อุตสาหกรรมภาพยนตร์ เป็นหนึ่งใน soft power ที่รัฐบาลพยายามผลักดันนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ตามนโยบายการส่งเสริมให้นำวัฒนธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร แหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิต ศิลปะการแสดง กีฬา หรือ ภาพยนตร์ มาเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในรูปแบบ soft power
โดยเฉพาะการดึงดูดบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ หรือรายการบันเทิงของต่างชาติเข้ามาถ่ายทำในไทย เพื่อให้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของไทยได้รับการเผยแพร่ออกไปสู่สายตาคนทั่วโลก ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวระยะยาว ดึงทั้งเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนในช่วงมีการถ่ายทำ แนวทางนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก ซึ่งรัฐบาให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งการประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง ทั้งรูปแบบการเจรจาหารือเข้าร่วมงานเทศกาลต่างๆ เวทีในประเทศและนานาชาติ เพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้ผลิตผลิตภาพยนตร์ทั่วโลกทราบถึงมาตรการส่งเสริมของประเทศไทยให้มากที่สุด

เมื่อวันที่ 1-6 พ.ย. 65 ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้นำคณะเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนไทยเข้าร่วมงาน อเมริกันฟิล์ม (American Film Market 2022 (AFM 2022) ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งภายในงานนี้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดงาน Thai Night ขึ้นในวันที่ 2 พ.ย. 65 โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จทรงเป็นประธาน ซึ่งภายในงานได้เชิญนักธุรกิจภาพยนตร์จากทั่วโลกมาซึมซับถึงเสน่ห์และศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะจุดหมายปลายทางในการถ่ายทำและผลิตภาพยนตร์
รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่รัฐบาลให้แก่ผู้ผลิตภาพยนตร์ที่เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย อาทิ สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้สร้างภาพยนตร์ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป ในรูปแบบการคืนเงิน (Cash Rebate) ร้อยละ 15-20 ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 และมาตรการล่าสุดที่ ครม. อนุมัติเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 65 คือการยกเว้นภาษีเงินได้แก่นักแสดงต่างชาติที่เข้ามาแสดงภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำในประเทศไทย เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งมาตรการนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อประกาศและมีผลบังคับ

ภายในงานภาคเอกชนจากไทยและสหรัฐฯ ยังได้มีความตกลงจะร่วมกันสร้างภาพยนตร์เรื่อง “อินทรีแดง 2024” อีกด้วย โดยเป็นการร่วมทุน 200 ล้านบาท ระหว่างบริษัท Epic Pictures Group ของสหรัฐ กับบริษัทฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์) ของไทย
อินทรีแดง ตามข้อมูลที่ปรากฏในวิกิพีเดีย เป็นบทประพันธ์ซูเปอร์ฮีโร่ฉบับไทยของ เศก ดุสิต โดยมีตัวเอกคือ อินทรีแดง หรือ โรม ฤทธิไกร บทประพันธ์เรื่องนี้ เศก ดุสิต ได้เริ่มเขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2498 ที่มีอุดมการณ์ ช่วยเหลือผู้อื่น ใส่หน้ากากสีแดง สัญลักษณ์นกอินทรี เพราะเป็นนกที่มีอำนาจ บินได้สูงสุด ใครก็บินไม่สูงเท่านกอินทรี มีความยิ่งใหญ่ นำเรื่องราวในสมัยนั้นมาผูกเข้ากับสภาพปัญหาทางสังคม ทั้งการตัดไม้ทำลายป่า การทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งกฎหมายเอื้อมไม่ถึง บทประพันธ์นำเสนอระหว่างปี พ.ศ. 2498-2513 ได้รับความนิยมจากนักอ่านอย่างมาก

บทประพันธ์เรื่องนี้ได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์อยู่หลายครั้ง โดยครั้งแรก รังสรรค์ ตันติวงศ์ และ ประทีป โกมลภิส เตรียมสร้างภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ต่อจาก ชาติเสือ ซึ่ง มิตร ชัยบัญชา แสดงนำ ระหว่างนั้น มิตร ชัยบัญชา ได้อ่านนิยายเรื่อง อินทรีแดง ที่บ้านรังสรรค์ ตันติวงศ์ จึงชอบและแจ้งความจำนงค์ว่าต้องการแสดงเป็นอินทรีแดง เพราะมีสองบุคลิก เมื่อผู้สร้างและผู้กำกับเห็นความตั้งใจของพระเอก จึงตัดสินใจพามิตร ชัยบัญชา ไปพบ เศก ดุสิต เพื่อขอซื้อนิยายอินทรีแดง ตอน จ้าวนักเลง ให้ มิตร ชัยบัญชา รับบทอินทรีแดงครั้งแรก ออกฉายครั้งแรกวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2502 ทำรายได้เกินล้านบาท ทำให้มิตร ชัยบัญชามีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วนับตั้งแต่นั้นมา (หลังจากเป็นที่รู้จักและเริ่มมีชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่องแรก “ชาติเสือ”) และยังมีภาพยนตร์ที่มิตรรับบทเป็นอินทรีแดงอีก 5 ตอนคือเรื่อง ทับสมิงคลา (2505), อวสานอินทรีแดง (2506), ปีศาจดำ (2509), จ้าวอินทรี (2511), และ อินทรีทอง (2513) ซึ่ง มิตร ชัยบัญชา เสียชีวิตขณะถ่ายทำฉากโหนบันไดเชือกเฮลิคอปเตอร์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เนื่องจากการผิดพลาดทางเทคนิคที่ทำให้การถ่ายทำไม่เป็นไปตามที่กำหนด




ในปี พ.ศ. 2553 มีการนำภาพยนตร์เรื่องอินทรีแดงมาสร้างใหม่ กำกับโดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง มีนักแสดงนำคือ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม รับบทอินทรีแดง ล่าสุด พ.ศ. 2562 นำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ ออกอากาศทาง ช่อง 7HD ผลิตโดย บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์ม จำกัด กำกับการแสดงโดย โอลิเวอร์ บีเวอร์ นำแสดงโดย อรรคพันธ์ นะมาตร์, เมลดา สุศรี, ชนะพล สัตยา, อาภา ภาวิไล และนักแสดงแสดงอีกมากมาย
การ “โกอินเตอร์” ของ “อินทรีแดง” ครั้งนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจสำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ในฐานะ soft power ของไทยอย่างมาก











