Saturday, August 29, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.351

รัฐบาลโชว์ยอดจดทะเบียนรถยนต์ปีเดียวเพิ่มกว่าล้านคัน อนุมัติผลิต EV 17 บริษัท

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลสถิติของกลุ่มสถิติการขนส่ง กองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 พบว่ามีจำนวนรถยนต์จดทะเบียนสะสมทั้งสิ้น 41,955,920 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ณ วันเดียวกันถึง 1,067,969 คัน ซึ่งตัวเลขดังกล่าว ครอบคลุม รถยนต์ชนิดต่างๆ รถจักรยานยนต์, รถแทร็กเตอร์, รถบดถนน ฯลฯ แต่ไม่รวมรถโดยสาร รถบรรทุก และรถยนต์จดทะเบียนระงับ และรถยนต์แจ้งไม่ใช้ตลอดไป เมื่อแยกเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า มีจำนวนทั้งหมด 326,918 คัน แบ่งเป็น รถไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle; HEV) 255,733 คัน รถไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-In Hybrid Electric Vehicle; PHEV) 41,743 คัน รถไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle; BEV) 29,402 คัน จำนวนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่โตขึ้นมาก สอดรับเป้าหมาย ปี 2573 การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศรวม 725,000 คันต่อปี คิดเป็น 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ภายในปี 2573 สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาท และสร้างความต้องการแรงงานยานยนต์สมัยใหม่ประมาณ30,000 อัตราต่อปี นำไปสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แก้ปัญหาหาภาวะโลกร้อน สำหรับปี 2566 กระทรวงอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการยานยนต์ คาดการณ์ว่าจะมียอดการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มขึ้นกว่า 50,000 คัน มากไปกว่านั้น มาตรการส่งเสริมการลงทุนการผลิตรถยนต์/จักรยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านมาตรการทางภาษี ถือได้ว่ามีประสิทธิภาพอย่างมาก พิจารณาจากการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ได้อนุมัติโครงการยานยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว 26 โครงการจาก 17 บริษัท

ยก EEC STP เสริมทักษะใหม่ พัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรม Robotics & Automation

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาพิเศษด้านการพัฒนาบุคลากร สกพอ.
ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาพิเศษด้านการพัฒนาบุคลากร สกพอ. กล่าวถึงการจับมือกันของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) กับ ซิสโก้ ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนอินเทอร์เน็ต, แพลนเน็ตคอม และ ซิลิคอนเทคพาร์ค (STP) สร้างการเชื่อมต่อดิจิทัลที่ปลอดภัยที่เป็นรากฐานให้กับ “ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงบ้านฉาง” ในพื้นที่โครงการ EEC Silicon Tech Park (EEC STP) ว่า “โครงการ EEC SILICON TECH PARK จะเป็นพื้นที่ศูนย์รวมงานวิจัยและเทคโนโลยีขั้นสูงของอีอีซี ที่ส่งเสริมและยกระดับความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากร ด้านหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และดิจิทัล ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ อีอีซี จะได้รับความรู้ และเกิดการใช้ระบบผลิตอัตโนมัติแบบดิจิทัล ด้วยเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตขั้นสูงในพื้นที่ พร้อมกันนี้จะสามารถฝึกอบรมทักษะใหม่ (New skill) เพื่อพัฒนาความชำนาญให้แก่บุคลากรที่จะเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมทักษะด้าน Robotics & Automation โดยตรง ซึ่งเป็นบุคลากรพิเศษเฉพาะด้าน โดยตั้งเป้าหมายจะพัฒนาให้ได้ประมาณ 5,000 คน ภายใน 5 ปี สร้างความพร้อมและจูงใจให้ผู้ประกอบการทั่วโลกสนใจลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัลในพื้นที่อีอีซี ต่อไป” สำหรับความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัล” หรือ Cisco’s Country Digital Acceleration (CDA) ของซิสโก้ ในด้านการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ เพื่อเปิดโอกาสให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ นอกจากจะให้บริการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและคลาวด์ที่ปลอดภัยสำหรับพื้นที่โครงการ EEC Silicon Tech Park แล้ว ซิสโก้ยังสนับสนุนนวัตกรรมสำหรับอาคารอัจฉริยะ สมาร์ทซิตี้ การทำงานไฮบริดที่ปลอดภัย และสมาร์ทเวิร์คเพลส อีกด้วย

“ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์” ท็อป 3 ต่างชาติลงทุนพื้นที่อีอีซี 11 เดือน เฉียด 5 หมื่นล้าน

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์
นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย การลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ เดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2565 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 105 ราย คิดเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด มีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 48,316 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 43 ของเงินลงทุนทั้งหมด ทั้งนี้ เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น 42 ราย เงินลงทุน 24,520 ล้านบาท จีน 9 ราย เงินลงทุน 10,956 ล้านบาท และ สิงคโปร์ 9 ราย เงินลงทุน 2,156 ล้านบาท ธุรกิจที่ลงทุน อาทิ 1) บริการศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศด้วยระบบที่ทันสมัย 2) บริการพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการควบคุมการผลิตในโรงงาน และระบบบริหารจัดการสินค้าคงคลัง และ 3) บริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชัน การอัพเกรดซอฟต์แวร์ต่างๆ เป็นต้น คาดว่าหนึ่งเดือนสุดท้ายของปี 2565 (ธันวาคม) จะมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจโดยผ่อนคลายให้มีการเปิดประเทศ และเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมให้เศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

Food Delivery ปี 66 อาจหดตัวท่ามกลางโจทย์ท้าทายในการรักษายอดขายของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

ในระยะข้างหน้า เมื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาขับเคลื่อนได้ตามปกติ และผู้บริโภคมีการปรับพฤติกรรมมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้บทบาทของธุรกิจจัดส่งอาหารไปยังที่พัก (Food Delivery) ถูกปรับลดความสำคัญลงจากการปรับโหมดช่องทางการสั่งอาหารของผู้บริโภค ที่กลับมานั่งทานอาหารในร้าน และซื้อกลับมาทานด้วยตนเองมากขึ้น อย่างไรก็ดี พฤติกรรมความเคยชินของผู้บริโภคบางกลุ่มและการทำตลาดอย่างต่อเนื่องของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มจัดส่งอาหาร จะช่วยให้ในระยะข้างหน้าการใช้งานยังคงมีต่อเนื่อง แต่คาดว่าจะอยู่ในระดับที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับฐานที่สูงในปี 2563-2565 ส่งผลให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจัดส่งอาหารต้องปรับกลยุทธ์ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปี 2566 ธุรกิจจัดส่งอาหารไปยังที่พักน่าจะมีมูลค่าประมาณ 8.1 – 8.6 หมื่นล้านบาท หดตัวร้อยละ 0.8 ถึงหดตัวร้อยละ 6.5 (จากฐานที่สูงในปี 2565) อย่างไรก็ดี มูลค่าธุรกิจจัดส่งอาหารไปยังที่พักดังกล่าวก็ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิดอย่างมาก โดยทิศทางการหดตัวลงดังกล่าวเกิดขึ้นสอดคล้องไปกับภาพอุตสาหกรรม Food Delivery ในหลายประเทศที่มีการปรับลดลงหลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดฟื้นตัวดีขึ้น

โตเกียวเล็ง ‘บ้านสร้างใหม่’ ติดแผงโซลาร์เซลล์

สำนักข่าวเคียวโด นิวส์ (Kyodo News) ของญี่ปุ่น รายงานว่ารัฐบาลกรุงโตเกียวได้เปิดเผยแผนการใช้ระบบกำหนดให้บ้านเรือนที่สร้างขึ้นใหม่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2025 ท่ามกลางความพยายามลดการปล่อยคาร์บอนจากภาคครัวเรือน กฎหมายความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมฉบับปรับปรุงซึ่งจะมีการบังคับใช้ระบบนี้ ได้รับอนุมัติโดยเสียงส่วนใหญ่ระหว่างการประชุมคณะรัฐบาลกรุงโตเกียว เมื่อวันพฤหัสบดี (15 ธ.ค.) ซึ่งกลายเป็นการบังคับใช้คำสั่งประเภทนี้ครั้งแรกในญี่ปุ่น บริษัทก่อสร้างที่อยู่อาศัยรายใหญ่จะต้องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนอาคารที่มีพื้นที่รวมน้อยกว่า 2,000 ตารางเมตร ขณะผู้ซื้อบ้านต้องให้ความร่วมมือในประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน โดยผู้จัดทำสัญญาเอกชนในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยขนาด 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป จะต้องติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ รัฐบาลกรุงโตเกียวคาดการณ์ว่าต้นทุนเดิมของแผงโซลาร์เซลล์ ขนาด 4 กิโลวัตต์ ซึ่งอยู่ที่ราว 7,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 251,000 บาท) จะได้คืนผ่านรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าภายใน 10 ปี และสามารถลดเหลือ 6 ปี ด้วยความช่วยเหลือจากเงินอุดหนุน นอกจากนั้นบริษัทให้บริการเช่าแบบลีสซิง (Leasing) จะได้รับเงินอุดหนุนสำหรับค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเพื่อช่วยลดภาระผู้ซื้อบ้าน ภายในปี 2030 โตเกียวตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนลงครึ่งหนึ่งจากระดับในปี 2000 โดยได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมราว 853.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.98 หมื่นล้านบาท) สำหรับโครงการนี้ ซึ่งรวมถึงเงินช่วยเหลือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (ที่มา : ซินหัว)