เพื่อการขยายตัวของกลุ่ม BRICS หลังจากมีรายงานก่อนหน้าว่าซาอุดีอาระเบียสนใจที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิก ก็มีข่าวล่าสุดว่ามีอีกมากกว่า 12 ประเทศที่มีแนวโน้มจะสมัครเป็นสมาชิกใหม่ของกลุ่มความร่วมมือที่กำลังมาแรงที่สุดในโลกในขณะนี้ โดยมี “ไทย” เป็นหนึ่งในนั้น
Sergey Lavrov รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียกล่าวว่า มีประเทศทั่วโลก ‘มากกว่าหนึ่งโหล’ ที่ได้สมัครเข้าร่วมกลุ่ม BRICS อย่างเป็นทางการ หลังจากการตัดสินใจของกลุ่มที่จะอนุญาตให้มีสมาชิกใหม่เมื่อต้นปีนี้ จากในปัจจุบันกลุ่ม BRICS ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้

BRICS ไม่ใช่กลุ่มการค้าเสรี แต่สมาชิกจะประสานงานในเรื่องการค้าและได้จัดตั้งธนาคารนโยบาย ธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (NDB) เพื่อประสานงานสินเชื่อโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี 2557 เพื่อจัดหากลไกการกู้ยืมทางเลือกจากโครงสร้างกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก ซึ่งสมาชิกกลุ่ม BRICS เห็นว่ามีสหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลางมากเกินไป
ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (AIIB) ถูกจัดตั้งขึ้นโดยจีนในเวลาเดียวกันด้วยเหตุผลส่วนใหญ่เดียวกันและเพื่อเสนอการจัดหาเงินทุนทางเลือกที่มากกว่าการจัดหาโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ซึ่งมักกำหนดนโยบายการปฏิรูปการเมืองที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือสหรัฐอเมริกา เป็นการตอบแทน
ทั้งนี้ การให้สินเชื่อของทั้งธนาคาร NDB และ AIIB ได้รับการจัดอันดับ Triple A และมีมูลค่า 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยสมาชิกทั้ง 5 ประเทศ ถือหุ้นธนาคาร NDB เท่าๆ กัน

ปัจจุบัน ประชากรในกลุ่ม BRICS มีสัดส่วนมากกว่า 40% ของประชากรโลกและมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่มากเกือบ 1 ใน 4 ของจีดีพีของโลก และตัวเลขจีดีพีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเป็น 50% ของจีดีพีโลกภายในปี 2030 ซึ่งการขยายตัวของ BRICS ด้วยการรับสมาชิกใหม่จะช่วยเร่งกระบวนการนี้ทันที
เกี่ยวกับว่าที่สมาชิกใหม่ของ BRICS นั้น Lavrov ระบุว่าขณะนี้แอลจีเรีย อาร์เจนตินา และอิหร่านได้สมัครแล้ว และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าซาอุดีอาระเบีย ตุรกี อียิปต์ และอัฟกานิสถาน สนใจที่จะสมัครด้วย เช่นเดียวกับอินโดนีเซียซึ่งคาดว่าจะยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วม BRICS ที่การประชุมสุดยอด G20 ที่จะเกิดขึ้นในบาหลี
ส่วนประเทศอื่นๆ ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นสมาชิก ได้แก่ ไทย คาซัคสถาน นิการากัว ไนจีเรีย เซเนกัล และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทั้งหมดมีผู้นำประเทศและ/หรือรัฐมนตรีกระทรวงการคลังเข้าร่วมการประชุมหารือเกี่ยวกับการขยายตัวของ BRICS ซึ่งจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ต่อไปนี้คือข้อมูลเศรษฐกิจพื้นฐานของว่าที่สมาชิกใหม่ของกลุ่ม BRICS บางประเทศที่น่าสนใจ จากข้อมูลของธนาคารโลก ดังนี้

เริ่มกันที่ “อัฟกานิสถาน” มีจีดีพีอันดับที่ 111 ของโลก ด้วยมูลค่า 21.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีจีดีพีต่อหัว 520 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปี 2022 มีอัตราการเติบโตของจีดีพี 2%
อัฟกานิสถานซึ่งมีประชากร 40 ล้านคน เป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ถูกทำลายด้วยสงครามหลายทศวรรษ ทว่าการรักษาสันติภาพและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่และการเชื่อมต่อทางการค้าระดับภูมิภาคมีความสำคัญต่อการพัฒนาของเอเชียกลาง และการเป็นสมาชิก BRICS ของอัฟกานิสถานจะช่วยให้มีความปลอดภัยเพิ่มเติมที่จำเป็นมาก
จากการที่สหรัฐอเมริกาได้แช่แข็งทรัพย์สินของชาวอัฟกานีทั้งหมดที่ถือครองในต่างประเทศเพื่อชดใช้ค่าเสียหายสำหรับเหตุการณ์ 9-11 ดังนั้นการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS จะทำให้อัฟกานิสถานสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการพัฒนาใหม่ๆ ได้
ทั้งนี้ อัฟกานิสถานเป็นรัฐผู้สังเกตการณ์ขององค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ซึ่งรวมถึงจีน อินเดีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ปากีสถาน รัสเซีย ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน ในฐานะสมาชิกเต็มรูปแบบ ในขณะที่อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน บาห์เรน เบลารุส กัมพูชา อียิปต์ คูเวต มัลดีฟส์ มองโกเลีย เมียนมาร์ เนปาล ซาอุดีอาระเบีย ศรีลังกา ตุรกี เติร์กเมนิสถาน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ล้วนอยู่ในสถานะที่หลากหลายในฐานะคู่เจรจาและผู้สังเกตการณ์ของ SCO
นอกจากนี้ อัฟกานิสถานยังเป็นสมาชิกของสมาคมเอเชียใต้เพื่อความร่วมมือระดับภูมิภาค (SAARC) ในเอเชียใต้ ซึ่งรวมถึงบังคลาเทศ ภูฏาน อินเดีย มัลดีฟส์ เนปาล ปากีสถาน และศรีลังกา คู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอัฟกานิสถานคือ อินเดีย รองลงมาคือปากีสถาน จีน ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
สินค้าส่งออกสำคัญ คือ ผัก ผลไม้ ถ่านหิน และฝ้าย ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ คือ ข้าวสาลี น้ำตาล และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

ด้าน “แอลจีเรีย” มีจีดีพีอันดับที่ 57 ของโลก ด้วยมูลค่า 168 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีจีดีพีต่อหัว 3,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2022 มีอัตราการเติบโตของจีดีพี 2.3%
ในแง่ของศักยภาพทางเศรษฐกิจ แอลจีเรียซึ่งมีประชากร 45 ล้านคน มีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่ผ่านการพิสูจน์แล้วมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก เป็นผู้ส่งออกก๊าซรายใหญ่อันดับ 6 ของโลก และมีแหล่งก๊าซจากชั้นหินที่ยังไม่ได้ใช้มากเป็นอันดับ 3 ของโลก ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญ คือ อาหาร เช่น ข้าวสาลี นมข้น ข้าวโพด และน้ำตาลทรายดิบ
แอลจีเรียเป็นสมาชิกของกลุ่มโอเปก ซึ่งรวมถึงคองโก เอกวาดอร์ อิเควทอเรียลกินี กาบอง อิหร่าน อิรัก คูเวต ลิเบีย ไนจีเรีย ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวเนซุเอลา ตลอดจนเขตการค้าอาหรับซึ่งรวมถึงบาห์เรน อียิปต์ อิรัก จอร์แดน คูเวต เลบานอน ลิเบีย โมร็อกโก โอมาน ปาเลสไตน์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย ซูดาน ซีเรีย ตูนิเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเยเมน ขณะเดียวกัน แอลจีเรียยังเป็นสมาชิกของข้อตกลงการค้าเสรีทวีปแอฟริกา (AfCFTA) อีกด้วย ซึ่งได้สิทธิ์ลดภาษีให้เป็นศูนย์ใน 98% ของการค้าภายในแอฟริกาทั้งหมด โดยคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของแอลจีเรีย ได้แก่ อิตาลี ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐอเมริกา และบราซิล

ส่วน “อาร์เจนตินา” มีจีดีพีอันดับที่ 31 ของโลก ด้วยมูลค่า 491.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีจีดีพีต่อหัว 10,730 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2022 มีอัตราการเติบโตของจีดีพี 3.6%
อาร์เจนตินาซึ่งมีประชากร 46 ล้านคน เป็นประเทศเศรษฐกิจเกษตรกรรมและซัพพลายเออร์รายใหญ่ของโลก เป็นสมาชิกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของกลุ่มตลาดร่วมอเมริกาใต้ตอนล่าง (Mercosur) ในลาตินอเมริกา ซึ่งรวมถึงบราซิล ปารากวัย และอุรุกวัย และมีข้อตกลงทางการค้าเพิ่มเติมกับประเทศละตินอเมริกาอื่นๆ ส่วนใหญ่ Mercosur ยังมีข้อตกลงทางการค้ากับอินเดียและสหภาพศุลกากรแอฟริกาใต้ซึ่งรวมถึงบอตสวานา เอสวาตินี เลโซโท นามิเบีย และแอฟริกาใต้
สินค้าส่งออกสำคัญคือ ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วเหลือง เชื้อเพลิง ยานพาหนะ ข้าวโพด ข้าวสาลี ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญคือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องยนต์ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เคมีภัณฑ์ และพลาสติก คู่ค้ารายใหญ่ของอาร์เจนตินา ได้แก่ บราซิล รองลงมาคือจีน สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ชิลี ปารากวัย เวียดนาม และเยอรมนี ขณะเดียวกันก็เป็นเป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของไทยในลาตินอเมริกา รองจากบราซิลและเม็กซิโก

ขณะที่ “อียิปต์” มีจีดีพีอันดับที่ 32 ของโลก ด้วยมูลค่า 404 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีจีดีพีต่อหัว 3,880 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2022 มีอัตราการเติบโตของจีดีพี 6.6%
อียิปต์ซึ่งมีประชากร 104 ล้านคน เป็นประเทศที่โดดเด่นด้านพลังงานและเกษตรกรรม โดยมีการส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ปิโตรเลียมและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รองลงมาคือฝ้ายดิบ เส้นด้ายฝ้าย และสิ่งทอ วัตถุดิบ แร่ เคมีภัณฑ์ ส่วนสินค้าเกษตรส่งออก ได้แก่ ข้าว หัวหอม กระเทียม และผลไม้รสเปรี้ยว ขณะที่สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ อาหารแปรรูป เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากไม้ เชื้อเพลิง
อียิปต์เป็นสมาชิกของเขตการค้าอาหรับรวมถึงเป็นสมาชิกของข้อตกลงการค้าเสรีทวีปแอฟริกา (AfCFTA) ด้วย และเป็นประเทศคู่เจรจากับ SCO ค้าที่สำคัญที่สุดของอียิปต์ ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา อิตาลี เยอรมนี และกลุ่มประเทศอาหรับ

ด้าน “ไนจีเรีย” มีจีดีพีอันดับที่ 28 ของโลก ด้วยมูลค่า 441 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีจีดีพีต่อหัว 2,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2022 มีอัตราการเติบโต 3.4%
ด้วยจำนวนประชากรมหาศาลถึง 211 ล้านคน (มากเป็นอันดับที่ 7 ของโลก รองจากจีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ปากีสถาน และบราซิล) ทำให้ไนจีเรียมีประชากรมากที่สุดในแอฟริกา ขณะเดียวกันก็มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในแอฟริกาด้วย โดยเป็นผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซรายใหญ่ที่สุดในแอฟริกาและอยู่ในอันดับที่ 10 ของโลก เป็นสมาชิกโอเปก นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกของข้อตกลงการค้าเสรีทวีปแอฟริกา (AfCFTA) การค้าหลักอยู่ในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมดิบ ก๊าซปิโตรเลียม ปิโตรเลียมบริสุทธิ์ ตลอดจนการต่อเรือและการจัดการเศษซากเรือ คู่ค้าหลักของไนจีเรีย ได้แก่ อินเดีย สเปน เนเธอร์แลนด์ จีน และแอฟริกาใต้

ในบรรดาว่าที่สมาชิกใหม่ของกลุ่ม BRICS นี้ นอกจาก “อิหร่าน” ที่เป็นอริราชศัตรูอย่างเปิดเผยกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งแสดงความประสงค์จะเข้าร่วมกลุ่มนี้ก่อนหน้าแล้ว ยังมี “นิคารากัว” อีกประเทศ
นิคารากัวมีจีดีพีอันดับที่ 133 ของโลก ด้วยมูลค่า 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีจีดีพีต่อหัว 2,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2022 มีอัตราการเติบโต 4.3%
ประเทศในภูมิภาคอเมริกากลางที่มีประชากร 7 ล้านคนนี้ ถูกสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรเนื่องจากมีความสัมพันธ์อันดีกับคิวบาและรัสเซีย ถือเป็นประเทศผู้ผลิตทองคำชั้นนำในอเมริกากลางและมีข้อตกลงการค้าเสรีกับกลุ่ม ALBA (กลุ่มพันธมิตรในแถบละตินอเมริกาและแคริบเบียน) ซึ่งรวมถึงคิวบา เวเนซุเอลา โดมินิกา แอนติกาและบาร์บูดา เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ กรานาดา และเซนต์คิตส์และเนวิส
ประเทศนี้นับว่ามีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลในแคริบเบียน ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องแข่งขันกับไต้หวันในแง่ของการยอมรับในระดับนานาชาติ เนื่องจากแคริบเบียนเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เหลือไม่กี่แห่งที่ไต้หวันยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเต็มที่ ซึ่งความพยายามของจีนก็สัมฤทธิ์ผล เพราะอย่างน้อยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา นิคารากัวก็ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน และระงับการติดต่อหรือความสัมพันธ์ที่เป็นทางการทุกรูปแบบ โดยจีนให้คำมั่นสัญญาว่ามุ่งมั่นที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับนิการากัวและสนับสนุนความพยายามของนิการากัวในการปกป้องอำนาจอธิปไตย ความเป็นอิสระ และศักดิ์ศรีของชาติ และการเลือกเส้นทางการพัฒนาที่เป็นอิสระของนิการากัว และจะยังคงรักษาความยุติธรรมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนิการากัวด้วย
ทั้งนี้ สินค้าส่งออกหลักของนิการากัว ได้แก่ ทองคำ กาแฟ ลวดหุ้มฉนวน และเนื้อวัวแช่แข็ง คู่ค้าหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา รองลงมาคือ จีน เม็กซิโก เอลซัลวาดอร์ ฮอนดูรัส และคอสตาริกา

อีกประเทศว่าที่สมาชิกใหม่ของ BRICS คือ “เซเนกัล” มีจีดีพีอันดับ 106 ของโลก ด้วยมูลค่า 27.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีจีดีพีต่อหัว 1,606 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2022 มีอัตราการเติบโตของจีดีพี 1.6%
เซเนกัลซึ่งมีประชากร 17 ล้านคน เป็นผู้ให้บริการเหมืองแร่ทองคำและพลังงานขนาดกลาง โดยมีทองคำ น้ำมัน และก๊าซสำรอง อุตสาหกรรมพลังงานอยู่ในขั้นเติบโต เนื่องจากเพิ่งค้นพบปริมาณสำรองเมื่อเร็วๆ นี้ จึงมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ยิ่งเซเนกัลมีการเมืองที่มีเสถียรภาพ เป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องประชาธิปไตยและการมีธรรมาภิบาลในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ทั้งยังเป็นประเทศเดียวในแอฟริกาที่ไม่เคยมีการปฏิวัติรัฐประหารและมีพรรคฝ่ายค้านที่ถูกกฎหมายประเทศแรกในแอฟริกา ยิ่งจะทำให้เซเนกัลติดปีกไปได้ไกลกว่าเคย
สินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ทองคำ ปิโตรเลียมกลั่น ปลาแช่แข็ง กรดฟอสฟอริก (ใช้ในปุ๋ย) และถั่วบด ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันดิบ ข้าว ยา และรถยนต์ นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกของข้อตกลงการค้าเสรีทวีปแอฟริกา (AfCFTA) คู่ค้าหลักของเซเนกัลคือ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาลี รวมถึงอินเดีย จีน ออสเตรเลีย และสวิตเซอร์แลนด์

ปิดท้ายกันที่ “ไทย” มีจีดีพีอันดับ 26 ของโลก ด้วยมูลค่าจีดีพี 506 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีจีดีพีต่อหัว 7,250 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2022 มีอัตราการเติบโตของจีดีพี 3.3%
ประเทศไทยมีประชากรราว 66 ล้านคน เป็นประเทศเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอาเซียน โดยมีกลุ่มการค้าเสรีร่วมกับบรูไน กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม ผ่านทางสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน และยังมีข้อตกลงการค้าเสรีกับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง และอินเดีย รวมถึงข้อตกลงกับชิลีและเปรู
ขณะเดียวกัน ไทยยังได้ลงนามในความตกลง RCEP ระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ด้วย รวมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค 2022 ในวันที่ 14-19 พฤศจิกายน นี้
ทั้งนี้ สินค้าส่งออกสำคัญของไทย 15 อันดับแรก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง สินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ ยางพารา เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ คือ เชื้อเพลิง สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป สินค้าอุปโภคบริโภค ยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง อาวุธยุทโธปกรณ์ ขณะที่คู่ค้าหลักของไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง และเวียดนาม












