Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.344

สวนน้ำ “โซนี่ พิคเจอร์” สร้างมูลค่าเศรษฐกิจในอีอีซีกว่า 10,000 ล้านบาท ดึงดูดนักท่องเที่ยว 20 ล้านคน

ภายหลังการผลักดันและเร่งรัดการลงทุนระยะที่ 1 (2561 – 2565) ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ทำให้เกิดการอนุมัติงบลงทุนสูงถึง 1.92 ล้านล้านบาท เกินเป้าหมาย 1.7 ล้านล้านบาท สามารถดึงการลงทุนจากเอกชนรายใหญ่ เช่น บริษัท โซนี่ พิคเจอร์ และ อเมซอน ฟอลส์ เปิดสวนน้ำโคลัมเบีย อควาเวิร์ส แห่งแรกของโลก ในพื้นที่อีอีซี คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ 20 ล้านคน เกิดมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 10,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า EV แห่งภูมิภาค โดยมี บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ ลงทุน 22,000 ล้านบาท บริษัท บีวายดี (BYD) ลงทุนรวม 17,891 ล้านบาท บริษัท EVlomo ร่วมทุนโครงการผลิตแบตเตอรี่ใหญ่สุดในอาเซียน ลงทุน 33,000 ล้านบาท บริษัท ฮอริซัน พลัส (ปตท.ร่วม Foxconn) เงินลงทุนกว่า 36,100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มตำแหน่งงานไม่น้อยกว่า 6,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ อีอีซี ได้เร่งเชิญชวนและพบปะนักลงทุนต่อเนื่อง อาทิ การจัดเวทีประชุมไทย-ซาอุฯ ซึ่งคาดว่าจะเกิดการลงทุนสูงถึง 300,000 ล้านบาท การเชิญชวนกลุ่มนักธุรกิจเยอรมนี สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ BCG โดยอีอีซี ตั้งเป้าหมายเกิดการลงทุนในระยะที่ 2 ให้ได้ 2.2 ล้านล้านบาทใน 5 ปี (2566 – 2570) มีเงินลงทุนประมาณปีละ 400,000 – 500,000 ล้านบาท ภาพรวมเศรษฐกิจอีอีซีจะขยายตัวได้ 7-9% ต่อปี และทำให้ประเทศไทยขยายตัวได้ประมาณ 5% ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป

อีอีซีเดินหน้า 5G ครอบคลุมเต็มพื้นที่ ปั้น 1 หมื่นโรงงานอัจฉริยะ พัฒนาบุคลากรดิจิทัล 3 หมื่นคน

การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ได้รับทราบและพิจารณาความก้าวหน้าการดำเนินงานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ถึงการเพิ่มประโยชน์สัญญาณ 5G ที่ครอบคลุมพื้นที่ อีอีซี 100% เพื่อขับเคลื่อนระบบ Automation ในโรงงานและธุรกิจช่วยลดต้นทุนได้กว่า 30% ตั้งเป้าจะสามารถปรับสู่โรงงานอัจฉริยะไม่น้อยกว่า 10,000 โรงงานภายใน 5 ปี การพัฒนาระดับชุมชน ซึ่งได้เกิดชุมชนอัจฉริยะต้นแบบที่บ้านฉาง ต่อยอดไปถึงโรงพยาบาล ระบบเกษตรอัจฉริยะ เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาบุคลากร ที่สร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำ เช่น หัวเว่ย มิตซูบิชิ ซิสโก้ แพลนเน็ตคอม ตั้งเป้าหมายพัฒนาบุคลากรดิจิทัลให้ได้ 30,000 คน ในเวลา 3 ปี และในภาพใหญ่อีอีซี ได้มุ่งมั่นสร้างบุคลากร แนวคิดผลิตคนตรงความต้องการ (EEC Demand driven) ร่วมกับ 3 กระทรวง (ศึกษาธิการ/แรงงาน/อว.) คาดว่าในปี 2566 จะสามารถผลิตได้ประมาณ 151,062 คน และจะดำเนินการให้ได้ตามเป้าหมาย 475,668 คน 

ไทยคว้าอับดับ 41 ความมั่นคงทางไซเบอร์ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลได้ 100%

National Cyber Security Index หรือ NCIS ได้จัดอันดับความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศไทย อยู่อันดับที่ 41 จากทั้งหมด 161 ประเทศ และเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน โดยพิจารณาจาก ตัวชี้วัด ความสามารถในการจัดการภัยคุกคามทางไซเบอร์, การจัดการอุบัติเหตุทางไซเบอร์ และ การพัฒนาความปลอดภัยทั่วไปทางไซเบอร์ โดยพิจารณาร่วมกับ ข้อมูลจากรัฐบาลประเทศต่างๆ ข้อมูลจากองค์กรและผู้เชี่ยวชาญ และ ข้อมูลของ NCIS เอง ขณะที่คะแนนการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล คะแนนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ทางไซเบอร์ และ คะแนนการวิเคราะห์ภัยทางไซเบอร์และข้อมูล 100% คะแนนการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ 89% คะแนนความมั่นคงดัชนีทางไซเบอร์ที่ 64.94 % และคะแนนการจัดการวิกฤตทางไซเบอร์อยู่ที่ 60% 

สธ. เร่งผลิตจิตแพทย์เพิ่ม หลังพบตัวเลขผู้ป่วยทะยานกว่า 2.5 ล้านคน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มอบนโยบายให้เร่งแก้ไขปัญหาจำนวนจิตแพทย์ไม่เพียงพอ และเห็นควรขยายกรอบอัตรากำลังและมีแผนขยายการฝึกอบรม ร่วมประชุมหาแนวทางร่วมกับภาคีเครือข่ายในการผลิตจิตแพทย์ ตั้งเป้าเพิ่มจิตแพทย์อีก 400 คนภายใน 5 ปี ให้กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งนี้จากระบบคลังข้อมูลสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2565 พบว่ามีผู้ป่วยจิตเวชที่มารับบริการตามการรักษาจากทุกสิทธิ์รวมกันทั้งสิ้น 2,519,255 คน ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ พ.ศ. 2564 มีแนวทาง “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” นั้น คาดการณ์ว่าผู้เสพยาเสพติดจะมีประมาณ 1.9 ล้านคน จำแนกตามลักษณะความรุนแรงของการเสพติดเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มผู้เสพติด ประมาณ 35,000 คน ที่ต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟูระยะยาว โดยส่งต่อสถานบริการหรือโรงพยาบาลเฉพาะทางที่มีจิตแพทย์ให้การดูแลรักษาต่อเนื่อง 2.กลุ่มผู้เสพ ประมาณ 4.56 แสนคน กลุ่มนี้ควรเข้าการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพด้วยสถานพยาบาลในพื้นที่ โดยมีทีมบุคลากรทางการแพทย์ผู้ผ่านการอบรมและมีจิตแพทย์ของจังหวัดเป็นพี่เลี้ยง และ 3.กลุ่มผู้ใช้ ประมาณ 1.2 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่สามารถดูแลได้ในพื้นที่ด้วยกลไกชุมชนที่บูรณาการร่วมกันทั้งหน่วยงานในและนอกกระทรวงสาธารณสุข

‘ปูติน’ ยืนยันไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ แต่ยอมรับสงครามยูเครนอาจยืดเยื้อ

ปูติน
ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ยอมรับว่า กองทัพรัสเซียอาจต้องปฏิบัติการสู้รบในยูเครนยืดเยื้อเป็นเวลายาวนาน นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนมาเป็นเวลากว่า 9 เดือน โดยรัสเซียได้สั่งระดมทหารกองหนุนราว 150,000 นาย จากทั้งหมด 300,000 นาย ในเดือนกันยายนและตุลาคม เพื่อเข้าไปปฏิบัติการในยูเครน ส่วนทหารที่เหลืออีก 150,000 นาย กำลังเข้ารับการฝึกซ้อมรบอยู่ในศูนย์ฝึกทหาร ผู้นำรัสเซียไม่ได้รู้สึกเสียใจที่สั่งเปิดฉากบุกโจมตียูเครน แต่ได้บรรลุผลจากปฏิบัติการพิเศษทางทหารแล้ว นั่นคือการผนวกแคว้นทั้ง 4 ของยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในเดือนกันยายน สำหรับความกังวลเกี่ยวกับการใช้อาวุธนิวเคลียร์ รัสเซียไม่ตัดสินใจใช้อาวุธดังกล่าวโดยพลการเด็ดขาด