หากกล่าวว่า การเป็น “ครู” คือสัมมาอาชีพหนึ่งที่มีหน้าที่หลักในการสั่งสอนให้นักเรียน นักศึกษา ได้มีความรู้ มีทักษะสำคัญเพื่อไปประกอบอาชีพ และมีทักษะการใช้ชีวิต ก็ไม่น่าจะผิดนัก แต่ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ครู” ก็สามารถเป็นผู้สร้างอนาคตให้กับลูกศิษย์ได้มากกว่านั้น ด้วยการสร้างสรรค์และออกแบบแนวทาง เพื่อมอบโอกาสให้ลูกศิษย์ได้เดินสู่เส้นทางอาชีพที่ดี มีความมั่นคง เหตุผลที่หยิบยกเอาความจริงข้อนี้ขึ้นมาก็เพื่อจะกล่าวถึง ต้นแบบของ “ครู” ที่เป็นมากกว่า “ครู” ซึ่งนอกจากจะส่งต่อโอกาสให้นักศึกษาแล้ว ยังสร้างคุณูปการชื่อเสียงให้กับสถาบันการศึกษาของตนด้วย ครูท่านนั้น คือ อาจารย์ทัศพันธุ์ สุวรรณทัต ประธานหลักสูตรวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก (มทร.ตะวันออก)
“ครู” ผู้สร้างสรรค์งานด้าน แมคคาทรอนิค หุ่นยนต์ และ Prototype ในระบบโรงงาน สนับสนุนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม 4.0 ทั้งยังเป็นบุคลากรภาคการศึกษาคนสำคัญที่ทำหน้าที่เชื่อมประสานภาคอุตสาหกรรมกับการศึกษา และเป็นผู้สร้างการศึกษาต้นแบบให้เกิดขึ้นใน สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และนวัตกรรม มทร.ตะวันออก ในด้านแมคคาทรอนิค จนมีความก้าวหน้า มีความโดดเด่นด้วยการจัดการศึกษารูปแบบ EEC model ทั้ง Type a และ Type B โดยมีความร่วมมือกับอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง สร้างต้นแบบการจัดการเรียนการสอน ผลิตบุคลากรตอบโจทย์ความก้าวหน้าและความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ

เรื่องเล่าปฐมบทก่อเกิด “การจัดการศึกษาร่วมกับสถานประกอบการ” โดย อาจารย์ทัศพันธุ์ สุวรรณทัต @มทร.ตะวันออก
อาจารย์ทัศพันธุ์ สุวรรณทัต ได้บอกเล่าถึง จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิด ระบบการจัดการศึกษาร่วมกับสถานประกอบการ ที่ มทร.ตะวันออก ซึ่งพร้อมเชื่อมต่อกับการจัดการศึกษาในแบบ EEC Model ได้ทันทีว่า
“จากประสบการณ์ที่ได้ไปศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ได้เห็นว่าที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการคิดค้นนวัตกรรมจำนวนมาก และงบวิจัยในการสร้างนวัตกรรมส่วนใหญ่ก็จะมาจากภาคเอกชนที่มาร่วมลงทุนในการการวิจัยและพัฒนากับทางภาคมหาวิทยาลัยเยอะมาก” และเมื่อกลับมาที่ไทย ได้มาทำงานที่ราชมงคล ก็ได้เดินทางไปเรียนรู้โมเดลของ Nanyang Poly Technique ซึ่งมี 4 ประเด็นที่ทางวิทยาลัยสามารถดึงดูดให้สถานประกอบการมาร่วมมือกับสถาบันการศึกษาได้ คือ
คณาจารย์ของสถาบันต้องมีประสบการณ์การทำงานกับภาคอุตสาหกรรมมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ปี จึงได้มาบรรจุเป็นอาจารย์
เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอนมีความทันสมัยมาก เพราะได้รับการสนับสนุนจากสถานประกอบการ ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณของรัฐ
หลักสูตรไหนที่ไม่มีเด็กเรียน เป็นสาขาวิชาที่ล้าสมัยไปแล้ว ที่วิทยาลัยนี้จะปรับเปลี่ยนเร็วมาก ไม่เกิน 6 เดือนก็เปลี่ยนแล้ว โดยบุคลากรผู้สอนจะถูกส่งไป Upskill & Reskill เพื่อเตรียมพร้อมในการสอนหลักสูตรใหม่ โดยมีสถานประกอบการเข้ามาร่วมสร้างหลักสูตรใหม่
สร้างสรรค์การเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ที่ ปีแรก นักศึกษาเรียนที่วิทยาลัย ปีที่สอง จะแบ่งเด็กเป็น 2 กลุ่มในหนึ่งชั้นเรียน กลุ่มแรก เรียนที่วิทยาลัย ขณะที่ อีกกลุ่มหนึ่งส่งไปเรียนในภาคอุตสาหกรรม เพื่อไปฝึกงานและทำโครงงานในภาคอุตสาหกรรม พอครบตามเวลาที่กำหนด ก็สลับให้เด็กที่เรียนอยู่ที่วิทยาลัย ให้ไปยังสถานประกอบการ และเด็กที่ฝึกงานที่สถานประกอบการก็กลับมาเรียนที่วิทยาลัย

“เหตุผลเบื้องหลังที่ทำเช่นนี้ ผู้บริหาร Nanyang Poly Technique ตอบว่า ก็เพื่อให้มีเด็กอยู่ในภาคอุตสาหกรรมตลอดเวลา ทางวิทยาลัยฯจะได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคอุตสาหกรรม รวมถึงก็มีอาจารย์ที่ทำงานศึกษา วิจัย ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมตลอดด้วย จนเกิดเป็นความไว้วางใจ สนิทสนมกัน ทำให้ทางภาคอุตสาหกรรมเชื่อมือทางวิทยาลัยฯ”
เมื่อได้ถอดบทเรียนออกมาเช่นนี้แล้ว อาจารย์ทัศพันธุ์ ก็ได้สานต่อสู่การปรับใช้เพื่อออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนของทางสาขาวิชา เพื่อให้เกิดการผลิตบุคลากรที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมได้อย่างตรงจุด
“หลังจากกลับจากการศึกษาดูงาน ผมก็จำโมเดลนี้มา ซึ่งในเวลานั้นในประเทศไทยก็มีโมเดลการจัดการเรียนการสอนแบบนี้อยู่ แต่ก็ยังน้อยมาก เช่น โครงการ Talent Mobility ที่สนับสนุนให้เด็กไปฝังตัวในสถานประกอบการ โครงการ Work Integrated Learning ไปจนถึง โครงการสหกิจศึกษา ซึ่งที่กล่าวมา ในกระบวนการดำเนินการยังไม่ได้ตรงกับที่ทางสิงคโปร์และญี่ปุ่นใช้มากนัก ส่วนทาง อาชีวศึกษา ก็จะมีโครงการทวิภาคี ที่นักศึกษาได้ไปฝึกงานในโรงงาน 5-6 เดือน โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาเข้าไปประเมิน”
“และในตอนนั้น เมื่อ 10 ปีก่อน ก็ลองคิดว่า เราจะทำอย่างที่สิงคโปร์ได้ไหม ก็พบความจริงว่า อาจารย์ของเราไม่ได้มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับสถานประกอบการถึงขนาดที่จะดึงให้สถานประกอบการให้ความไว้วางใจและเข้ามาร่วมมือได้ ต่อให้เรามีโมเดลที่ดี แต่ภาคอุตสาหกรรมจะเป็นแค่มาติดต่อเพื่อขอเด็กไปฝึกงานเฉยๆ เท่านั้น”
“เมื่อได้ข้อเท็จจริงเช่นนี้ ผมจึงลองนำตัวเองและนักศึกษาออกไปยังภาคอุตสาหกรรมในรูปแบบของการ “รับจ็อบ” หรือพาตัวเองไปทำความรู้จักและสานสัมพันธ์กับสถานประกอบการ ด้วยการไปสร้างหุ่นยนต์เพื่อแก้ปัญหาในกระบวนการผลิตให้กับสถานประกอบการ หรือร่วมกันผลิตหุ่นยนต์ให้ทางสถานประกอบการไปจำหน่าย โดยใช้เวลาในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ หรือในตอนเย็นหลังเลิกงาน เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้ อย่างน้อยให้ได้ 4-5 ปีติดต่อกัน โดยในตอนนั้นเป็นรูปแบบของการบริการวิชาการ ที่สร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัยได้ด้วย ซึ่งรูปแบบการทำงานกับสถานประกอบการที่บอกเล่ามานี้ก็ได้ทำมาจนถึงทุกวันนี้”
เปิดโปรไฟล์ความสำเร็จ การจัดการศึกษาร่วมกับสถานประกอบการ ผลงานของอาจารย์ทัศพันธุ์
ช่วงเวลาที่ผ่านมา ตลอดชีวิตการทำงานเป็น ครู ที่ มทร.ตะวันออก อาจารย์ทัศพันธุ์ ได้สร้างโปรไฟล์การทำงานร่วมกับสถานประกอบการมากมาย และส่งมอบโอกาสให้ลูกศิษย์ ได้ทำงานต่อกับสถานประกอบการที่มีชื่อเสียงและมีความมั่นคงด้วย
“ที่ผ่านมา มีโปรเจกต์ที่เป็นไฮไลต์มากมาย เช่น การไปทำงานร่วมกันกับภาคอุตสาหกรรม ที่ TMC Industrial Public Co.,Ltd ที่ต้องการหุ่นยนต์มาทำงานคู่กับเครื่อง Paste เพราะทางโรงงานมีโปรดักส์ ที่เกี่ยวกับ Hydraulic Paste ทางเราก็ไปร่วมกันออกแบบให้ โปรเจคนี้นับเป็นโปรเจคแรกๆ ที่ทาง มทร.ตะวันออก เริ่มขยับเข้าไปทำงานใกล้ชิดกับทางภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น”
“และมีอีกหนึ่งผลงานที่เราภาคภูมิใจ คือ การไปร่วมมือกับ บริษัท Toshiba ที่มาตั้งโรงงานการผลิตในไทยที่ บางกระดี่ ซึ่งที่นี่เราได้ร่วมกับบริษัท TMC ไปทำไลน์หุ่นยนต์การผลิต เพื่อผลิตประตูตู้เย็นโตชิบา โดยเราได้เข้าร่วมทั้งในทีมออกแบบและทีมผลิต และหุ่นยนต์ชุดนี้ ทางโตชิบา ญี่ปุ่น ได้สั่งทำขึ้นอีกชุดหนึ่งเพื่อไปติดตั้งที่โรงงานประเทศอียิปต์ด้วย”

“ทั้งนี้ เมื่อสถานประกอบการคุ้นเคยกับเรา ยอมรับในทักษะของนักศึกษาและคณาจารย์ นี่ก็ทำให้สถานประกอบการเปิดรับ พร้อมให้ความร่วมมือในการร่วมพัฒนาการศึกษาและหลักสูตรที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น จนถึงจุดที่ทางเราได้เสนอให้สถานประกอบการรับเด็กนักศึกษาทีมที่ทำนวัตกรรมร่วมกับบริษัทนั้น ฝึกสหกิจฯ หรือรับเข้าทำงานต่อเลย ทางบริษัทก็จะได้บุคลลากรที่รู้เรื่องระบบ กระบวนการ การใช้หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ในโรงงานของเขา”
“เมื่อนำเสนอเช่นนี้ ทางสถานประกอบการก็เต็มใจตอบรับทันที จุดนี้เองที่ไปสอดคล้องกับแนวทางของ EEC Model Type A และทำให้ มทร.ตะวันออกเป็นมหาวิทยาลัยแรกๆ ที่ปรับการเรียนการสอนให้เป็น EEC Model Type A ได้สำเร็จ”

และในวันนี้ ที่ มทร.ตะวันออก อาจารย์ทัศพันธุ์ ได้กล่าวว่า ผลสัมฤทธิ์ของการริเริ่ม บุกเบิก เรื่อง การจัดการศึกษา ร่วมกับสถานประกอบการ ที่ได้ทำมากว่าทศวรรษ ได้ผลิดอกออกผลเป็นผลประโยชน์ ทั้งในรูปแบบของการพึ่งพางบประมาณภาครัฐน้อยลง โดยเฉพาะงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการเรียนการสอนที่ลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากสถานประกอบการ รวมถึง มีสถานประกอบการที่มาช่วยลงทุนจัดตั้งศูนย์ฝึกงานในพื้นที่มหาวิทยาลัย ตอบสนองการผลิตบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย
และด้วยคุณูปการที่ อาจารย์ทัศพันธุ์ สุวรรณทัต ได้เดินหน้าลงมือทำและเกิดผลลัพ์ที่สร้างประโยชน์มหาศาลให้วงการศึกษาและการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทย ในปีนี้ ทาง EEC HDC จึงได้มอบรางวัลอันทรงเกียรติ EEC HDC Award อาจารย์ทัศพันธุ์ และขอยกย่องเชิดชูให้เป็นบุคคลแห่งปี 2565 เพื่อบันทึกเป็นเกียรติประวัติอันทรงคุณค่าให้สาธารณชนได้รับรู้ร่วมกันสืบไป
ความสำคัญของรางวัล EEC HDC Award 2022
เครื่องยนต์ EEC เมื่อจุดติด ต้องเดินหน้าต่ออย่าหยุด พร้อมพุ่งชนเป้าหมายต่อไป
EEC HDC กับก้าวต่อไปเพื่อต่อยอดความร่วมมือ ขยายผล EEC Model สู่การสร้างต้นแบบ การศึกษายุคใหม่ ของไทย
EEC Model ความสำเร็จที่ต้องไปต่อ เพื่อมุ่งสู่ยุคแห่งการจัดการศึกษายุคใหม่ระดับประเทศ













