ฟุตบอลโลก 2022 ค่ำคืนนี้ (18 ธันวาคม 2565) คือการชิงชนะเลิศระหว่าง “อาร์เจนติน่า” กับ “ฝรั่งเศส”
ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ค่ำคืนนี้ จะมี “ฮีโร่ World Cup 2022” คนใหม่เกิดขึ้น
ในมุมมองของผู้เขียน “ฮีโร่” ของ “อาร์เจนติน่า” คือ “ลิโอเนล เมสซี่” ส่วน “ฮีโร่” ของ “ฝรั่งเศส” คือ “ฮูโก้ โยริส” ที่นอกจากทั้งคู่จะเป็น “กัปตันทีม” ของแต่ละชาติแล้ว
ยังเป็นคีย์แมนสำคัญในชัยชนะของทั้ง “ฝรั่งเศส” และ “อาร์เจนติน่า” อีกด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้งสองคน ไม่คนใดก็คนหนึ่ง จะเป็นผู้ทำหน้าที่ชูถ้วยฟุตบอลโลกในฐานะ “กัปตันทีม” ค่ำคืนนี้อย่างแน่นอน!
ข้อเขียนชิ้นนี้อาจคล้ายกับการส่งไปรษณียบัตรทายผลฟุตบอลโลก คือเขียนถึงทั้ง 2 ฝั่ง ไม่ว่าใครจะแพ้ ใครจะชนะ ผู้เขียนก็จะทาย “ฮีโร่” ถูกอย่างน้อย 1 คน อิอิ
นั่นเป็นเรื่องที่พูดกันเล่นๆ
เพราะในความเป็นจริง ความสำเร็จส่วนหนึ่งของ “ฝรั่งเศส” นอกจากผู้เล่นตำแหน่งต่างๆ อีก 10 คนที่ลงสนาม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นซุป’ตาร์ชื่อดังระดับโลกทั้งสิ้นแล้ว

“ผู้รักษาประตู” อย่าง “ฮูโก้ โยริส” มีส่วนสำคัญในหลายเกมที่ผ่านมาของ “ฝรั่งเศส” จากฝีไม้ลายมือการเซฟลูกสำคัญๆ ให้กับทีม
เพราะอย่าลืมว่า ปราการหลังทีมตราไก่ชุดนี้ ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับชุดที่พวกเขาคว้าแชมป์โลกมาได้ 2 สมัยก่อนหน้านี้
แม้ “ฝรั่งเศส” จะมีดีที่กองหน้า และกองกลางบางคน ทว่า กองหลังยังไม่ถึงขั้นดีมากอย่างที่ควรเป็น เซ็นเตอร์ตัวหลักตัวหนึ่งอายุอานามค่อนข้างมาก อีกตัวหนึ่งก็อายุน้อยด้อยประสบการณ์
การมีปราการด่านสุดท้ายอย่าง “ฮูโก้ โยริส” ทำให้เพื่อนๆ และสต๊าฟโค้ชอุ่นใจ จากประสบการณ์และฝีไม้ลายมือระดับโลก
นี่คือปัจจัยสำคัญของ “ฝรั่งเศส” ในค่ำคืนนี้ ที่จะหยุดการยิงประตูของกองหน้า “อาร์เจนติน่า” ที่กำลังมั่นใจ และคึกถึงขีดสุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ฮูโก้ โยริส” จะยังคงรักษาฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวา การอ่านเกมที่เฉียบขาด การออกมาตัดบอลอย่างถูกที่ถูกเวลา และความทุ่มเทที่มีให้กับทีม
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ฮูโก้ โยริส” จะหยุดยั้งการยิงประตูของ “ลิโอเนล เมสซี่” และคู่หูกองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรง รวมถึงบรรดาแข้งวัยเก๋าของ “อาร์เจนติน่า” ที่กำลังฟอร์มฮอตได้หรือไม่
“ฮีโร่” อีกคนหนึ่ง จะเป็นผู้ให้คำตอบ
เขาผู้นั้นมีชื่อว่า “ลิโอเนล เมสซี่”

แน่นอนว่า “ลิโอเนล เมสซี่” จะต้องเป็น “ฮีโร่” ของ “อาร์เจนติน่า” ในค่ำคืนนี้ ที่นอกจากจะสวมปลอกแขน “กัปตันทีม” แล้ว
เขายังเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีม และของชาติในค่ำคืนนี้อีกด้วย
แม้จะอายุ 35 เท่ากับ “ฮูโก้ โยริส” แต่อายุของกองหน้า เทียบไม่ได้กับอายุผู้รักษาประตู
เพราะผู้รักษาประตูสามารถเล่นฟุตบอลระดับสูง อย่างฟุตบอลโลก ฟุตบอลยุโรป และฟุตบอลระดับสโมสรชั้นนำของยุโรป รวมถึงยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกได้อย่างสบายๆ แม้อายุจะขึ้นเลข 4
แต่สำหรับกองหน้าแล้ว ยิ่งเป็นกองหน้าตัวต่ำอย่าง “ลิโอเนล เมสซี่” ที่ต้องใช้พละกำลังค่อนข้างมาก ในการเคลื่อนเกมแบบ Box-to-Box
Box-to-Box หมายถึง การเคลื่อนที่จากแดนกลางสนามไปสู่กรอบเขตโทษ ซึ่งกินพื้นที่กว้างมาก ทั้งแนวลึก และด้านข้าง
เพราะ “ลิโอเนล เมสซี่” รับบทบาทจอมทัพของทีม ที่ต้องลงไปล้วงบอล หรือตัดบอล และรับบอลจากบริเวณกลางสนาม ก่อนจะพาบอลเคลื่อนที่เข้าสู่กรอบเขตโทษของคู่แข่ง
ยังไม่นับบทบาทกองหน้าตัวต่ำ ที่บางครั้งต้องวิ่งไปกับบอล หรือวิ่งหาช่อง และวิ่งหลอกเพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อนเข้าทำในกรอบเขตโทษ
ซึ่งทั้งหมดนี้ ใช้พละกำลังค่อนข้างมาก ทำให้อายุการใช้งานกองหน้าลักษณะนี้ เต็มที่ก็ 30 ปีที่สามารถประคองฟอร์มการเล่นเอาไว้ได้
แต่ “ลิโอเนล เมสซี่” ปีนี้อายุ 35 แล้ว สภาพความฟิตไม่อาจทำได้เหมือนนักเตะหนุ่มๆ โค้ช “อาร์เจนติน่า” จึงปล่อยให้เขา “เดินเล่น” ตลอดทัวร์นาเมนต์
และอาศัย “ลิโอเนล เมสซี่” แค่จังหวะทีเด็ดทีขาด หรือจังหวะชี้เป็นชี้ตายเท่านั้น
นั่นหมายถึง การเลี้ยงกินตัว ดึงตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามให้มารุมกินโต๊ะ “ลิโอเนล เมสซี่” หรือการพักบอล เปลี่ยนจังหวะ คุมจังหวะการเล่นของทีม และการผ่านบอลแบบแทงทะลุ ถวายพาน หรือที่เรียกว่า Killer Pass
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัญชาติญาณดาวยิง ประสาทสัมผัส การได้กลิ่นเหยื่อ และสายตาที่เฉียบคม ที่ยังคงมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมในตัว “ลิโอเนล เมสซี่” ในค่ำคืนนี้
ที่สำคัญที่สุดก็คือ สภาพร่างกาย สภาพความฟิต และอาการบาดเจ็บที่โชคดีว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้ “ลิโอเนล เมสซี่” ไม่โดนอัด โดนเตะแบบแรงๆ รอดพ้นความบาดเจ็บมาได้ทุกนัดจนถึงนัดชิง
แถมยังลงเล่นครบ 90 นาที และ 120 นาทีโดยไม่เคยโดนเปลี่ยนตัวออกเลยใน 6 นัดที่ผ่านมา
โดยในขณะนี้เขาขึ้นนำดาวซัลโวด้วยประตูสะสมอยู่ที่ 5 ลูก และมีสิทธิ์ยิงลูกที่ 6 เพื่อคว้ารองเท้าทองคำ ยังไม่นับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม
และที่สำคัญที่สุดก็คือ ถ้วยแชมป์โลกที่ “ชาวอาร์เจนติน่า” รอคอยมาถึง 36 ปี และ “ลิโอเนล เมสซี่” เองก็รอคอยมา 35 ปี
“ลิโอเนล เมสซี่” จึงเป็น “ฮีโร่” ของ “ชาวอาร์เจนติน่า” ในค่ำคืนนี้ เหมือนที่แฟนบอลทั่วโลกทราบกันดีเสมอมานั่นเองครับ!











