สถานการณ์ COVID-19 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนอีกต่อไปเมื่อทั้งผู้สอนและผู้เรียนต่างนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ เพื่อให้แน่ใจว่า การศึกษา จะสามารถดำเนินต่อได้ และแม้ว่าประโยชน์ของการเรียนออนไลน์อาจมีมากมาย แต่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนที่กระทันหันฉับพลันผ่านการเอาเทคโนโลยีมาใช้นั้นแน่นอนว่า ต้องอาศัยการปรับตัวและจากทั้งผู้เรียนและผู้สอน
การแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธ์ใหม่ๆ ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ความไม่แน่นอนยังคงอยู่แม้โรงเรียนจะเปิดการเรียนสอนการตามปกติแล้วก็ตาม และเมื่อนักเรียนส่วนใหญ่ต่างเคยชินกับการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยี ตัวผู้สอนเองจึงต้องเร่งวางแผนการสอนในรูปแบบใหม่เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อลดช่องว่างระหว่างการเข้าชั้นเรียนทั้งแบบเจอหน้าหรือในแบบออนไลน์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้การสอนมีประสิทธิภาพ
ภาวะความรู้ถดถอยและผลกระทบต่อนักเรียน
“ภาวะความรู้ถดถอย หรือ learning loss” นั้นอาจตีความได้หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตามความหมายโดยรวมนั้นใกล้เคียงกันกล่าวคือ เป็นภาวะผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อการเรียนถูกรบกวน และผู้เรียนไม่สามารถเรียนรู้ได้ตามแบบแผนที่วางไว้
ตลอดช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส หน่วยงานภาครัฐทั่วภูมิภาคเอเชียต่างได้มีการเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา เนื่องจากตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังการที่โรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอนโดยเฉลี่ยมากกว่าครึ่งปี ทำให้นักเรียนในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังพัฒนาสูญเสียโอกาสการเรียนรู้
นอกจากชดเชยเวลาของการศึกษาที่สูญเสียไปให้แก่ผู้เรียน สิ่งที่สำคัญอีกประการคือการวางรากฐานระบบการศึกษาให้มีความพร้อมเพื่อครูผู้สอนและผู้เรียนจะมั่นใจได้ว่าการเรียนการสอนจะเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และเพื่อการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง สถานศึกษา, ครูผู้สอน และผู้ปกครอง สามารถนำเอากลยุทธเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อช่วยเสริมสร้างการเรียนของลูกหลานให้มีคุณภาพ

1. ส่งเสริมการเรียนรู้เพิ่มเติมผ่านการสอนพิเศษแบบตัวต่อตัว
เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ รวมถึงเด็กที่มีความบกพร่องนั้นจะต้องการความช่วยเหลือที่มากกว่าเด็กทั่วไปเพื่อชดเชยเวลาของการเรียนที่หายไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และแม้ว่าโรงเรียนอาจมีการจัดทำแผนการศึกษาให้เหมาะกับเด็กเหล่านี้ อย่างไรก็ตามการเรียนก็ยังอาจจะเป็นเรื่องยากเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของกิจวัตรที่เกิดขึ้นส่งผลเป็นอย่างมากต่อเด็กเหล่านี้
กลยุทธ์การสอนแบบตัวต่อตัวถือเป็นกลยุทธ์ที่แนะนำสำหรับสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการสอนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือแบบเจอหน้าเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างไปของผู้เรียน นอกจากนี้ยังควรจัดหาครูผู้สอนเพิ่มเติมให้แก่ผู้เรียน อาทิ ครูสอนพิเศษ ผู้ช่วยสอน หรืออาสาสมัคร เพื่อเตรียมพร้อมและรองรับความต้องการของผู้เรียนให้พร้อมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. สร้างตัวช่วยให้ครูผู้สอนด้วยการออกแบบแผนการเรียน
การพัฒนาทักษะวิชาชีพของครูผู้สอนถือเป็นหนึ่งในการสนับสนุนหลักที่สำคัญของโรงเรียน เพื่อช่วยให้ครูผู้สอนสามารถวิเคราะห์หาจุดอ่อนของนักเรียนแต่ละคนเพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการเรียนรู้ให้ถูกจุด นอกจากนี้โรงเรียนควรให้ความสำคัญกับการลงทุนในระบบช่วยวิเคราะห์ หรือการประเมินเบื้องต้นเพื่อช่วยพิจารณาความต้องการเฉพาะบุคคลที่นักเรียนต้องการแตกต่างกันไป
3. เพิ่มพื้นที่ทางการเรียนรู้ให้ครอบคลุมเพื่อการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง
สถานศึกษาสามารถเสริมทักษะการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนได้หลากหลายวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมการเรียนการสอนแบบเจอหน้าตัวต่อตัว, การสอนทางไกลผ่านระบบออนไลน์, หรือแบบผสมผสานในช่วงปิคภาคเรียน หรือแม้แต่ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
4. จัดอบรมการศึกษาแก่ผู้ปกครองเพื่อช่วยสนับสนุนทักษะแก่ผู้เรียน
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า COVID-19 ส่งผลให้ผู้ปกครองเข้ามามีบทบาทในด้านการส่งเสริมทักษะทางวิชาการของบุตรหลานของตนมากขึ้นกว่าที่เคย แต่ผู้ปกครองหลายคนยังไม่รู้วิธีการช่วยเหลือบุตรหลานของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่การเรียนรู้ถูกรบกวน ซึ่งทางโรงเรียนสามารถส่งเสริมทักษะในด้านนี้ได้โดยการจัดอบรมพิเศษ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ปกครองได้เรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อนำไปพัฒนาบุตรหลานของตนอย่างมีประสิทธิภาพ
เรื่องโดย ธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคอินโดจีน เลอโนโว
ปรับตัวให้ทันกับการศึกษายุคใหม่ที่เปลี่ยนไปในทุกมิติ
การศึกษาแบบเดิมอยู่ยาก! เมื่อเศรษฐกิจการค้า-โครงสร้างการผลิตเปลี่ยนไปแล้ว!!!
เปิดแผนพัฒนากำลังคนรูปแบบใหม่ ผสมผสานบริบทไทยกับทฤษฎีสากล สร้าง บุคลากรไทย ที่โลกต้องการ











