ธุรกิจยุคใหม่ รักษ์โลกไม่พอ ขอสินเชื่อลำบาก

การขอสินเชื่อกับการเติบโตทางธุรกิจเป็นของคู่กัน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME สมัยก่อนแบงก์จะพิจารณาให้สินเชื่อจากโอกาสทางธุรกิจ เช่น มีต้นทุนการผลิตที่ได้เปรียบ เมื่อเทียบกับการแข่งขันในตลาด มีตลาดรองรับสินค้าที่ผลิตเพียงพอ มีหลักประกันสินเชื่อ แต่ปัจจุบันสิ่งเหล่านี้อาจไม่เพียงพอต่อการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ หากกระบวนการผลิตสินค้าไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่าว่าแต่การขอสินเชื่อเลย แม้กระทั่งการแข่งขันรับจ้างผลิตสินค้า ผู้เลือกจะไม่เลือกคนที่ให้ราคาต่ำกว่าเหมือนในอดีต แต่จะเลือกที่คนที่มีกระบวนการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า


จากที่รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ ด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว หรือ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) โดยให้ความสำคัญสูงสุด ยกเป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมมอบนโยบายให้ทุกภาคส่วน ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ทำให้สถาบันการเงิน โดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ ในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ โดยหันมาปล่อยสินเชื่อสำหรับธุรกิจที่ต้องการปรับตัวรับเศรษฐกิจ BCG อาทิ การขอสินเชื่อเพื่อติดตั้งระบบรีไซเคิลน้ำเสีย การปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน เป็นต้น

เมื่อเร็วๆ นี้ SME D Bank ได้ออกผลิตภัณฑ์ “โครงการสินเชื่อธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” หรือ “BCG Loan” วงเงิน 1,000 ล้านบาท สนับสนุนให้เอสเอ็มอี มีเงินทุนไปยกระดับพัฒนาสู่ “BCG Model” ผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ปรากฏว่าวงเงินสินเชื่อหมดอย่างรวดเร็ว จนต้องเพิ่มวงเงินอีก 10,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่า SME ไทยตื่นตัวจะยกระดับสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยให้วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ปีแรกคงที่ 3.99% ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 2 ปี ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 12 ปี สามารถนำสินเชื่อไปใช้ได้ครบวงจร เช่น ลงทุน ปรับปรุง ขยาย หรือปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจ หมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง หรือ Refinance เป็นต้น  
ขณะที่สถาบันการเงินภาคเอกชน ก็ส่งเสริมให้ธุรกิจ SME ที่ดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG ได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกแคมเปญ “สินเชื่อเพื่อธุรกิจรักษ์โลกและเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ” เพื่อให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่กำลังมองหาทางออกทางด้านพลังงานทางเลือกเพื่อการลดต้นทุนในการผลิต การขนส่ง หรือแม้แต่การประหยัดพลังงานในกระบวนการต่างๆ ได้สามารถปรับธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ วงเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท รองรับโครงการอนุรักษ์พลังงานต่างๆ ของธุรกิจ SME ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งอุปกรณ์ผลิตพลังงานในอุตสาหกรรม โดยใช้พลังงานทดแทน หรือ พลังงานหมุนเวียน การเปลี่ยนยานพาหนะที่ใช้ในธุรกิจเป็นยานพาหนะที่ใช้พลังงานไฟฟ้า การผลิตหรือติดตั้งอุปกรณ์เพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ ระบบเปลี่ยนของเสียเป็นพลังงาน การนำขยะมาใช้ใหม่ การติดตั้งอุปกรณ์เพื่อการจัดการและบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรม เป็นต้น กู้ได้สูงสุด 100% ของมูลค่าโครงการ ส่วนที่ไม่มีหลักประกันให้วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาท เป็นวงเงินสินเชื่อระยะยาว ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 7 ปี มีระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน

ธนาคารกรุงเทพ ออกสินเชื่อ บัวหลวงกรีน สำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ หรือมลภาวะต่างๆ นำวัสดุของใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยการ Reuse, Recycle วงเงินสินเชื่อ : สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR-1.0% ต่อปี ระยะเวลาการกู้สูงสุด 8 ปี ธนาคารกสิกรไทย เปิดสินเชื่อ  3,000 ล้านบาท สำหรับแคมเปญ GREEN ZERO สินเชื่อธุรกิจเพื่อติดตั้งแผงโซลาร์ วงเงินกู้สูงสุด 100% ของมูลค่าโครงการ ระยะเวลากู้สูงสุด 8 ปี และสินเชื่อรับประกันการประหยัดพลังงาน วงเงินกู้สูงสุด 100% ของเงินลงทุน ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี ฟรีดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือน เป็นต้น
มาตรการสินเชื่อต่างๆ ของสถาบันการเงินในปัจจุบัน สะท้อนแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม BCG Model สนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว เริ่มต้นด้วยการให้สินเชื่อเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การขอสินเชื่อเพื่อขยายการผลิตในอนาคต แต่ถ้าวันนี้ผู้ประกอบการไม่เริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โอกาสการขอสินเชื่อในอนาคตย่อมเป็นไปไม่ได้เลย

เศรษฐกิจหมุนเวียน

BCG Model ไม่ใช่เรื่องที่คุยกันในกลุ่มธุรกิจ SME แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ต่างหันมาแข่งขันกันในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผลักดันโมเดลธุรกิจสีเขียว อาทิ การพัฒนากระบวนการเลี้ยงสัตว์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยมาตรฐานฟาร์มสีเขียว หรือ กรีนฟาร์ม ซึ่งไม่เพียงแต่จะตอบสนองกระแสโลกยุคใหม่ หากยังช่วยประหยัดต้นทุนได้อีกทางหนึ่ง ด้วยระบบ Biogas ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของกรีนฟาร์ม สามารถผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ภายในฟาร์ม ช่วยลดต้นทุนด้านไฟฟ้าได้ถึง 50-80% ของค่าไฟฟ้าทั้งหมด และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ หรือ หลักการ 3Rs คือ “Reduce” ลดปริมาณการใช้น้ำ “Recycle” นำน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ และ “Reuse” นำน้ำมาใช้ซ้ำ ก็เป็นผลพลอยได้จากแนวทาง BCG ช่วยลดการใช้น้ำดิบจากแหล่งธรรมชาติ โดยน้ำที่ผ่านการบำบัดสามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย เป็นผลดีทั้งในด้านการประหยัดทรัพยากรและลดภาวะโลกร้อน  
BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) ถือเป็นโมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ที่รัฐบาลและภาคธุรกิจทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) เป็นโอกาสของธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องการสร้างน่านน้ำใหม่ ในขณะเดียวกันก็เป็นวิกฤตสำหรับคนที่ปรับตัวไม่ได้