“ถ้าเราร่วมมือกัน โลกก็ดีขึ้นได้” ด่วน! ช่องโหว่ Ozone ฟื้นตัว คาด! อีก 40 ปี คืนสภาพเดิม!

UN (United Nation) หรือ “องค์การสหประชาชาติ” ได้ออกมาประกาศว่า ชั้น Ozone ที่คอยปกปักรักษาโลก กำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ

UN บอกว่า การฟื้นตัวอยู่ในระดับที่ใกล้จะปิดหลุม Ozone เหนือทวีปแอนตาร์กติกาได้อย่างสมบูรณ์ในเวลาประมาณ 40 ปีข้างหน้า
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA: National Aeronautics and Space Administration) กล่าวว่า “ทิศทางต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ มีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งในชั้น Stratosphere ตอนบน และในหลุม Ozone
ทั้งนี้ ทุก 4 ปี จะมีการประเมินการสูญเสียชั้น Ozone ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หรือ (Scientific Assessment of Ozone Depletion) ซึ่งปีนี้ มีการค้นพบว่า การฟื้นตัวของ Ozone เป็นไปด้วยดี NASA กล่าว
เป็นเวลากว่า 35 ปีมาแล้ว หลังจากที่ทุกประเทศทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันในการยุติการผลิต และใช้ “สารเคมีที่ทำลายชั้น Ozone” ในระบบบรรยากาศโลก
ซึ่ง Ozone มีหน้าที่ปกป้องโลกจากรังสีอันตราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งผิวหนัง ต้อกระจก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร
การประชุม American Meteorological Society เมื่อไม่นานมานี้ เผยว่า การฟื้นตัวของชั้น Ozone ได้ดำเนินไปอย่างช้าๆ
หลุม Ozone
หลุม Ozone
“ปริมาณ Ozone เฉลี่ยทั่วโลก ที่ระยะความสูง 18 ไมล์ หรือ 30 กิโลเมตรในชั้นบรรยากาศ จะไม่กลับไปสู่ระดับก่อนการเบาบางในปี ค.ศ. 1980 หรือจนกว่าจะถึงปี ค.ศ. 2040”
และจะไม่กลับสู่ระดับปกติในอาร์กติกจนกว่าจะถึงปี ค.ศ. 2045 American Meteorological Society ระบุ         
อย่างไรก็ดี American Meteorological Society ชี้ว่า Ozone บริเวณทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งเคยบางจนเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ จะยังไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์จนกว่าจะถึงปี ค.ศ. 2066
หลังข่าวนี้แพร่กระจายออกไป เหล่านักวิทยาศาสตร์ และบรรดานักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลกต่างพากันแซ่ซ้องสรรเสริญ ความพยายามของมวลมนุษยชาติ ในการรักษาหลุม Ozone
จากจุดเริ่มต้นข้อตกลงเมื่อปี ค.ศ. 1987 หรือที่รู้จักกันในนาม “พิธีสาร Montreal” ว่าด้วยการห้ามใช้สารเคมีทำความเย็น และสารแขวนลอยในอากาศบางชนิด
ข่าวนี้ จึงถือเป็นชัยชนะทางนิเวศวิทยาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งสำหรับโลกของเรา! American Meteorological Society ระบุ
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO: World Meteorological Organization) สำทับว่า ข่าวดีของ Ozone เป็นต้นแบบที่ยอดเยี่ยมมาก
“ความสำเร็จของพวกเรา ในการเลิกใช้สารเคมีที่ทำลาย Ozone แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่มนุษย์สามารถทำได้ เมื่อจำเป็นต้องทำ”
จากนี้ไป เราจะรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก
“สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องร่วมกันลงมือทำอย่างเร่งด่วน” WMO เผย

ชั้นบรรยากาศโลก

ทั้งนี้ สารเคมีหลัก 2 ชนิด ที่เคยสร้างปัญหาให้กับ Ozone อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าในชั้นบรรยากาศ
ไม่ว่าจะเป็น Chlorine ที่ลดลง 11.5% นับตั้งแต่จุดสูงสุดในปี ค.ศ. 1993 และ Bromine ซึ่งมีประสิทธิภาพในการทำลายชั้น Ozone ลดลง 14.5% นับตั้งแต่จุดสูงสุดในปี ค.ศ. 1999
สรุปได้ว่า การลดลง และไม่เพิ่มขึ้น ของ Chlorine และ Bromine คือผลพวงของ “พิธีสาร Montreal” อย่างแท้จริง!
เช่นเดียวกับ องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (NOAA: National Oceanic and Atmospheric Administration) ที่กล่าวว่า ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราสามารถเสาะหาสารทำความเย็นอัดกระป๋องที่ทำลายชั้นโอโซนที่ทำให้ชั้นบรรยากาศเป็นมลพิษได้ตามร้านสะดวกซื้อ
“ทว่า ในห้วงเวลานี้ สารดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นสารต้องห้ามเท่านั้น แต่ยังไม่ค่อยมีใช้ตามบ้านหรือในรถยนต์อีกแล้ว เพราะสิ่งเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยสารเคมีที่สะอาดกว่าของเรา”
ทั้งนี้ แม้รูปแบบของสภาพอากาศตามธรรมชาติในทวีปแอนตาร์กติกา จะส่งผลต่อระดับหลุมโอโซน โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วง แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หลุม Ozone ได้ใหญ่ขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“แนวโน้มเช่นนี้ หมายถึง หลุม Ozone กำลังฟื้นตัว” NOAA ระบุ
UN ปิดท้ายว่า “การฟื้นตัวของ Ozone กำลังช่วยชีวิตผู้คนราวปีละ 2 ล้านคนจากการป่วยเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง”
ข่าวนี้ นอกจากจะเป็นชัยชนะของมวลมนุษยชาติแล้ว ยังเป็นบทพิสูจน์คำพูดที่ว่า “ถ้าเราร่วมมือกัน โลกก็ดีขึ้นได้”
เพราะช่องโหว่ของ Ozone กำลังฟื้นตัว และคาดว่า ในอีก 40 ปีข้างหน้า ชั้น Ozone จะกลับคืนสู่สภาพเดิมครับ!