สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) แหล่งผลิตบัณฑิตนักวิจัย สร้างนวัตกรรมตอบโจทย์ประเทศไทย

เป็นอีกหนึ่งวันแห่งความภาคภูมิใจของทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เมื่อ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันวิทยสิริเมธี และโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ประจำปีการศึกษา 2564

โดยช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจและน่ายินดีนี้เกิดขึ้นทุกปีที่ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตบัณฑิตนักวิจัย สร้างนวัตกรรมตอบโจทย์ประเทศไทย ด้วยความเชื่อว่า “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม” เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศ สถาบันวิทยสิริเมธี (Vidyasirimedhi Institute of Science and Technology) หรือในชื่อย่อว่า VISTEC จึงก่อตั้งขึ้นมาจากความตั้งใจขององค์กรด้านพลังงานอย่างกลุ่ม ปตท. ที่ต้องการมีส่วนช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ
สถาบันแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่เพื่อการศึกษาและการเรียนรู้ (Education Zone) ในเมืองแห่งนวัตกรรม Smart City วังจันทร์วัลเลย์ (Wangchan Valley) จังหวัดระยอง บนพื้นที่ 3,454 ไร่ ด้วยความตั้งใจให้มีสถาบันอุดมศึกษาในระดับปริญญาโทและเอก เน้นบ่มเพาะคนที่มีศักยภาพด้านการทำวิจัยโดยเฉพาะ

ทำความรู้จัก สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ผ่านหลักสูตรที่เปิดสอน

จากบทความเรื่อง “เจาะลึก “วิทยสิริเมธี VISTEC” แหล่งผลิตเทคโนโลยี นักวิจัย สู่นวัตกรรมไฮเทค” ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ฐานเศรษฐกิจ ได้ให้ข้อมูลหลักสูตรที่เปิดสอนในสถาบันแห่งนี้ไว้ ดังนี้
สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ในหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโทและปริญญาเอก มุ่งเน้นการสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ และสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นงานวิจัยชั้นแนวหน้า (Frontier Research) ในระดับสากล ปัจจุบันเปิดสอน รวมทั้งสิ้น 4 สำนักวิชา ได้แก่
1. สำนักวิชาวิทยาการโมเลกุล (School of Molecular Science and Engineering: MSE)
2. สำนักวิชาวิทยาการพลังงาน (School of Energy Science and Engineering: ESE)
3. สำนักวิชาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม ชีวโมเลกุล (School of Biomolecular Science and Engineering: BSE)
4. สำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (School of Information Science and Technology: IST)
หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าแต่ละสาขาของสถาบันวิทยสิริเมธี เน้นเป้าหมายการขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม สะท้อนจากงานวิจัยของ VISTEC ที่ต้องบอกว่ามีความพยายามในการช่วยแก้ปัญหาและพัฒนาสังคมได้แบบตรงจุด และนี่คือผลงานที่ได้รับการยอมรับ
สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติทั้งในด้านผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับโลก และได้รับการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ Nature Index (www.natureindex.com) ให้เป็นอันดับ 1 ในประเทศไทยในด้านเคมี (Chemical sciences), วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life sciences) และวิทยาศาสตร์รวมทุกสาขา (All sciences)
นอกจากนั้น ยังเป็นอันดับ 2 ในด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical sciences)  ได้รับการจัดอันดับ 3 ด้านเคมี (Chemical sciences) ในระดับ ASEAN (ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2565) รวมถึงได้รับการจัดอันดับที่ 12 ของมหาวิทยาลัยทั่วโลกที่ก่อตั้งมาไม่เกิน 30 ปี อีกด้วย

เป็นแหล่งผลิตบัณฑิตนักวิจัย สร้างนวัตกรรม สั่งสมองค์ความรู้ ปูทางสู่การพัฒนาประเทศชาติทุกด้าน

นอกเหนือจากการทำการเรียนการสอนตามหลักสูตรที่กล่าวมาแล้ว VISTEC ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติทั้งในด้านผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับโลก และได้รับการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ Nature Index (www.natureindex.com) ให้เป็นอันดับ 1 ในประเทศไทยในด้านเคมี (Chemical sciences), วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life sciences) และวิทยาศาสตร์รวมทุกสาขา (All sciences)
และยังเป็นอันดับ 2 ในด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical sciences) ได้รับการจัดอันดับ 3 ด้านเคมี (Chemical sciences) ในระดับ ASEAN (ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 2565) รวมถึงได้รับการจัดอันดับที่ 12 ของมหาวิทยาลัยทั่วโลกที่ก่อตั้งมาไม่เกิน 30 ปี อีกด้วย
ทั้งนี้ VISTEC ยังเล็งเห็นความสำคัญของการนำผลงานวิจัยชั้นแนวหน้าเข้าสู่การพัฒนาเพื่อผลักดันให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริง จึงได้จัดตั้งนิติบุคคลภายใต้ชื่อ บริษัท วิสอัพ จำกัด (VISUP Company Limited) ทำหน้าที่บ่มเพาะและผลักดันให้เกิดวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) แบบเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep technology)
ปัจจุบันมีโครงการที่จัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้ว คือ บริษัท วิสัย เอไอ จำกัด (VISAI Company Limited) ผลิตภัณฑ์หลักคือการพัฒนาแพลตฟอร์มทางปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคคลทั่วไป และในอนาคต VISUP มีแผนผลักดันให้เกิด Startup อีกอย่างน้อย 3 โครงการภายในปี 2025  

สำหรับหัวข้องานวิจัยโดดเด่น ในปี 2565 นี้ VISTEC ได้ผลิตและพัฒนาผลงานวิจัยที่มีความสำคัญ และมีความสอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจในปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 ด้าน คือ
  • AI and Robotics
จากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IST)  วิจัยระบบปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ เช่น งานวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถปรับใช้ในงานด้านต่างๆ สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านระบบ AI ให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น  พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในการใช้งานที่หลากหลายโดยใช้ฐานข้อมูลที่น้อยลง มาใช้แก้ปัญหาใหม่ที่ข้อมูลหายากหรือมีค่าใช้จ่ายสูง ได้แก่ การพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถเคลื่อนไหวในพื้นที่ซับซ้อน เข้าถึงยากและอันตรายในภาคอุตสาหกรรม
และยังมีงานวิจัยระบบต้นแบบเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฝึกเดินเสมือนจริงอัจฉริยะ เพื่อใช้ในการศึกษาการควบคุมการทำงานของระบบหุ่นยนต์ช่วยเหลือทางการแพทย์ที่มีข้อมูลป้อนกลับจากสัญญาณชีวภาพและชีวกลศาสตร์ เช่น สัญญาณคลื่นสมอง, สัญญาณการเคลื่อนไหวของร่างกายด้วยการประมวลผลผ่านแบบจำลองโครงข่ายประสาทเทียม ระบบสามารถปรับตัวทำงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยสนับสนุนและฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานแต่ละบุคคล

  • Energy, Materials & Environment
จากสำนักวิชาวิทยาการพลังงาน (ESE) และสำนักวิชาวิทยาการโมเลกุล (MSE) เน้นงานวิจัยทางด้านเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน พัฒนาแบตเตอรี่และวัสดุคุณภาพภาพสูง เช่น การวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับแบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน ทั้งในด้านของวัสดุที่ใช้ทำขั้วบวกและขั้วลบ การสร้างสารละลายอิเล็กโตรไลต์ชนิดใหม่ที่มีความเสถียรและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
งานวิจัยด้านการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยานาโนยุคใหม่จากขยะหรือสารไร้มูลค่าเพื่อประยุกต์ในอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมียุคใหม่ รวมทั้งอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยา นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่สามารถเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารที่มีมูลค่าสูง เช่น สารนำพาประจุในแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน รวมถึงการเปลี่ยนให้เป็นพอลิเมอร์ที่มีคุณสมบัติพิเศษขั้นสูงและสารดูดซับขั้นสูงที่มีรูพรุนพิเศษเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรมเฉพาะด้าน รวมถึงการพัฒนาวัสดุโปร่งใสที่สามารถเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า (Luminescent solar concentrator: LSC) อีกด้วย

  • Biotechnology
จากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมชีวโมเลกุล (BSE) เน้นด้านการพัฒนาด้านเซลล์และเอนไซม์ในระดับสูงเพื่อใช้ประโยชน์ทั้งในด้านการแพทย์ และการเพิ่มมูลค่าของขยะอินทรีย์ โดยมีงานวิจัย เช่น การพัฒนางานวิจัยด้านชีววิทยาสังเคราะห์ เพื่อออกแบบและสร้างเทคโนโลยีชีวภาพในระดับเซลล์ขึ้นมาใหม่
รวมถึงวิศวกรรมโปรตีน (Protein Engineering) ทำการสร้างเอนไซม์ชนิดใหม่เพื่อให้เกิดการทำงานที่เป็นประโยชน์และก่อให้เกิดสารมีมูลค่าเพิ่ม เช่น ฮอร์โมนพืชภายใต้ชื่อ BioVis งานวิจัยด้านการใช้สารชีวภาพโดยเฉพาะเอนไซม์ที่มีความจำเพาะต่อสารที่ต้องวิเคราะห์อย่างสูง เพื่อวัดปริมาณการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
เน้นการสร้างอุปกรณ์ต้นแบบและนวัตกรรมทางเคมีไฟฟ้าหรือการเปล่งแสงเพื่อการประยุกต์ใช้งานได้จริง รวมถึงการศึกษาโครงสร้างของเอนไซม์เฉพาะทางเพื่อสร้างผลิตผลที่มีมูลค่าสูง เช่น ความสามารถในการเพิ่มผลิตผลของน้ำตาลที่เกิดได้ยากและมีราคาสูง สำหรับตลาดเคมีภัณฑ์ และการพัฒนาโครงสร้างของอนุพันธุ์ไคโตโอลิโกแซคคาร์ไรด์ที่มีฤทธิ์เป็นยาต้านจุลชีพใหม่ เป็นต้น

พัฒนาคนไปคู่กับพัฒนานวัตกรรม คือหัวใจสำคัญ ของ VISTEC

การจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วให้ได้นั้น หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญมากคือ “คน” นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม VISTEC จึงมีจุดยืนที่ชัดเจนในการเป็นแหล่งสร้างคน ให้มีความรู้ ทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่ดี และยังนำไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ เพื่อให้สอดรับกับทิศทางระดับโลก
สำหรับข้อมูลจำนวนนิสิตที่การเข้าศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ของสถาบันฯ ตั้งแต่ปี 2015 – 2021 รวม 327 คน ขณะที่ข้อมูลจำนวนนิสิตที่จบการศึกษาระดับปริญญาโท ปริญญาเอก ตั้งแต่ปี 2017-2021 รวม 50 คน นิสิตทุกคนได้รับทุนการศึกษา นิสิตที่มีความสามารถเป็นเลิศจะได้รับทุนเพิ่มขึ้นในรูปของทุนพระราชทานศรีเมธี ซึ่งประจำปีการศึกษา 2563 มีจำนวน 8 คน และกำลังจะมอบแก่ผู้รับทุน ประจำปี 2564 อีก 6 คน เป็นการสร้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง

โดยในปีนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังวังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันวิทยสิริเมธี ประจำปี 2564 จำนวน 30 คน แบ่งเป็นระดับปริญญาเอก จำนวน 26 ราย และระดับปริญญาโท จำนวน 4 ราย และพระราชทานทุนการศึกษา “ศรีเมธี” ให้กับนิสิตที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมจากสถาบันฯ จำนวน 4 ราย
รวมทั้งพระราชทานประกาศนียบัตรแก่ผู้แทนนักเรียนโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ที่สำเร็จการศึกษา รุ่นที่ 5 จำนวน 2 ราย โดยมี นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี, ศ. ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล อธิการบดีสถาบันวิทยสิริเมธี, ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. พร้อมกับคณะผู้บริหารและพนักงาน กลุ่ม ปตท. เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรผลงานทางวิชาการและงานวิจัยของสถาบันวิทยสิริเมธี ที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจในปัจจุบัน
อนึ่ง สถาบันวิทยสิริเมธี ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมกันสร้างนักวิจัย พัฒนางานวิจัยที่มีศักยภาพไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และสร้างคุณค่าให้แก่สังคม อันเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่สำคัญของสถาบันฯ

ที่มา Facebook : สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC)


สถาบันและหน่วยงาน ที่มีส่วนพัฒนาประเทศชาติด้วยวิทยาการหลากหลาย

ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) @ EECi ลมใต้ปีกภาคอุตสาหกรรมไทย พิชิตเป้าหมายการผลิตยุคใหม่ พร้อมเดินสู่ Industry 4.0

4 มหาวิทยาลัยนำร่องเปิด คลังหน่วยกิตแห่งชาติ ปลดล็อคการศึกษาไทยสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

เปิดแล้ววันนี้ ! หลักสูตร AI Sandbox มิติใหม่การสอน AI ของไทย ต้นแบบความร่วมมือของ 6 สถาบันศึกษา + ภาคอุตสาหกรรม

Previous article“เทคโนโลยีการจดจำใบหน้า” (Facial Recognition) ช่วยป้องกันการสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลได้อย่างไร
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.329
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์