันมากนัก ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาประเทศของเราจึงเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นกระบวนการที่ดำเนินการตามอย่างต่างประเทศและมีเป้าหมายที่ผลกำไรเป็นหลักจะเห็นได้ว่าเราสั่งของมาจากต่างประเทศโดยมีเป้าหมายที่ผลกำไร การโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้คนใช้ของต่างประเทศก็มากตามไปด้วย
“ด้วยเหตุนี้สังคมไทยจึงกลายเป็นสังคมบริโภคอย่างชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เราไม่เพียงแต่จับจ่ายใช้สอยอย่างเดียว เท่านั้น แต่การใช้สอยของเราก็ยังมีลักษณะของการบริโภคตามอย่างคนอื่น โดยเฉพาะต่างประเทศที่เขามีอะไรกัน เราก็ต้องมีตาม เราจึงกลายเป็นเหยื่อทางการค้าของเขามาโดยตลอด ภาพเหล่านี้ไมได้เกิดเฉพาะในสังคมวงกว้างเท่านั้น แต่แวดวงการศึกษาก็มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนค่านิยมนี้ไปโดยไม่รู้ตัว”
“เพราะวงการการศึกษากลับทำตัวเป็นผู้ส่งเสริมและสนับสนุนลัทธิบริโภคนิยมเสียเอง ดังเห็นได้ชัดเจนว่าหลักสูตรและการสอนของเรานั้น ยังเป็นระบบบริโภคความรู้ บริโภคความเข้าใจ และบริโภคค่านิยมตางๆ ตามที่กำหนดไว้ในสังคม โดยไมได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้าง ประดิษฐ์ และพัฒนาสิ่งตางๆ ขึ้นมาใหม่ให้กับตัวเองและ สังคม ในกระบวนการเรียนการสอน ครูจะเป็นผู้ให้ เป็นผู้บอกให้กับนักเรียน ในขณะที่นักเรียนทำหน้าที่เป็นผู้บริโภคความรู้จากครู แต่กระบวนการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมยังมีไม่เพียงพอ”
“นอกจากไม่สอนให้ผู้เรียนคิด ประดิษฐ์ สร้างสิ่งต่างๆ อย่างมากพอแล้ว ยังสอนให้ทำตามแบบอย่างที่คนอื่นๆ ทำมา โดยไมสอนให้คิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ (Creation) ผู้เรียนจงขาดคิดสิ่ง ใหม่ๆ ให้กับตัวเองและสังคม ในขณะเดียวกันการบริโภคความรู้และค่านิยมตางๆ ที่เป็นอยู่ ยังเป็นความรู้และค่านิยมที่เราได้รับจากต่างประเทศเป็นหลักสำคัญ อีกทั้งทาให้กระแสบริโภคเกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง กวางขวางบน พื้นฐานของต่างประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย”

“ภาพของการศึกษาที่เป็นอยู่จึงเป็นไปเพื่อระบบบริโภคนิยม การบริโภคนิยมตามแบบอย่างคนอื่น และตามตัวอย่างต่างประเทศเป็นสำคัญ คือเป็นระบบบริโภคนิยมตามอย่าง ซึ่งจะทำให้เกิดผลในการส่งเสริมค่านิยม ผู้บริโภคในสังคมอย่างกว้างขวาง ดังนั้นเพื่อให้การศึกษาของเราเป็นไปในทิศทางที่มีคุณค่าต่อตัวผู้เรียน ต่อสังคมในทางสร้างสรรค์ มากยิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศให้ดารงอยู่ในภาวะสังคมโลกที่แข่งขันอย่าง รุนแรงเช่นในปัจจุบัน เราจึงควรจะเปลี่ยนกระแสการศึกษาใหม่ ให้เป็นไปในทิศทางที่ก่อให้เกิดผล ในทางปฏิบัติ ก่อให้เกิดรูปธรรมในการศึกษา ก่อให้เกิดผลผลิตขึ้นในวงการศึกษา”
“แล้วให้ผลผลิตนั้น เป็นผลผลิตในทางสร้างสรรค์ (Creative) เป็นผลผลิตใหม่ๆ ที่เกิดจากความคิด สติปัญญา วิธีการของการศึกษานั้นๆ โดยการเปลี่ยนกระแสการศึกษาที่เป็นระบบบริโภคและตามอย่างคนอื่นให้เป็นกระแสที่สร้างผลผลิตอย่างสร้างสรรค์ ให้การศึกษาเป็นไปเพื่อการคิด การประดิษฐ์ การสร้างสิ่งใหม่ๆ อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อผู้เรียนมีความคิดใหม่ๆ สังคมมีคนคิดใหม่ๆ สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ขึ้นไมใช่คอยแต่ตามอย่าง คอยแต่บริโภคจนทำใ ห้เกิดวิกฤตการณ์อย่างที่เป็นมา”
“เพื่อให้เกิดผลผลิตอย่างสร้างสรรค์ เราจำเป็นจะต้องกำหนดคุณลักษณะของผู้เรียนขึ้นใหม่ โดยให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่จะต้านทานกับกระแสบริโภคนิยมได้ หรือเป็นผู้บริโภคอย่างฉลาดใน ขณะเดียวกันก็จะต้องให้เขาคิดและสร้างผลงานใหม่ขึ้นมาด้วย”
CCPR MODEL คืออะไร
CCPR MODEL ย่อมาจาก Critical Mind (Criticality-Based Instruction) Creative Mind (Creativity-Based Instruction) Productive Mind (Productivity-Based Instruction) และ Responsible Mind (Responsibility-Based Instruction)
ลักษณะแรก คือการคิดวิเคราะห์ (Critical Mind) ในสังคมบริโภคนิยม เราจะต้องให้ผู้เรียนมีความคิดวิเคราะห์ให้ได้เพื่อเขาจะได้เข้าใจ เรียนรู้ และเข้มแข็ง ไม่ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม
ลักษณะที่สอง คือการคิดสร้างสรรค์ (Creative Mind) เมื่อวิเคราะห์วิจารณ์สิ่งใดแล้วก็ควร จะตองมีความคิดสร้างสรรค์ คิดสิ่งใหม่ๆ ให้กับตนเองและสังคมด้วย เพราะถ้าเพียงแต่วิเคราะห์ วิจารณ์ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นใหม่
ลักษณะที่สาม คือการมีผลผลิต (Productive Mind) เมื่อคิดสิ่งใหม่ๆ แล้วก็จะตองนำเอา ความคิดนั้นไปสู่รูปธรรม คือการมีผลผลิตใหม่ๆ ด้วย เพราะค่าของคนนั้น คือการต้องให้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์
ลักษณะที่สี่ คือการมีความรับผิดชอบ (Responsible Mind) ไม่ว่าจะคิด จะวิเคราะห์ จะสร้างสิ่งใหม่อะไรก็ตาม จะต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อสังคม และต่อสิ่งแวดล้อมภายนอกด้วย ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญของคุณธรรม จริยธรรมต่อไป
“อาจารย์ไพฑูรย์” กล่าวต่อไปอีกว่า เมื่อเป้าหมายของการสอนเน้นที่ CCPR แล้ว กระบวนการสอนก็จะต้องเปลี่ยนไปด้วย นั่นคือ การสอนต้องสอดคล้องกันกับจุดมุ่งหมายด้วยพร้อมกันไป กล่าวคือ ถ้าอยากให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ เราจะต้องจัดสภาพแวดล้อมและกิจกรรมให้เขาได้วิเคราะห์กันตลอดเวลา (Criticality-Based Instruction) ไมใช่ครูวิเคราะห์ให้ดูเท่านั้น
“ถ้าเราต้องการให้ผู้เรียนเขามีความคิดสร้างสรรค์ เราต้องจัดเงื่อนไขการเรียนรู้ให้ได้พัฒนาความคิด สร้างสรรค์อยู่อย่างสม่ำเสมอ (Creativity-Based Instruction) โดยตงประเด็นให้ผู้เขียนคิด หรือเขียนอะไรใหม่ๆ ให้เขาสะท้อนทิศทางใหม่ๆ หรือให้เขาหาทางแก้ปัญหาใหม่ โดยใช้การวิจัย (Research-Based) ก็ได้”
“นอกจากนั้น การสอนยังรวมถึงการจัดสภาพการเรียนการสอนและเงื่อนไขให้ผู้เรียนได้ผลิตหรือสร้างผลงานออกมาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน (Productivity-Based Instruction) ในส่วนของความ รับผิดชอบ การฝึกความรับผิดชอบ ที่ผู้สอนจะตองฝึกให้เขามีความรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคมในสภาพที่เป็นจริง (Responsibility-Based Instruction) และหล่อหลอมให้เกิดเป็นตัวตนของเขาเอง ด้วย การเรียนการสอนในแนวนี้ นอกจากแบบอย่างของผู้สอนแล้วยังควรต้องสอดแทรกในกิจกรรมการดำเนินงานรต่างๆ ทั้งในชั้นเรียนและในชีวิตประจำวันด้วย”
“ระบบการศึกษาแนวผลผลิตนิยมเชิงสร้างสรรค์และการเน้นให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะ CCPR นี้ ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด และวิธีดำเนินการทางการศึกษา เป็นการเปลี่ยนกระบวนการทัศน์ใหม่ โดยการทำให้การศึกษามีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น ว่าเราจะจัดการศึกษาเพื่ออะไร ซึ่งเป้าหมายของเราคือการที่จะให้การศึกษาเป็นไปเพื่อการวิเคราะห์วิจารณ์ แล้วนำไปสู่การสร้าง การพัฒนา การได้มาซึ่งผลผลิตใหม่ๆ และตองเป็นผลผลิตที่มีความคิดใหม่ และความคิด สร้างสรรค์อยู่ในตัวด้วย”
“การที่เราจะเน้นให้การศึกษามีบทบาทและแนวทางในการสร้างสรรค์ผู้เรียนให้มีความคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ มีผลงานและมีความรับผิดชอบได้นั้น การบริหารจัดการควรจะมีลักษณะที่สอดคล้องกับเป้าหมาย คือเป็นลักษณะที่เรียกวา “องค์กรสร้างสรรค์และผลิตภาพ” หรือ Creative and Productive Organization ตัวย่อ CPO”
“โดยอาจารย์จะต้องมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลงานใหม่ๆ ขึ้น (Product Emphasis) อาจารย์ต้องมีการบริหารเพื่อการเปลี่ยนแปลง (Change Management) และการเข้าใจวัฒนธรรมและบุคคลขององค์กรอย่างดี (Organization Culture) ที่สำคัญผู้บริหารต้องมี Creative and Productive Mind และกระตุ้นให้บุคลากรทุกคนในองค์กรมีลักษณะดังกล่าวด้วย”
“อาจารย์ไพฑูรย์” ทิ้งท้ายในประเด็น CCPR เอาไว้ว่า จุดเริ่มต้นแรกของการศึกษา คือต้องพัฒนาปัญญาของผู้เรียนเป็นตัวตั้ง ให้เขารู้จกคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์
“แนวทางดังกล่าวนี้จะต้องเน้นให้มีผลงานเกิดขึ้นจากผู้เรียน ไม่ว่าผลงานนั้นจะเป็นผลงานวิชาการ ผลงานประดิษฐ์ ผลงานสร้างสรรค์ต่างๆ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสอนภาษา ก็ตองมีผลงานทางภาษา ถ้าสอนคณิตศาสตร์ ก็ต้องมีผลงานทางคณิตศาสตร์ ถ้าเป็นการสอนงานศิลปะ ก็ต้องมีผลงานทางศิลปะออกมาเช่นกัน ถ้าเป็นงานทางเกษตร ก็จะต้องมีผลงานเกษตรที่ชัดเจน คือไม่ว่าจะเป็นการเรียนวิชาใดเรื่องใด เป้าหมายจะต้องมีผลผลิตออกมาโดยชัดเจน”
“นอกจากนั้น ผลผลิตที่ออกมาจะต้องเป็น ผลผลิตที่ก่อเกิดสิ่งใหม่ๆ ด้วยพร้อมกันไป ไม่ใช่เพียงแต่ลอกเลียนคนอื่นมาเท่านั้น ในขณะที่ นอกจากจะรู้จักคิดสร้างสรรค์และมีผลงานแล้ว ก็จะต้องมีความรับผิดชอบด้วย ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการใช้ชีวิตและพัฒนาสังคมควบคู่กันไป นั่นก็คือ การศึกษาจะต้องเป็นไปเพื่อการคิดวิเคราะห์และการสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับตัวผู้เรียน และให้กับสังคมอยู่ตลอดเวลา”
“กระบวนการของการศึกษาจึงต้องเน้นไปที่การสร้างและพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และต้องเป็นการสร้างสรรค์อย่างมีความรับผิดชอบอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าศูนย์กลางของการศึกษาจะอยู่ที่ใดก็ตาม เพราะโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว และสังคมไทยก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว เราจึงต้องเปลี่ยนกระแสของการศึกษาใหม่ เพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมือของการสร้างและสร้างอย่างสร้างสรรค์แท้จริง”











