อัปเดตความคืบหน้าล่าสุด EECmd ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา เนื้อหอม มีเอกชนสนใจลงทุนแล้วบนพื้นที่กว่า 300 ไร่

เป็นที่น่ายินดีไม่น้อยที่ โครงการก่อสร้างเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ซึ่ง EECmd ตั้งอยู่ที่ ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มีความก้าวหน้าอย่างน่าพึงพอใจ และในวันนี้บนพื้นที่ 585 ไร่ ได้มีการขับเคลื่อนนวัตกรรมการแพทย์และวิศวกรรมด้านเฮลธ์เทค (Health Tech) เพื่อให้พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายการเป็น “Medical Valley” แห่งแรกของประเทศไทย สอดรับกับแผนการพัฒนาศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) สมาร์ตซิตี้ (Smart City) และสมาร์ตแคมปัส (Smart Campus) การผลิตบุคลากร การศึกษาวิจัย การรักษาและการส่งเสริมสุขภาพ

รวมทั้งในพื้นที่นี้ยังรวมทั้งก่อสร้างโรงพยาบาลดิจิทัล (Digital Hospital) ซึ่งจะรองรับการให้บริการชุมชนโดยรอบพื้นที่ที่จะเติบโตขึ้นอีกมากในอนาคต โดยภาพรวมโครงการคาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งหมดในโครงการราว 8-9 พันล้านบาท
ทั้งนี้ การออกแบบโครงการมีการแบ่งพื้นที่เป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ ด้านบริการ และด้านที่พักอาศัย ทั้งนี้ ภายในพื้นที่มีแผนการพัฒนาโครงสร้างต่างๆ อาทิ สถาบันวิจัยการแพทย์ชั้นสูง, โรงพยาบาลดิจิทัล, ศูนย์ดูแลสุขภาพ (Wellness Health Resort), ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (Senior Living) และศูนย์กีฬาขนาดใหญ่ (Sport Complex) เชื่อมต่อการลงทุนกลุ่ม Health Tech ชั้นนำระดับโลก

รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา

ตอกย้ำความตั้งใจ การก่อตั้ง เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา EECmd

รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา อีกหนึ่ง Keyman ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้าง EECmd ได้เคยกล่าวถึงแนวคิด Total Digital Health Care Solution ซึ่งจะสร้างระบบ Digital Health ให้เกิดขึ้นได้จริงว่า
ในตอนนี้ส่วนประกอบของ EECmd ที่จะพัฒนาเป็น Medical hub จะประกอบด้วย 4 ส่วนด้วยกัน นั่นคือ
1. Academic hub คือ การพัฒนาด้านการศึกษา การเรียนการสอน ที่ต้องสอนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาคนให้สอดคล้องกับนโยบายของ Medical hub
2. Research hub การพัฒนางานวิจัย โดยส่วนที่ 1 และ 2 นี้ พบว่าต้องอยู่ในส่วนความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย
3. Products hub ซึ่งในตอนนี้อยู่ในภาคของเอกชน เป็นส่วนที่ผลิตสินค้า ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ที่ควรต้องไปเชื่อมกับ Research hub โดยเป็นการวิจัยที่ถูกพัฒนาออกมาเป็นสินค้า ผลิตภัณฑ์ ที่นำไปวางจำหน่ายได้ ซึ่งเป็นการวางอยู่บนพื้นฐานว่า “งานวิจัยต้องไม่ขึ้นหิ้ง” หรือเป็นงานวิจัย ที่วิจัยแล้วเปล่าประโยชน์
4. Service hub ซึ่งขณะนี้ โรงพยาบาลเอกชนหลายโรงพยาบาล ทำหน้าที่เป็น Medical hub ทางด้าน Service อยู่
“โดยในส่วนที่เป็น Academic hub และ Research Hub เป็นส่วนที่มหาวิทยาลัยธรรรมศาสตร์เป็นเจ้าภาพ แต่ในส่วนของ Service hub และ Products hub เราเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมาเข้าร่วม ซึ่งเชื่อว่าถ้า 3 ภาคส่วนมารวมอยู่ด้วยกันในแคมปัสที่พัทยา ย่อมสร้างอิมแพคทางเศรษฐกิจขึ้นมาได้ จากความเชื่อนี้ นำมาสู่การลงมือทำจริง เพื่อให้เป็นต้นแบบ Medical hub ในไทย ซึ่งเราเลือกพื้นที่อีอีซี เพราะในพื้นที่นี้มีกฎหมายพิเศษ ที่เอื้อต่อการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ให้กับวงการแพทย์ไทย เป็นการทลายกรอบ หรือ ก้าวผ่านกรอบเดิมได้”
“จากการศึกษา เราพบว่าการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขของไทย ที่บอกว่ามีต้นทุนสูง ส่วนหนึ่งมาจากเรายังไม่ปรับเอาเทคโนโลยีมาใช้กันให้มากพอ นี่จึงเป็นสาเหตุให้ ธรรมศาสตร์ ตัดสินใจ ข้ามทุกอุปสรรค ทลายทุกกำแพง เพื่อสร้าง EECmd หรือ รพ. ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ให้เป็น ศูนย์การแพทย์ครบวงจร ที่อยู่ในธีม Total Digital Health Care Solution ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ EEC”

ล่าสุด EECmd เนื้อหอม มีเอกชนที่สนใจเข้าร่วมลงทุนแล้วรวมพื้นที่กว่า 300 ไร่

และในโอกาสเริ่มต้นปีใหม่นี้ รศ.นพ.กัมมาล ได้เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดของโครงการ EECmd ว่า ปัจจุบัน มีเอกชนที่สนใจเข้าร่วมลงทุนแล้วรวมพื้นที่กว่า 300 ไร่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility study) ประกอบด้วย
  • บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) พื้นที่ 50 ไร่ พัฒนาโซนสมาร์ตลิฟวิ่ง รองรับกลุ่มผู้สูงอายุ
  • บริษัท สยามกลการ จำกัด พื้นที่ 31 ไร่ พัฒนาสปอร์ตคอมเพล็กซ์
  • บริษัท วันจีโนม เอเชีย, บริษัท ฮอริบา (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ทีม กรุ๊ป จำกัด สนใจลงทุนด้าน Health Tech และสตาร์ตอัพ
  • บริษัท ภูฟ้าเอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด พื้นที่ 20 ไร่ ทำศูนย์บำบัดปรับเปลี่ยนพฤติกรรม บริษัท บีกริมพื้นที่ 10 ไร่ วางระบบสาธารณูปโภคในโครงการ
“ส่วนพื้นที่ที่เหลืออยู่ เราตั้งใจว่าจะไปชักจูงนักลงทุนจากอิสราเอลและจีน ในกลุ่มเฮลธ์เทค จีโนม และดิจิทัลเฮลธ์แคร์ ซึ่งมีพื้นที่เหลืออยู่ 10,000 ตารางเมตร ซึ่งนอกจากจะสร้างเม็ดเงินลงทุนแล้วจะมีการเชื่อมโยงให้เกิดการถ่ายทอดทักษะและเทคโนโลยีผ่านหลักสูตรการฝึกงานของนักศึกษา”

พร้อมมุ่งสู่ Digital Hospital และอนาคตการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ 5 ด้าน

อย่างไรก็ดี รศ.นพ.กัมมาล ได้เน้นย้ำด้วยว่าการดำเนินงาน EECmd จะโฟกัสที่การแก้ความเหลื่อมล้ำของประเทศเป็นหลักและคุณภาพชีวิตของประชาชนภาคตะวันออก ซึ่งจะเป็น Digital Hospital และอนาคตการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ 5 ด้าน ได้แก่
1. พัฒนาโรงพยาบาลที่ทันสมัยเพื่อให้บริการชุมชนในท้องถิ่น
2. วางแผนผลิตบุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุขพยาบาล และการดูแลผู้สูงวัย
3. ศึกษาวิจัยและสร้างความก้าวหน้าทางการแพทย์
4. ตั้งศูนย์สุขภาพสำหรับพัฒนาและรองรับการเติบโตด้านการดูแลกลุ่มผู้สูงวัยในพื้นที่และชาวต่างชาติ
5. เป็นฐานความร่วมมือกับต่างประเทศและเอกชนเสริมความแข็งแกร่งด้านการแพทย์ครบวงจร

รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา

“โดยโรงพยาบาลดิจิทัลคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 และภายใน 2 เดือนนี้จะมีการประกาศทีโออาร์ให้เอกชนเช่าพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันเราได้มีการทดสอบและพัฒนาซอฟต์แวร์ที่จะใช้ในโครงการแล้ว โดยบริษัท Easyhms ซึ่งจะเป็นระบบดิจิทัลเริ่มตั้งแต่การทำเวชระเบียนจากที่บ้าน จองคิวผ่านสมาร์ทโฟน มีหุ่นยนต์นำทางให้คนพิการหรือพาผู้ป่วยไปสถานที่ตรวจ การรับยาที่บ้าน การปรึกษาโรคด้วยระบบเทคโนโลยีทางไกลและมีทีมดูแลสุขภาพชุมชนคู่ขนาน”
ทั้งนี้ พื้นที่ EECmd เป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุนเป็นเวลา 11-13 ปี รวมถึงการนำเข้าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาพักอาศัยในประเทศไทยพร้อมครอบครัว และสิทธิซื้อคอนโดมิเนียมในสัดส่วนที่เกินกว่า 50%”

การพัฒนาบุคลากรการแพทย์และวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง โดย EEC NETs ภารกิจคู่ขนานกับการพัฒนา EECmd

เมื่อเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมและรายงานความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรของศูนย์เครือข่าย EEC NETs ทั้ง 10 ศูนย์ โดยหนึ่งในศูนย์ EEC NETs คือ ศูนย์พัฒนาบุคลาการทางการแพทย์และวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นไปที่การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สร้าง “หลักสูตรทางการแพทย์” ขึ้นหลากหลายหลักสูตร
โดยตั้งแต่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ได้รับการประกาศให้เป็น เขตส่งเสริมพิเศษด้านการแพทย์ครบวงจร EECmd ก็ได้เดินหน้าโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 300 เตียง ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2567
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ทาง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เปิดตัว ศูนย์การแพทย์ครบวงจร EECmd ด้วยการเซ็น MOU กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 25 หน่วยงาน ที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาด้านการแพทย์ครบวงจร
ยกตัวอย่าง การทำ MOU กับกรมการแพทย์ ก็เปิดโอกาศให้ได้ร่วมกันทำหลักสูตรการแพทย์แม่นยำร่วมกัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 หลักสูตรย่อย โดยเนื้อหาหลักของหลักสูตรการแพทย์แม่นยำ จะเป็นการศึกษาลึกไปถึงขั้นจีโนม หรือระดับโมเลกุลของร่างกาย เพื่อพยากรณ์โรคของคนไข้ ซึ่งหลักสูตรนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว

อุตสาหกรรมการแพทย์

และอีกหลักสูตรหนึ่งก็เป็นหลักสูตรบริหารระดับสูงเชิงบูรณาการทางการแพทย์ เป็นการรวบรวมผู้บริหารระดับสูงในวงการการแพทย์หลายหน่วยงาน เข้ามาเรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ ไม่ใช่แค่การแพทย์เพียงอย่างเดียว อย่างรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 5 แล้ว ก็จะเน้นเนื้อหาที่สอดคล้องกับการวางโครงสร้างและเปิดให้บริการ Digital Hospital ณ รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา นั่นเอง
นอกจากนั้น ยังมีการเปิดหลักสูตรที่เกี่ยวกับ “โลจิสติกส์ทางการแพทย์” ที่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่มาก และต่อมาเป็นการจัดโครงการที่เปิดโอกาสให้นักเรียนในระดับมัธยมปลาย มาเข้าค่ายเพื่ออบรมบ่มเพาะเบื้องต้นสำหรับนักเรียนที่สนใจศึกษาต่อด้านการแพทย์
ส่วนแผนการดำเนินงานในอนาคต ทาง ศูนย์การแพทย์ Medical Hub มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา จะดำเนินการในเรื่องของแผนการฝึกอบรมปี 2566 คือ จะเดินหน้าฝึกอบรมในหลักสูตรล่ามทางการแพทย์
เพราะในตอนนี้ เมื่อชื่อเสียงของการแพทย์ในไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ก็ย่อมมีผู้เข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ในไทยค่อนข้างมาก ดังนั้น วิชาชีพที่มีความต้องการเพื่อตอบสนองกับสถานการณ์นี้ คือ ล่ามทางการแพทย์ ซึ่งต้องได้รับการฝึกฝนทักษะด้านภาษาเฉพาะทาง เพราะภาษาทางการแพทย์ มีศัพท์เฉพาะมากมาย
ด้วยเหตุนี้ ทางโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์พัทยา จึงได้ร่วมมือกับ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเชื่อว่าความร่วมมือจากสองฝ่ายนี้จะช่วยพัฒนา ล่ามทางการแพทย์ ที่เป็นบุคลากรสาขาที่มีความต้องการสูงนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภารกิจการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ในหลากหลายมิติ

‘EECmd’ ก้าวสำคัญส่งการแพทย์ไทยสู่ ศูนย์การแพทย์เวิลด์คลาส & Medical Valley แห่งแรกของประเทศ

EECMd ปลดล็อคศักยภาพประเทศ สู่ Medical valley แห่งภูมิภาคของไทย

เปิดโปรเจกต์เมดิคัลฮับ EECmd ‘รพ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา’ ศูนย์กลางนวัตกรรมและบริการทางการแพทย์ของอีอีซี

Previous articleถอดบทเรียนเส้นทางสู่ความยั่งยืน เหตุใด “ชิลี” จึงกลายเป็นผู้นำด้าน “พลังงานหมุนเวียน”
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.10
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์