ดันสินค้า GI สู่แลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

เป็นข่าวที่น่ายินดีเมื่อ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผลักดันแหล่งผลิตสินค้า GI เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางท่องเที่ยวไทย โดยบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI ไทย และต่อยอดแหล่งผลิตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ สร้างโอกาสและสร้างรายได้ให้ผู้คนในชุมชน สนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน


สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geograpgical Identification : GI) เป็นสินค้าที่เชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติและภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่น มีเอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์ที่ผลิตได้จากท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งเท่านั้น จึงมีลักษณะเฉพาะ รสชาติเฉพาะ ที่สินค้าแบบเดียวกันของท้องถิ่นอื่นไม่มี และเลียนแบบไม่ได้ เนื่องจากความแตกต่างของสภาพภูมิอากาศ พูดง่ายๆ คือเป็นสินค้าที่มีเพียงแห่งเดียวในโลก

ปัจจุบันกรมทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นทะเบียน GI ครบ 77 จังหวัดแล้ว มากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกันไป บางจังหวัดมีหลายรายการ เช่น นครราชสีมา มีมากถึง 10 รายการ คือ กาแฟดงมะไฟ กาแฟวังน้ำเขียว ไวน์เขาใหญ่ ข้าวหอมมะลิทุ่งสัมฤทธิ์ มะขามเทศเพชรโนนไทย ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน ผ้าไหมปักธงชัย เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน และ ผ้าไหมคึมมะอุบัวลาย สร้างเม็ดเงินเข้าสู่จังหวัดได้มากกว่า 550 ล้านบาทต่อปี ถือเป็นจังหวัดต้นแบบในการนำระบบ GI มายกระดับสินค้าท้องถิ่นจนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยสร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันถือเป็นโอกาสทองของตลาดสินค้า GI เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีความกระตือรือร้นออกเดินทางไปสำรวจจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ในท้องถิ่นต่างๆ โดยนักท่องเที่ยวจะมีการเดินทางในลักษณะกระจายตัวออกไปยังพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่กระจุกตัวอยู่แค่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังเท่านั้น ทำให้เทรนด์ที่เกิดขึ้นนี้มีส่วนช่วยให้คนในท้องถิ่นสร้างรายได้เพิ่มทั้งด้านการให้บริการที่พัก และ ขายสินค้า GI ซึ่งเป็นสินค้าอัตลักษณ์ของท้องถิ่นนั่นเอง
การนำสินค้า GI เข้าสู่เส้นทางท่องเที่ยว เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ไทย ให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้เข้มแข็ง สินค้า GI ไทยประเภทต่างๆ ทั้งในกลุ่มสินค้าประเภทอาหาร ผลผลิตทางการเกษตร และสิ่งของเครื่องใช้ รวม 177 รายการ ล้วนเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนในแต่ละท้องถิ่น และถือเป็น Soft Power ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้มากกว่า 48,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อนำมาผนวกกับการท่องเที่ยว สินค้า GI จึงเป็นตัวชูโรงสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยในการประชุมคณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบตามแนวทางที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเสนอ ทั้งการนำแหล่งผลิตสินค้า GI บรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์และโครงการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของ อพท. และการส่งเสริมแหล่งผลิตสินค้า GI ให้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการท่องเที่ยว ในแคมเปญ 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย…เที่ยวได้ทุกวัน ในปี 2566 ของ ททท. ชูความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ของแต่ละภาค เพื่อให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมด้านการแข่งขันและความท้าทายด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ และปักหมุดหมายการท่องเที่ยวแหล่งผลิตสินค้า GI ของไทยให้กับนักท่องเที่ยว ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการใช้ Soft Power เผยแพร่อัตลักษณ์วัฒนธรรมไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนของประเทศ กระจายรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่น
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยต่อยอดให้แหล่งผลิตสินค้า GI เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ พร้อมยกระดับสินค้า GI ในมิติด้านการท่องเที่ยว นำมาสู่การสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป