ในขณะที่หลายหน่วยงานพยายามผลักดัน อุตสาหกรรม EV ทั้งการกระตุ้นให้เกิดความต้องการ (Demand Size) และเชิญชวน Car Maker ให้มาลงทุนที่บ้านเราซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม
แต่ที่เราควรตระหนัก คือ รถยนต์ไฟฟ้าแบบ HEV, PHEV และ BEV ใช้เทคโนโลยีในระบบขับเคลื่อนและ Battery ที่ต่างกัน และมี Supply Chain ที่ต่างกัน
ความเป็นจริงที่เราควรยอมรับ คือ เรายังไม่มี Supply Chain ของ BEV และ Car Maker อาจไม่สนใจสร้าง Supply Chain ของ BEV ในบ้านเรา โดยเฉพาะการผลิต Motor และ Controller ชนิด PMSM ขนาด 30kW ขึ้นไป. Battery Pack ขนาด 30 kWh ขึ้นไป หรือชิ้นส่วน Power Electronic ต่างๆ เช่น Invertor และ Micro Processor ที่สิงคโปร์ดึงไปได้แล้ว

ส่วน Battery Cell ผู้ประกอบการบางรายจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์ ที่ผลิตเพื่อใช้งานรองรับ Demand ของตัวเองเท่านั้น แต่ประเด็นที่ไม่ค่อยพูดกันคือ
1. โรงงาน Battery Cell มีอายุสั้น จำเป็นต้อง Reinvestment แทบจะทุก 3 ปี มีเวลาเก็บเกี่ยว Return สั้น จึงต้อง Matching ระหว่าง Demand และ Production ให้พอเหมาะ
2. เป็นที่รับรู้กันทั่วโลกว่า Return on Investment ของโรงงานผลิต Battery Cell มีค่าไม่มาก แต่ที่หลายประเทศสนับสนุนให้เกิดโรงงานผลิต Battery Cell เพื่อบริหาร Supply Risk ของอุตสาหกรรม EV โดย เน้น Supply Security ไม่ใช่สร้างโรงงาน Battery Cell เพื่อให้ Production Cost ของ EV ลดลง
3. Business Model ของผู้ผลิตรถ EV ที่มี โรงงาน Battery Cell คือ การบริหาร Investment Portfolio โดยกำหนด Transfer Price ระหว่าง Battery Cell Production BU และ EV Production BU ซึ่งยอมรับ Return on Investment ในฝั่ง Battery Cell Production BU ที่น้อย แล้วไปทำกำไรจาก EV Production BU ด้วยวิธีการนี้จะสามารถสร้างอำนาจต่อรองในตลาดของ EV ได้ ด้วยการคุม Supply Security ของ Battery
4. ใน Business Model นี้ ผู้ประกอบการ Battery Cell Production จะไม่ขาย Battery Cell ให้รายอื่น ที่ไม่มี Battery Production ของตนเอง เนื่องจาก เป็น Core Competitive Advantage
5. ใน Business Model นี้ ผู้ประกอบการ Battery Cell Production ไม่ได้รับผลกระทบจาก Imported Battery Pack จากประเทศจีน ซึ่งอาจจะมีคุณภาพที่ดีกว่า หรือ ต้นทุนที่ถูกกว่า เนื่องจากขนาด Production Size ที่ใหญ่กว่ามากและสามารถหา Raw Material ในประเทศจีนได้ง่ายกว่าเพราะ Production Cost ในฝั่งของ Battery Production BU สามารถ pass through ไปในราคารถ EV ผ่าน Transfer Price
6. อำนาจต่อรองของ Business Model นี้มีความสำคัญและมีความอ่อนไหว สำหรับตลาด Domestic โดยเฉพาะใน Segment ที่มี Demand จำกัด และการสั่งซื้อเป็นลักษณะ B2B และเป็น Lot ใหญ่ เช่น รถโดยสาร หรือ รถบรรทุก

ปริพัตร บูรณสิน // วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565
เจาะลึกเรื่องที่ต้องรู้ เพื่อนำไปพัฒนาอุตสาหกรรม EV ให้ถูกทาง
เจาะแผนส่งเสริมยานยนต์อีวีล่าสุด ต้อนรับ 14 ค่ายรถแห่ลงทุน ผลิต EV ทะลุ 1 แสนล้านบาท
ทำไม “โตโยต้า” ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก ถึงคิดต่างกับ “อีวี”











