การกลับมาของ “แผ่นเสียง”

วงการแผ่นเสียง จะว่าไปแล้วมีความแตกต่างไปจากวงการ CD และวงการเทปอยู่พอสมควร แม้ว่าจะเป็นวงการเกี่ยวกับเสียงเพลงคล้ายๆ กัน

เพราะวงการแผ่นเสียงมีความเหมือนกับวงการพระเครื่อง วงการกางเกงยีน วงการนาฬิกา ฯลฯ ที่คล้ายกับวงการคนเล่นของเก่ามากกว่า
เพราะมูลค่าของวงการแผ่นเสียงมีสูงกว่า วงการ CD และวงการเทป ค่อนข้างมาก เนื่องจากแผ่นเสียงมีอายุอานามที่ยาวนานกว่าวงการอื่นๆ
วงการแผ่นเสียงมีแผ่นเสียงโบราณ อย่างแผ่นครั่ง มีแผ่นเสียงเพลงสากล ไม่ว่าจะเป็นเพลงฝรั่ง ทั้งฝั่งอเมริกา และยุโรป และมีญี่ปุ่น จีน ฯลฯ
เอาเฉพาะแผ่นเสียงเพลงไทย ก็มีความหลากหลายอยู่พอสมควร วงการเพลงไทยอาจจะแตกต่างไปจากวงการเพลงสากลตรงที่เรามีเพลงลูกทุ่ง
แผ่นเสียงลูกทุ่งยุคครูสุรพล ที่ถือเป็นยุคทองของวงการเพลงลูกทุ่ง แผ่นเสียงของครูสุรพลเอง หรือบรรดาลูกศิษย์ลูกหาในยุคนั้น มีราคาแพงมาก
ตัวรองๆ ลงมานับจากยุคครูสุรพล วงการแผ่นเสียงเพลงไทยลูกทุ่งให้ค่ากับผลงานของรพินทร์ ภูไท สายัณห์ สัญญา ยังไม่นับเพลงประกอบหนัง
แผ่นมนต์รักลูกทุ่ง และแผ่นแผลเก่า ที่เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์มีราคาสูงมากในตลาดแผ่นเสียงมือสองของไทย และยังมีแผ่นเสียงลูกกรุงอีก
แผ่นเสียงลูกกรุ่งยุคสุเทพ ธานินทร์ ชรินทร์ รวงทอง หรือก่อนหน้านั้น ก็มีสนนราคาที่สูงมากเช่นกัน มาจนยุคสุนทราภรณ์บางแผ่นก็ราคาแตก 5 หลัก
แผ่นสตริงที่คาบเกี่ยวในช่วงเวลาของสุนทราภรณ์ ก็เห็นจะเป็นดิอิมพอสซิเบิล ไล่มาจนชาตรี แกรนด์เอ็กซ์ นี่ต้องถือเป็นแผ่นที่ราคาแพงจับไม่ได้
มาจนถึงแผ่นตัดรูปตีนของวงคาราวานที่สมัยหนึ่งราคา 5 หลักยังหาไม่ได้ แต่ปัจจุบันเริ่มหาได้บ้าง แต่แผ่นคาราบาวบางชุดกลับเป็นของหายากแทน

เช่น ปลาตะเพียน อเมริโกย ท.ทหารอดทน เมดอินไทยแลนด์ พวกนี้มีเงินไม่ถึง 20,000 ไม่ต้องไปหา ยังไม่นับพงษ์เทพ และพงษ์สิทธิ์ หรือคนด่านเกวียน
ในสายสตริงยุค 70 ต่อเนื่องมาถึง 80 แผ่นเสียงของปานศักดิ์ ไม่ว่าจะเป็น ไปทะเล หรือไปเป็นชาวเกาะ ราคาพุ่งทะลุเพดาน รวมถึงแผ่นเสียงเต๋อยุคแรกๆ
และไม่น่าเชื่อว่าแผ่นเสียงของอาร์เอสคือเสือธนพล และหินเหล็กไฟชุดแรก ราคาจะแพงกว่าแผ่นแกรมมี่บางแผ่น แม้กระทั่งดิโอฬารโปรเจคต์ปั้มแรกก็สู้ไม่ได้
และยังมีพวกแผ่นปรากฏการณ์ เช่น อัญชลี จงคดีกิจ เฉลียงชุดแรก อริสมันต์ชุดแรก กระทั่งพงษ์พัฒน์ ก็ยังกลายเป็นของหายาก และมีราคาเช่นกัน
ทำไปทำมา แผ่นเสียงไทยที่คนเล่นแผ่นทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่มีไว้ครอบครอง เปรียบไปก็คล้ายกับวงการพระเครื่อง วงการกางเกงยีน วงการนาฬิกา ฯลฯ
ทำไปทำมา แผ่นเสียงกลายเป็นของสะสมที่ยังมีมูลค่า มากกว่า CD และเทป ก็ตรงที่มีการแบ่งการเล่นแยกออกเป็นปกแผ่นเสียง และตัวแผ่นเสียง
แต่ถ้าทั้งสองอย่างมารวมกันเมื่อไหร่ ยิ่งได้รับการตีเกรดเป็นแผ่น NM (Near Mint) หรืออย่างน้อย VG++ (Very Good ++) ราคาก็ยิ่งแพงมากๆ เลยครับ
กรณีศึกษาก็คือ การซื้อขายแผ่นเสียงคาราบาวชุด ท.ทหารอดทน ซึ่งเป็นแผ่นเสียงปั๊มแรก (แผ่นเสียง ท.ทหารอดทน มี 2 ปั๊มคือปั๊มแรกอย่างที่กล่าวไป และปั๊มใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2555)
ปั๊มแรกของ ท.ทหารอดทน คือเป็นแผ่นซื้อขายที่ออกมาไล่ๆ กับเทปคาราบาวชุดที่ 4 หรืออัลบั้ม ท.ทหารอดทน เมื่อปี พ.ศ.2526 โดยมีการซื้อขายกันที่สนนราคา 50,000 บาท

สอบถามจากคนในวงการแผ่นเสียง เหตุผลหลักที่ ท.ทหารอดทนทำราคาได้ขนาดนี้ 1) บันทึกเสียงดีมาก 2) ปั๊มแรก 3) แผ่นซื้อขาย 4) สภาพปก NM 5) สภาพแผ่น NM
เรามาดูทีละเงื่อนไข
1) บันทึกเสียงดีมาก แผ่นเสียงนั้นได้รับการยอมรับว่าเป็นสื่อที่บันทึกเสียงได้ตรงกับบรรยากาศในห้องอัดมากที่สุด แผ่นเสียงยุคนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีดิจิทัลในการปรุงแต่งเสียง จึงถือว่าบันทึกเสียงดีมาก
2) ปั๊มแรก คือความ Original ลองดูราคาปั๊มแรกติดราคาขาย 150-200 บาท แต่ขายได้ 50,000 แต่ปั๊ม 2 ราคาขาย 999 บาท ตอนนี้ลดเหลือ 750-800 ขายต่อไม่มีใครอยากเอา
3) แผ่นซื้อขาย ตรงข้ามกับแผ่นแจกสถานีวิทยุ ซึ่งมีทั้งแผ่นตัด (หรือ Single เลือกเพลงที่คาดว่าจะดังให้ดีเจเปิดเพื่อโปรโมท) และแผ่นเต็ม (เพลงครบทั้งอัลบั้ม)
4) สภาพปก NM (การตีเกรดตัวปก) มีรหัสดังนี้
Seal = ยังไม่แกะพลาสติกหุ้ม
Mint = แกะซีลแล้วแต่ไม่มีรอยยับ
NM (Near Mint) = เกือบใหม่แต่ไม่มีรอยยับหรือขาดให้เห็น
VG++ = มีรอยยับ รอยขีดเขียน แต่เป็นจุดๆ เล็กน้อย
VG+ = มีรอยยับ ชื้น หรือรอยปากกาพอควร แต่ไม่มีรอยขาด
VG = มีรอยเขียน ยับ เปียก หรือขาด
5) สภาพแผ่น NM (การตีเกรดตัวแผ่น) มีรหัสดังนี้
Seal = ยังไม่แกะพลาสติกหุ้ม
Mint = แกะซีลแล้วแต่ยังไม่เคยเล่น หรือผ่านการเล่นมาน้อยมาก
NM (Near Mint) = เกือบใหม่ ผิวเกือบมันเงา แต่ไม่มีรอยใดๆ เลย
VG++ = มีรอยขนแมว หรือมีขีดจางๆ บ้างเล็กน้อย
VG+ = มีรอยเป็นขีดบ้างแต่ไม่มาก เล่นยังไม่สะดุด อาจมีเสียงกรอบแกรบเล็กน้อย
VG = มีรอยขีดชัดเจน และมีเสียงกรอบแกรบ แต่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เล่นสะดุดนิดหน่อย

แผ่นเสียง

อย่างที่บอกไป วงการแผ่นเสียง จะว่าไปแล้วมีความแตกต่างไปจากวงการ CD และวงการเทปอยู่พอสมควร แม้ว่าจะเป็นวงการเกี่ยวกับเสียงเพลงคล้ายๆ กัน สิ่งที่แตกต่างก็คือ ไม่ว่าจะ CD หรือเทป มีของปลอม แต่แผ่นเสียงไม่มี
เมื่อไม่มีของปลอม และเข้าเงื่อนไข 1) บันทึกเสียงดีมาก 2) ปั๊มแรก 3) แผ่นซื้อขาย 3) สภาพปก NM 4) สภาพแผ่น NM แผ่นเสียง ท.ทหารอดทน มือสอง จึงขายได้ถึง 50,000 บาท
อย่างที่กล่าวไป วงการแผ่นเสียง มีความแตกต่างไปจากวงการ CD และวงการเทปอยู่พอสมควร แม้ว่าจะเป็นวงการเกี่ยวกับเสียงเพลงคล้ายๆ กัน
เพราะวงการแผ่นเสียงมีความเหมือนกับวงการพระเครื่อง วงการกางเกงยีน วงการนาฬิกา ฯลฯ ที่คล้ายกับวงการคนเล่นของเก่ามากกว่า
แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ ไม่ว่าจะ CD จะเทป จะพระเครื่อง จะกางเกงยีน หรือจะนาฬิกา วงการเหล่านี้ มี “ของปลอม”
ความ Unique หรือ “ความไม่เหมือนใคร” ของ วงการแผ่นเสียง ก็อยู่ตรงนี้ ตรงที่ แทบหา แผ่นเสียงปลอม ไม่มี!
เหตุผลหลักก็คือ การผลิตแผ่นเสียงทำได้ยาก ต้องใช้โรงงานหรือร้านที่มีอุปกรณ์สำหรับผลิตแผ่นเสียง ซึ่งโดยส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญาขั้นสูงสุด
โรงงานหรือร้านที่มีอุปกรณ์สำหรับผลิตแผ่นเสียง จึงไม่กล้าทำแผ่นเสียงปลอมอย่างแน่นอน ทั้งจากกฎหมายที่ค่อนข้างรัดกุมรุนแรง และจากจรรยาบรรณของผู้คนในประเทศเหล่านั้น

แผ่นเสียง

อย่างไรก็ดี วงการแผ่นเสียงบ้านเรา ก็มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวแตกต่างออกไปอีก
ซึ่งจะว่าไปแล้ว แม้ไม่เข้าข่ายการทำปลอมหรือเลียนแบบ แต่การทำปกแผ่นเสียงขึ้นใหม่ เพื่อทดแทนปกแผ่นเสียงเก่า ที่มีสภาพไม่สมบูรณ์ หรือบางทีก็ไม่มีปก มันให้ความรู้สึกแปลกออกไปบ้างเล็กน้อย
แต่ก็เป็นที่รู้กันในวงการแผ่นเสียงไทย ว่าอนุโลมหรือเป็นความต้องการของลูกค้าที่อยากได้ปกใหม่ๆ สวยๆ หอมๆ เพราะทุกคนรู้ว่าปกจริงชำรุดหรือหายหรือไม่มี และพ่อค้าแผ่นเสียงก็ระบุอย่างชัดเจนว่า ปกไหนทำใหม่ ปกไหนปกเดิม
ตลาดวงการแผ่นเสียงไทย ตอนนี้ นอกจากที่ฟอร์จูนและพันธุ์ทิพย์งามวงศ์วานที่เป็นแหล่งรวมแผ่นเสียง ทั้งมือหนึ่ง มือสอง ทั้งไทย ทั้งเทศ หรือร้านแผ่นเสียงชื่อดังอีก 3-4 แห่งแล้ว ก็มี Facebook ซื้อขายแผ่นเสียงหลากหลายกลุ่ม
แต่อย่าลืมว่า วงการแผ่นเสียงก็เหมือนกับวงการขายของมือสองอื่นๆ ไม่ว่าจะ CD จะเทป จะพระเครื่อง จะกางเกงยีน หรือจะนาฬิกา
ทุกวงการมีทั้งคนดี และคนเลว ต้องระวังกันให้ดีครับ