ออสเตรเลียน โอเพ่น 2023 แชมป์แกรนด์สแลมหญิงเดี่ยวรายการแรกในชีวิตของ Aryna Sabalenka นักเทนนิสหญิงดาวรุ่ง กับธงชาติเบลารุสที่ขาดหายไป

น่าเสียดายที่ออสเตรเลียน โอเพ่น 2023 “ปฏิเสธการมีอยู่ของใครบางคน” ซึ่งใครบางคนนั้นรวมถึงแชมป์แกรนด์สแลมหญิงเดี่ยวคนล่าสุดด้วย การไม่เอ่ยชื่อประเทศเบลารุส ซึ่งถูกแบนธงชาติด้วย เพราะเป็นพันธมิตรแสนรักของรัสเซีย ทำให้ห้วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองของ Aryna Sabalenka (อารีนา ซาบาเลนกา) นักเทนนิสมือวางอันดับ 5 ของรายการ วัย 24 ปี จากเบลารุส แตกต่างจากแชมป์แกรนด์สแลมคนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ทั้งหมด


แม้จะเป็นการเข้าชิงแชมป์แกรนด์สแลมครั้งแรกในชีวิตของเธอ และเธอก็สามารถคว้าถ้วยชนะเลิศมาครองได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะ Elena Rybakina แชมป์วิมเบิลดัน 2022 จากคาซัคสถาน ไปได้แบบคู่คี่สูสี 2-1 เซ็ต (4-6, 6-3, 6-4) ด้วยชัยชนะครั้งนี้ Sabalenka ได้ปิดฉากความฝันของเธอบนแผ่นดินออสเตรเลีย ที่ตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2023 เธอยังไม่แพ้ใครเลย และในรอบสองสัปดาห์ของการแข่งขันแกรนด์สแลมแรกของปีนี้ เธอเสียเพียงเซ็ตเดียวเท่านั้น

Aryna Sabalenka

ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์นี้ เธอยังคว้าแชมป์รายการ Adelaide International ซึ่งสะท้อนถึงฟอร์มอันรุ่งโรจน์ และการคว้าแชมป์ที่เมลเบิร์น นอกจากจะมาพร้อมกับเงินรางวัล 2.975 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 69 ล้านบาท) แล้ว ยังส่งผลให้เธอทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 2 ของโลก ในการจัดอันดับของสมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง (WTA) อีกด้วย
น่าเสียดายที่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเส้นทางนักเทนนิสอาชีพของเธอ ควรจะอบอวลไปด้วยความสุข ความชื่นมื่น และความภาคภูมิใจในประเทศชาติของตัวเองมากกว่านี้ เพราะถึงแม้จะได้รับการมอบถ้วยรางวัลและรับเงินรางวัลตามปกติ แต่ธงชาติเบลารุสกลับหายไปจากสนามนับตั้งแต่แมทช์แรกที่เธอลงแข่ง รวมถึงไม่ปรากฏบนหน้าจอข้างหน้ารายชื่อของเธอ ที่สำคัญในห้วงเวลาแห่งการฉลองชัยชนะแชมป์แกรนด์สแลมแรกในชีวิตของเธอก็เช่นกัน กลับไร้เงาธงชาติเบลารุส ไม่แม้กระทั่งเอ่ยชื่อประเทศเพื่อเป็นเกียรติ ซ้ำรายไปกว่านั้น ผู้จัดการแข่งขันรายการนี้ยังไม่ยอมสลักชื่อย่อประเทศเบลารุสลงบนถ้วยแชมป์ ซึ่งตามธรรมเนียมจะต้องสลักทั้งชื่อแชมป์และชื่อย่อประเทศของแชมป์ลงไปด้วย

“โอ้พระเจ้า ฉันมีชื่อของฉันบนถ้วยแชมป์แกรนด์สแลมแล้ว! ว้าว! นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อจริงๆ” เธออุทานเมื่อรู้ว่าชื่อของเธอถูกสลักไว้บนถ้วยรางวัลแล้ว
แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่สำคัญมากอย่างชื่อย่อของประเทศเบลารุส กลับหายไปจากถ้วยรางวัลนี้ ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานโซเชียล มีเดียต่างๆ โกรธที่ผู้จัดออสเตรเลียน โอเพ่น กระทำการหยามเกียรติเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กระนั้น ไม่ว่าผู้จัดฯ จะปฏิบัติต่อเธอและนักเทนนิสชาวเบลารุส รวมถึงนักเทนนิสจากรัสเซียคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่า แชมป์แกรนด์สแลมหญิงเดี่ยวคนล่าสุดของรายการนี้มาจากเบลารุส รวมถึงรองแชมป์ที่เกิดและเติบโตในมอสโก ประเทศรัสเซีย ก่อนจะโอนสัญชาติมาเป็นคาซัคสถานเมื่อปี 2018 ด้วยเหตุผลด้านการสนับสนุนทางการเงิน แต่กระนั้นทุกวันนี้เธอยังอาศัยอยู่ที่มอสโกกับครอบครัว

ไม่เพียงเท่านี้ ในจำนวนนักเทนนิสหญิงเดี่ยวที่เข้ารอบรองชนะเลิศ หรือ 4 คนสุดท้าย ยังมีนักเทนนิสหญิงจากเบลารุสอีกหนึ่งคน ซึ่งก็คือ Victoria Azarenka อดีตนักเทนนิสหญิงอันดับ 1 ของโลก และแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น 2 สมัย ขณะที่ฝั่งของชายเดี่ยวก็มี Karen Khachanov จากรัสเซีย ที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้เป็นผลสำเร็จ
การที่นักเทนนิสจากทั้งสองประเทศทำผลงานได้ดีในออสเตรเลียน โอเพ่น 2023 เท่ากับเป็นการตบหน้าเจ้าภาพกลายๆ ว่า แบนได้ก็แบนไป เพราะพวกเขาสามารถพาเหรดเข้ารอบลึกๆ ได้ แม้จะถูกบีบคั้นทางจิตใจแค่ไหนก็ตาม
ทั้งนี้ นับจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนอุบัติขึ้น แม้จะอนุญาตให้นักเทนนิสอาชีพจากทั้งรัสเซียและเบลารุสซึ่งเป็นชาติพันธมิตรลงแข่งขันได้ก็ตาม แต่ทั้งสมาพันธ์นักเทนนิสอาชีพชาย (ATP) และ WTA รวมถึงผู้จัดการแข่งขันรายการแกรนด์สแลมต่างๆ ทั้ง 4 รายการ ต่างประกาศไม่ให้แสดงธงชาติของรัสเซียและเบลารุสทั้งในสนามและหน้าจอ รวมถึงไม่ระบุสัญชาติของนักเทนนิสที่มาจากสองประเทศนี้ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ได้สร้างความร้าวฉานและทำลายบรรยากาศการแข่งขันอย่างสิ้นเชิง

Aryna Sabalenka

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่การคว่ำบาตรในวงการกีฬาควรหมดไปเสียที การนำการเมืองมาทำลายกีฬาเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ นักเทนนิสมืออาชีพทั้งชาวรัสเซียและเบลารุสไม่ใช่นักการเมืองที่ตัดสินใจทำสงคราม หากใครไม่เห็นด้วยกับปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซียในยูเครน ควรแสดงความโกรธไปที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ เหตุใดจึงโจมตีผู้เล่นและปฏิเสธหนทางในการทำมาหากินเลี้ยงชีพของพวกเขา
การเลือกที่รักมักที่ชังและการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลของผู้จัดฯ เป็นเหตุในทวิตเตอร์ร้อนระอุขึ้นมาทันที เพราะมีคนที่เห็นดีเห็นงามกับการกระทำของผู้จัดฯ ทั้งยังบอกอีกว่าดีแค่ไหนแล้วที่ยังอนุญาตให้มีสิทธิ์แข่งขันได้ ซึ่งก็มีผู้ใช้งานคนอื่นๆ ออกมาตอบโต้โดยบอกว่า “ทุกคนต่างรู้ว่า Sabalenka เป็นชาวเบลารุส ดังนั้นการกระทำที่พยายามด้อยค่าของผู้จัดฯ จึงไร้ความหมาย” แต่ก็มีผู้ใช้งานหลายคนแสดงความเห็นไปในทิศทางคล้ายคลึงกันว่า “ทำไมเธอถึงสมควรถูกลงโทษในสิ่งที่รัฐบาลของเธอทำ? ทำไมผู้เล่นชาวอังกฤษและสหรัฐอเมริกาถึงไม่ถูกแบน เนื่องจากสงครามที่ผิดกฎหมายในอิรักและอัฟกานิสถาน?”

Aryna Sabalenka

“คุณอยากให้ชาวเบลารุสและชาวรัสเซียไม่มีตัวตนอยู่จริง ๆ หรือไม่? นั่นจะทำให้โลกของคุณมีความสุขขึ้นไหม?”
“ออสเตรเลียน โอเพ่น โปรโมทตัวเองว่าเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยอมรับความแตกต่าง แต่การกระทำนี้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น เลิกเอาการเมืองมาเกี่ยวข้องสักที มันเป็นเรื่องน่าละอายและน่าขยะแขยง”
“ไม่ว่าใครจะทำอะไร ก็ไม่สามารถพรากสัญชาติของเธอไปได้! การเมืองทุกวันนี้เหมือนสภาอนุบาล”
“การไม่แสดงธงชาติของทั้งสองประเทศบนสกอร์บอร์ดก็ถือเป็นเด็กเช่นกัน เมื่อไหร่จะโตกันสักที เราไม่ควรถูกครอบงำโดยการกระทำที่เปรียบเสมือนเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทางอารมณ์แบบนี้”
“มองไม่เห็นว่าการทำแบบนี้จะบรรลุผลสำเร็จอย่างไร และรู้สึกแย่แทนนักเทนนิสเหล่านี้ที่ไม่ได้เลือกสถานที่ที่พวกเขาเกิด และไม่ได้มีอิทธิพลเหนือผู้นำของประเทศตัวเอง”
“ไร้สาระที่สุด ประเทศนั้นก็ยังมีอยู่ดี ไม่ว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม”
“ออสเตรเลียอ้างตัวเป็นชาติที่สนับสนุนกีฬาได้อย่างไร ? เมื่อไม่สามารถรักษาหลักการพื้นฐานของกีฬาได้ ซึ่งก็คือการเฉลิมฉลองความหลากหลาย และการมีส่วนร่วม”
“ในฐานะแฟนเทนนิส พวกเราโชคดีที่ได้เห็นว่าเธอเล่นดีมากแค่ไหน เธอเป็นตัวแทนที่ดีของเบลารุส และในฐานะแชมป์ ธงชาติประเทศของเธอสมควรได้รับการเกียรติให้โบกสะพัดในสนาม”
Aryna Sabalenka

ขณะเดียวกันก็มีคนตั้งข้อสังเกตว่า “หากการเปิดฉากทำสงครามกับประเทศอื่นเป็นต้นเหตุของการแบนครั้งนี้ เหตุใดธงชาติของผู้เล่นชาวอเมริกันจึงไม่ถูกแบนหลังจากการรุกรานของอิรัก สหรัฐอเมริการุกรานประเทศแล้วประเทศเล่า แต่ประเทศตะวันตกกลับเมินเฉยต่ออำนาจ ความโลภ และความกระหายเลือดที่ไม่รู้จบทุกครั้ง”
คำถามที่ชวนหาคำตอบต่อไป คือ พลเรือนชาวรัสเซียและเบลารุสผู้บริสุทธิ์ควรถูกถอดตัวตนออกจากสารบบต่างๆ เนื่องจากการกระทำของนักการเมืองหรือไม่?
ทั้งนี้ ธงชาติรัสเซียและเบลารุสถูกห้ามไม่ให้นำเข้าไปในสนามแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น 2023 ด้วย หลังจากมีผู้ชมนำธงชาติของสองประเทศดังกล่าวมากกว่าหนึ่งผืนขึ้นไปบนอัฒจันทร์ในวันแรกของการแข่งขัน

ที่มา :