ประเทศไทย นอกจากจะเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของในท่องเที่ยวทั่วโลกแล้ว ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าลงทุน ยิ่งในช่วงวิกฤติโควิดเริ่มคลี่คลาย ชาวต่างชาติเริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและอาศัยอยู่ในไทยกันมากขึ้น จึงเป็นโอกาสดีๆ ของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอีอีซี หรือ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ “EEC” ซึ่งเป็นทำเลที่จะมีการลงทุนทั้งโครงสร้างพื้นฐานและเมกะโปรเจกต์ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนรวมกว่า 1.7 ล้านล้านบาท อีกทั้งยังคาดกันว่า จะเป็นพื้นที่ยอดนิยมแห่งใหม่ในการขายบ้านและที่ดิน เนื่องจากจะมีผู้ประกอบการทางธุรกิจต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ขยายกิจการในภูมิภาคนี้กันมากขึ้น
ด้วยความแข็งแกร่งบนทำเล EEC และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในช่วงหลังโควิด ทาง “บริษัท ออริจิ้น อีอีซี จำกัด” บริษัทย่อยของ บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ได้พัฒนาโปรแกรมเพื่อการลงทุนใน EEC ภายใต้ชื่อ Origin EEC Investment Property Program เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุน ขจัด Pain point หรือจุดอ่อนที่เป็นอุปสรรคในการเติบโตของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอีอีซี รองรับการเติบโตบนพื้นที่ EEC แห่งนี้ด้วย
เมื่อโควิดคลี่คลาย ก็ได้เวลาที่ อสังหาริมทรัพย์ในอีอีซีจะโตไม่หยุด
ก่อนจะไปรับรู้ถึง โปรแกรมการลงทุนรูปแบบใหม่ที่มาเป็นตัวช่วยบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในอีอีซีได้ง่ายขึ้น อยากนำข้อมูลทางสถิติที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอีอีซี ล่าสุดมาฝากกันก่อน
โดยรายงานจากสำนักยุทธศาสตร์องค์กร สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ระบุว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในอีอีซีมีเม็ดเงินหมุนเวียนเฉลี่ยกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีโครงการที่อยู่อาศัยสะสมแล้วกว่า 50,000 หน่วย มูลค่าการลงทุนสะสมกว่า 1.35 แสนล้านบาท

และปัจจุบัน มีนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายใหญ่และรายย่อยเข้ามาในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักลงทุนท้องถิ่นทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีอัตราการขยายตัวในฝั่งอุปทานไม่น้อยกว่า 20% ต่อปี โดยมีสัดส่วนที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้นจาก 60% เป็น 80%
ขณะที่สัดส่วนของอาคารชุดและโรงแรมลดลงจาก 40% เหลือ 20% เนื่องจากความต้องการของผู้อยู่อาศัยเปลี่ยนไปหลังช่วงโควิด-19 ผู้ซื้อต้องการลดความเสี่ยงจากความแออัดของคอนโดและพื้นที่ทำงานที่บ้านที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น รวมทั้งยังมีคอนโดมิเนียมคงเหลือในตลาด โดยเฉพาะในเขตเมืองพัทยาและศรีราชา
นอกจากนั้น ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ยังรายงานภาพรวมสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่อีอีซีไตรมาส 1 ปี 2565 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งการออกใบอนุญาตก่อสร้างและการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย สำหรับภาษีธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์หดตัวเล็กน้อยในไตรมาสที่ 1 แต่ในไตรมาสที่ 2 มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก
ขณะที่ยอดขายปูนซีเมนต์และเหล็กในไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปี 2565 ยังหดตัว แม้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวลดลงทุกไตรมาสตั้งแต่ต้นปี เนื่องจากผู้ประกอบการมีการสำรองวัสดุก่อสร้างไว้ล่วงหน้า

ทั้งนี้ ผลการสำรวจทำเลที่มีโครงการเสนอขายมากที่สุดในพื้นที่อีอีซี พบว่าทำเลทอง 5 อันดับแรก มีดังนี้
หาดจอมเทียน จำนวนที่อยู่อาศัย 7,671 หน่วย มูลค่าโครงการ 35,659 ล้านบาท
พัทยา-เขาพระตำหนัก จำนวนที่อยู่อาศัย 5,254 หน่วย มูลค่าโครงการ 29,490 ล้านบาท
แหลมฉบัง จำนวนที่อยู่อาศัย 1,901 หน่วย มูลค่าโครงการ 3,487 ล้านบาท
ศรีราชา-อัสสัมชัญ จำนวนที่อยู่อาศัย 1,443 หน่วย มูลค่าโครงการ 4,365 ล้านบาท
นิคมมาบตาพุด จำนวนที่อยู่อาศัย 831 หน่วย มูลค่าโครงการ 2,043 ล้านบาท
เปลี่ยนจุดอ่อนเป็นการสร้างสรรค์โซลูชัน บริหารจัดการ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอีอีซี ด้วย “Origin EEC Investment Property Program”
และเพื่อตอบรับกับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอีอีซี ที่โตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัท ออริจิ้น อีอีซี จำกัด จึงเปิดตัว “Origin EEC Investment Property Program” โปรแกรมการลงทุนรูปแบบใหม่บนทำเล EEC ที่ชูจุดเด่นทั้งโซลูชันในการบริหารจัดการสอังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบในพื้นที่อีอีซีพร้อมทั้งผลประโยชน์ที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้รับจากโปรแกรมนี้ โดย ปิติ จารุกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น อีอีซี จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ในเครือบริษัท ออริจิ้น ได้ให้มุมมองต่อการเติบโตของ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอีอีซี ว่า
“ทุกคนรู้ว่า EEC คือ ทำเลศักยภาพที่จะมีการลงทุนเมกะโปรเจกต์จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมกว่า 1.7 ล้านล้านบาท เป็นทำเลใหม่ที่จะมีผู้ประกอบการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากหลากหลายเซ็กเตอร์หลั่งไหลกันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ยังเป็น Pain Point ของนักลงทุนในกรุงเทพฯและปริมณฑลต่อ EEC คือ
1. ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอีอีซี
2. ขาดความพร้อมในการเดินทางไปบริหารจัดการสินทรัพย์ใน EEC ด้วยตัวเอง


“เราจึงได้ตั้ง Investment Lounge แห่งนี้ขึ้นมาในทำเลใจกลางเมือง เพื่อให้นักลงทุนในกรุงเทพฯและปริมณฑล สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุนใน EEC ได้ง่ายขึ้น”
“โดยปัจจุบัน บริษัทได้พัฒนาโปรแกรมเพื่อการลงทุนใน EEC ภายใต้ชื่อ Origin EEC Investment Property Program เป็นโปรแกรมการลงทุนรูปแบบใหม่ ชูจุดเด่นให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงไลฟ์สไตล์ที่ฝัน ได้ทั้งผลตอบแทนที่มั่นคง ควบคู่ไปกับการพักผ่อน ซื้อห้องไว้ ไม่ต้องจัดการ ไม่ต้องหาผู้เช่าเอง แต่มีทีมจากบริษัท แฮมป์ตัน โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (HHR) บริษัทในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ผู้ให้บริการระดับ 5 ดาวที่มีเครือข่ายเอเจนท์ คอยช่วยบริหารจัดการและจัดหาผู้เช่าให้”
“ด้วยการลงทุนในราคาที่ต่ำกว่าการลงทุนในพื้นที่เขตเมืองกรุงเทพฯ เริ่มต้นเพียง 1.59 ล้านบาทแต่ให้ผลตอบแทนในอัตราเท่ากันและมั่นคงที่ 5-9% ต่อปี นาน 20 ปี* พร้อมรับสิทธิประโยชน์ในการเข้าพักโรงแรมในเครือบริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ทั่วประเทศ”


สรุปแล้ว จุดเด่นของโปรแกรมการลงทุน Origin EEC Investment Property Program ที่จะช่วยกำจัดจุดอ่อนใน การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในอีอีซี มีดังนี้
สะดวกสบาย ลดภาระจุกจิกในการปล่อยเช่า โดยมีทีมดูแลมืออาชีพ ทั้งการรับห้อง จัดหาผู้เช่า จัดเก็บค่าเช่า ปรับปรุงซ่อมแซมภายในยูนิต รวมถึงการลงคะแนนเสียง นิติบุคคล อาคารชุดฯ และจัดการจ่ายรายได้กลับให้เจ้าของห้องชุด
แม้ไม่มีผู้เช่า ผู้ลงทุนก็ยังคงได้รับผลตอบแทน เพราะเป็นการลงทุนอสังหาฯ แบบ Mutual Benefit แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันตามสัดส่วนการลงทุน
ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ เจ้าของห้องไม่ต้องลงทุนเพิ่มเรื่องการตกแต่งอุปกรณ์เพื่อการเช่า นอกจากนี้ยังไม่ต้องเสี่ยงติดลบกับค่าดูแลห้อง และค่าพนักงานอีกด้วย
ได้รับผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง
ได้กรรมสิทธิ์ในห้องชุด พร้อมขายในอนาคต
สำหรับโครงการเด่นใน Origin EEC Investment Property Program สามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน เว็บไซต์ของ Origin ได้เลย
อัปเดตทุกเทรนด์การพัฒนาที่เกิดขึ้นในพื้นที่อีอีซี
การพัฒนาดีๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการก้าวสู่ปีที่ 3 ของการใช้ แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี












