ภายหลังจากทุกประเทศทั่วโลกเริ่มปลดล็อค ผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เพื่อเปิดประเทศ ฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาด การรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดรายวันก็ถูกยกเลิกไป ผู้คนเริ่มกล้าที่จะออกมาใช้ชีวิตกันมากขึ้น แต่ท่ามกลางความผ่อนคลายที่กล่าวมานั้น โควิดระลอกใหม่ ล่าสุด ก็ดูจะแพร่กระจายแบบเงียบๆ แต่ติดสปีด เร็ว แรง ไม่ต่างจากสัญญาณ 5G รู้ตัวอีกที ก็ได้ข่าวคนรอบข้างว่าติดโควิดกันอย่างต่อเนื่องเสียแล้ว
ที่กล่าวมานี้ไม่ใช่เป็นแค่ “ความรู้สึก” เท่านั้น เพราะจากข้อมูลสถิติคนติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด พบตัวเลขที่น่าสนใจ คือ มีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม – 5 พฤศจิกายน มีผู้ติดเชื้อ 2,759 ราย (เฉลี่ยวันละ 394 ราย) เสียชีวิต 40 ศพ (เฉลี่ยวันละ 5 ศพ) จนสัปดาห์ล่าสุด 20 – 26 พ.ย. ที่มีคนติดเชื้อ 4,914 ราย (เฉลี่ยวันละ 702 ราย) เสียชีวิต 74 ศพ (เฉลี่ยวันละ 10 ศพ)
จากตัวเลขนี้ ทำให้สรุปได้ว่า มีคนเริ่มติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพียงเดือนเดียว ตัวเลขทุกด้าน เพิ่มขึ้นเกือบ 100%
รู้ทันสถานการณ์ โควิดระลอกใหม่ ล่าสุด
นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าโรคระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของ โควิดระลอกใหม่ ล่าสุด ในช่วงเดือนที่ผ่านมาว่า
“พูดได้เลยว่าตอนนี้โควิดกลับมาระบาดมากขึ้น เรียกว่าตัวเลขคนป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน และจะเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ โดยมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย”
“สาเหตุหนึ่งคือ การไปรับเชื้อตัวใหม่ๆ มาจากต่างประเทศ ส่งผลให้มีการติดเชื้อกันง่ายขึ้น ซึ่งตามที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุ คือ BA.2.75 ซึ่งเคยแพร่ระบาดในอินเดีย อยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ซาลงไป นอกจากนี้ ยังมีสายพันธุ์ที่พบในสิงคโปร์ คือ XBB ขณะที่ในยุโรปและอเมริกา ก็เริ่มพบสายพันธุ์ BQ.1.1 ที่ยิ่งกลายพันธุ์ ก็ยิ่งแพร่เร็วขึ้น ซึ่งการระบาดของสายพันธุ์ BA.2.75 ในอนาคตก็อาจจะมีตัวอื่นๆ ที่มีการแพร่เชื้อเร็วกว่า เข้ามาแทนที่”
“แม้การระบาดของโควิดในช่วงนี้ดูเหมือนจะมีความรุนแรงขึ้น แต่ความรุนแรงของโรค ก็ยังไม่ถึงขั้นน่ากังวล เพราะคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนมาแล้ว จะมีอาการป่วยน้อย ส่วนคนที่ยังไม่ได้ฉีดเลย หรือ คนที่ฉีดวัคซีนเชื้อตายเพียงอย่างเดียว ก็ต้องระมัดระวัง เพราะหากติดเชื้อ ก็อาจจะส่งผลให้ป่วยหนัก ถึงขั้นเข้าห้อง ICU หรือ จำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ”
“และส่วนใหญ่ประมาณ 80% ก็ได้รับวัคซีน mRNA กันแล้ว แต่ก็มีกลุ่มใหญ่บางกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่ต่อต้านวัคซีน mRNA ก็ยังไม่ยอมฉีด หรือ รวมกับคนไม่ฉีดด้วยก็นับ 10 ล้านคน”
แต่กับคำถามว่า ผู้ป่วยติดเชื้อ เพิ่มขึ้นเท่าตัวใน 1 เดือน ถือว่าน่ากังวลไหม หมอมนูญ ตอบว่า ตัวเลขที่เราเห็น คือ คนป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาล แต่ในความเป็นจริง น่าจะมีผู้ติดเชื้อจริงๆ วันละหมื่นกว่าคน แต่ก็ยังน้อยกว่าเดือนกรกฎาคม
อาการ โควิดระลอกใหม่ มีอะไรต้องอัปเดตหรือไม่?
แล้วโควิดที่ระบาดในเวลานี้ อาการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ คุณหมอมนูญ กล่าวว่า “อาการทุกอย่างคล้ายเดิม ซึ่งโอมิครอน ก็แตกต่างจาก เดลตาอยู่แล้ว เพราะเดลตาจะทำให้จมูกไม่ได้กลิ่นด้วย”
“สำหรับคนที่ฉีดวัคซีนไปแล้ว โควิด จะมุ่งโจมตีที่ทางเดินหายใจส่วนบน อาการที่จะแสดงออกมา ก็คือ มีน้ำมูกไหล เจ็บคอ ไอ เสมหะ แต่เมื่อลงปอดเมื่อไหร่ จะเกิดอาการเหนื่อย หายใจลำบาก มีไข้ ปวดหัว ปวดตัว”
“เชื้อโรคที่ระบาดในเวลานี้ ต้องยอมรับว่าหลายชนิด ไม่ใช่แค่โควิด-19 อย่างเดียว มีทั้ง RSV ฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส (Human metapneumovirus, ไวรัสอินฟลูเอนซา (ไข้หวัดใหญ่) และอื่นๆ อีกหลายชนิด โดยเท่าที่เจอในแต่ละวันมีเกือบทุกชนิด ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้น ส่งผลต่อการวินิจฉัยโรคได้ยากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม คุณหมอมนูญ กล่าวว่าโรคที่มีต้นเหตุจาก “ไวรัส” มียารักษา เพียง 2 โรค คือ โควิด-19 กับ ไข้หวัดใหญ่ ส่วนโรคอื่นๆ ทำได้เพียงรักษาตามอาการ
“และตั้งแต่ที่โควิด-19 ระบาด ก็พบว่าในรอบ 20 ปี มีคนติดเชื้อวัณโรคเพิ่มขึ้น มีอาการดื้อยามากขึ้น โดยทั้งปีและทั้งโลกมีคนติดเชื้อ 10.6 ล้านคน เสียชีวิต 1.6 ล้านคน เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 4% ทั้งที่ก่อนโควิด-19 ระบาด เชื้อวัณโรค ค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว”
“สาเหตุ ที่เป็นเช่นนั้น เพราะจากโควิด-19 ระบาด ทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้ช้าลง บางคนมีอาการก็ไม่ยอมหาหมอ หรือกลัวจะมาติดเชื้อที่โรงพยาบาล”
มาตรการที่ต้องทำตาม เพื่อป้องกันไม่ให้การเฉลิมฉลองปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งการแพร่เชื้ออีก
แน่นอนว่าช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองตอนปีใหม่นี้ นับเป็นช่วงการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากโควิด-19 ยังมีเชื้อไวรัสอื่นๆ ระบาด ฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำ คือ ใช้วิธีการป้องกันแบบโควิด-19 ตั้งแต่แรกเริ่ม ทั้งหมั่นล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย ทำความสะอาดในพื้นที่จับบ่อยๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ซึ่งวิธีการแพร่เชื้อโรค คล้ายกันหมด เพียงแค่เรามีมาตรการสุขอนามัย ก็จะป้องกันเชื้อเหล่านี้ได้
นอกจากนั้น คุณหมอมนูญ ยังได้อัปเดต ข้อควรปฏิบัติ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ โควิดระลอกใหม่ เพิ่มเติมด้วยว่า
“คนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ให้รีบไปฉีดเสีย เพราะ 1-2 ปี ที่ผ่านมา มีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่น้อยลงมาก ทำให้เราไม่ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ ฉะนั้น ภูมิต้านทานที่เคยมีก็ลดน้อยถอยลงไป”
“สำหรับคนที่รับวัคซีนโควิดมาแล้ว 3-6 เดือน ถึงแม้ฉีดวัคซีนรุ่นเก่า แต่ก็ยังป้องกันการเสียชีวิต หรือ ป่วยหนักได้ ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนาน ภูมิป้องกันก็ยังมี แต่หากมีการฉีดบูธ เพิ่ม ก็จะเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้”
ขณะที่ Facebook : Yong Poovorawan หรือ เฟซบุ๊คของ ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อัปเดตถึงอาการ การเปลี่ยนแปลงของเชื้อไวรัสโควิด รวมถึงแนวทางการปฏิบัติที่จะทำได้ในขณะนี้เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิดที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้ว่า
“ระยะเวลาที่ผ่านมา ไวรัส covid 19 ได้พัฒนาตัวเองเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ทำให้ติดต่อได้ง่ายขึ้น แพร่กระจายโรคได้ง่าย แต่ความรุนแรงไม่ได้เพิ่มขึ้น เราจะเห็นว่าสายพันธุ์ได้มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนามาโดยตลอด สายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่ายก็จะเข้ามาแทนที่ ความรุนแรงของโรคลดน้อยลง เกิดจากมีภูมิต้านทาน จากวัคซีนหรือการติดเชื้อ”
“ร่างกายของคนทั้งหมดรู้จักเชื้อไวรัสตัวนี้ และเมื่อเกิดการติดเชื้อ ทำให้อาการลดลง ยกเว้นผู้ที่มีร่างกายเปราะบาง การหลีกหนีจากไวรัสตัวนี้ ต่อไปจะทำได้ยากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะมีการผ่อนปรนและการดำรงชีวิตเข้าสู่ภาวะปกติ แต่อย่างไรก็ดี แนวทางการปฏิบัติที่จะทำได้ในขณะนี้ คือ
ทำร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่า ดูแลเรื่องสุขภาพอนามัย ความสะอาด กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
สร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อ covid19 ด้วยการรับวัคซีนอย่างน้อย 3 เข็ม และใครได้รับเข็มสุดท้าย หรือติดเชื้อมาแล้วเกิน 6 เดือน อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรจะได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นอย่างยิ่ง หรือใครคิดว่าเสี่ยงต่อการติดโรคได้ง่าย ก็สมควรที่จะได้รับวัคซีนในการป้องกัน เช่นบุคลากรด่านหน้า
หลีกเลี่ยงการไปในที่แออัด คนหมู่มาก ถ้าจำเป็นต้องไปก็ต้องปฏิบัติตัว อย่างเคร่งครัด ในการป้องกันตนเอง คนปกติแข็งแรงไม่มีความจำเป็นต้องตรวจ ATK เช่นจะไปโรงเรียน
เมื่อมีอาการต้องสงสัยโรคทางเดินหายใจ ควรได้รับการตรวจวินิจฉัย เช่น ตรวจ ATK ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม และป้องกันการกระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น
เมื่อติดเชื้อหรือป่วย ควรดูแล รับการรักษาอย่างเหมาะสม เก็บตัวอย่างน้อย 5 วัน ป้องกันการแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น หลังจากนั้นถึงแม้ว่าจะออกสู่สังคมก็ควรป้องกันของโรคต่ออีก 5 วัน
อาการที่ยังคงอยู่หลัง covid-19 (long covid) จะเกิดขึ้นในสัปดาห์แรกๆและส่วนใหญ่จะหายไป ส่วนใหญ่จะเป็นอาการที่เกี่ยวกับความรู้สึก โดยที่ตรวจไม่พบพยาธิสภาพ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปตื่นกลัว อย่างที่มีการให้ข่าวกัน ประชากรส่วนใหญ่ขณะนี้มีการติดเชื้อไปแล้วหรือป่วยไปแล้วประมาณร้อยละ 70 ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดก็ดำรงชีวิตได้อย่างปกติไม่ได้มีปัญหาอะไร
ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป ในภาวะปัจจุบัน ไม่ควรให้ covid-19 มาเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิต
10 ด้านสว่างของโควิด กับความจริงที่ทำให้ตื่นรู้ ไม่ตื่นตระหนก
ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ให้ความรู้ใน Facebook : ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ถึงด้านสว่างของ โควิดระลอกใหม่ นี้ไว้ด้วยว่า
การแพร่ อย่างหนาแน่นรวดเร็วกว่าเดิม จะทำให้คลื่นระลอกนี้จบสิ้นไปไว
โควิดที่มีอาการชัดเจนกลับเป็นประโยชน์ให้คนนั้น โดยจะมีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติดีกว่า คนไม่มีอาการ สำหรับต่อสู้คลื่นโควิดในอนาคต
การที่มีภูมิตามธรรมชาติร่วมกับวัคซีน จะลดอาการหนัก ได้ดีกว่าวัคซีนเฉยๆ (ไม่ได้ยุให้ติดนะครับ)
โควิดที่เกิดอาการหนักมากส่วนสำคัญ ยังอยู่ที่ต้นทุนสุขภาพของแต่ละคน และขาดการออกกำลัง และตามใจปาก
และเหล่านี้ จะทำให้คนไทยตระหนักถึงการใส่ใจตนเองไม่ปล่อยตัว
อาการหนักน่าจะมีแนวโน้มว่า ควรจะเบากว่าที่ผ่านมา จากความดีสะสมของการเคยติดเชื้อและวัคซีน
สายพันธุ์ของโควิด ตลอดจนความรุนแรงในขณะที่ติดเชื้อและวัคซีน อาจจะไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดผลกระทบรวมทั้งความรุนแรงของลองโควิด (รายงานจากคิงส์ คอลเลจ)
การเกิดลองโควิดกลับรักษาได้ง่ายอย่างเหลือเชื่อ จากการเริ่มออกกำลังกาย ออกแดด ปรับอาหารเข้าใกล้มังสวิรัติ ผัก ผลไม้เป็นหลัก ลดแป้ง งดเนื้อสัตว์ กินปลาได้ และผอม ท้องต้องไม่ผูก
การมีไวรัสอื่นเข้ามาปะปนโดยเฉพาะโคโรนาประจำถิ่นกลับจะเพิ่มภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติต่อโควิดด้วย
และในที่สุดโควิดจะกลายเป็นโรคธรรมดาเฉยๆ ถ้าคนไทยเริ่มสะสมต้นทุน สุขภาพ ทั้งประเทศ

อัปเดตข้อมูลที่ต้องรู้เพื่อดูแลตนเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากโควิดในยุคนี้
ตื่นรู้ ไม่ใช่ ตื่นกลัว พร้อมจับตา ‘เดลตาครอน XBC’ โควิดลูกผสมพันธุ์ใหม่ เขย่าโลกระลอกล่าสุด
10 ความจริงที่ต้องรู้ เพื่อรับมือ ‘ลองโควิด’ ก่อนพ่นพิษฉุดเศรษฐกิจร่วง
















