เปิดร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ จ่ายเช็คเด้ง ไม่ติดคุก แต่…มีเงื่อนไข

การประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันจันทร์ที่ 31 ต.ค. 65 ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติให้เสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 พ.ศ. … ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบรรจุระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วน


สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือ การยกเลิก พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534
ซึ่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 ระบุว่า หากเกิดกรณีเช็คเด้งไม่ว่าจะมีเจตนาทุจริตหรือไม่ ลูกหนี้ต้องมีโทษทางอาญาถูกปรับหรือจำคุกหรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อกำหนดดังกล่าว จึงเสมือนว่าลูกหนี้ต้องเอาเสรีภาพของตนเองเป็นประกันว่าเช็คจะไม่เด้ง ทั้งที่ความเป็นจริงการที่เงินในบัญชีไม่พอจ่ายเจ้าหนี้ควรฟ้องร้องทางแพ่ง เรียกเงินตามเช็คเท่านั้น แต่เมื่อมีกฎหมายฉบับนี้อยู่ทำให้ทางปฏิบัติ เจ้าหนี้มักเลือกฟ้องเป็นคดีอาญาเพื่อข่มขู่ลูกหนี้
เพราะฉะนั้น หาก ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 พ.ศ. … ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร จะทำให้เมื่อมีกรณีลูกหนี้สั่งจ่ายเช็คโดยไม่มีเจตนาทุจริต แต่เช็คไม่สามารถขึ้นเงินได้ เพราะเงินในบัญชีของลูกหนี้ไม่เพียงพอ หรือที่เรียกว่า เช็คเด้ง จะเหลือเพียงมูลความผิดที่ฟ้องร้องกันทางแพ่ง ไม่มีโทษทางอาญาที่ต้องถูกปรับหรือจำคุกอีกต่อไป
ในขณะเดียวกัน เมื่อกฎหมายยกเลิก พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดกจาการใช้เช็คฯ มีผลบังคับ ผู้ที่ต้องโทษอยู่จะได้รับการปล่อยตัวทันที
หรือหากศาลพิจารณาคดีอยู่ก็จะจำหน่ายคดีส่วนอาญาออกไป และต่อไปนี้เจ้าหนี้จะไม่สามารถฟ้องทางอาญาเพื่อบีบคั้นลูกหนี้ได้อีกต่อไป
การยกเลิก พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ จึงเป็นการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้ สอดคล้องกับมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดหลักการให้พึงกำหนดโทษทางอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่กำหนดว่า บุคคลจะถูกจำคุกเพียงเพราะเหตุว่าไม่สามารถปฏิบัติการชำระหนี้ตามสัญญาไม่ได้

ขณะที่ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการเงินเปลี่ยนไปมาก มีการใช้ทั้งบัตรเครดิต เดบิต การชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาแทนที่การใช้เช็ค หากยังคงกฎหมายนี้ไว้อาจจะเป็นการใช้โทษอาญาในทางที่ไม่เหมาะสม
ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน ซึ่งขณะนี้หลายหน่วยงานได้ดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของหน่วยงาน ทั้งในรูปแบบการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ นำหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ ตลอดจนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้ลูกหนี้ได้รับความเป็นธรรม
รัฐบาลจึงเร่งรัดให้มีการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ ให้การจัดการหนี้สินระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้อยู่ภายใต้กฎหมายที่เป็นธรรม
อย่างไรก็ตาม แม้จะยกเลิกกฎหมายฉบับนี้แล้ว แต่ก็ยังมีบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายอาญาลงโทษลูกหนี้ที่สั่งจ่ายเช็คเด้งโดยมีเจตนาทุจริต อยู่ในส่วนความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังข้อความที่ระบุไว้ในกฎหมายว่า
“ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
หมายความว่า ถ้ามีเจตนาต้องการ “โกง” เป็นที่ตั้ง ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องติดคุก