มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่มนุษย์จะคิดค้นนวัตกรรมทำนายการเกิด “แผ่นดินไหว” ได้เสียที

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 20.35 น. ตามเวลาประเทศไทย มีผู้เสียชีวิตทะลุ 5,000 คน จากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในตุรกีและซีเรีย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เวลาประมาณ 04.17 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีศูนย์กลางแผ่นดินไหวใกล้กับเมืองนูร์ดากี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ขนาด 7.8 ความลึก 10 กม. และตามมาด้วยขนาด 7.5 ความลึก 10 กม. ในอีก 9 ชั่วโมงถัดมา

ท่ามกลางการค้นหาผู้ประสบภัยจากซากปรักหักพังที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง คำถามที่น่าสนใจคือ นอกเหนือจากแสงประหลาดเหนือเส้นขอบฟ้า สุนัขที่แข่งกันหอนระงม รวมถึงฝูงนกกาที่บินแตกรังอย่างซ่านกระเซ็น ที่ว่ากันว่าเป็นลางบอกเหตุล่วงหน้าซึ่งเกิดขึ้นไม่กี่นาทีก่อนที่แผ่นดินไหวจะเกิดขึ้น มนุษย์เรามีโอกาสมากน้อยเพียงใดที่จะคิดค้นเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใดซึ่งแม่นยำเพียงพอที่จะช่วยทำนายหรือคาดการณ์การเกิดแผ่นดินไหวได้

แผ่นดินไหว
(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนค้นหาผู้รอดชีวิตบริเวณซากอาคารที่พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในเมืองเจบเลห์ จังหวัดลาตาเกียของซีเรีย วันที่ 6 ก.พ. 2023) // www.xinhuathai.com
คำตอบคือแม้มนุษย์เราอาจไม่สามารถทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้ แต่เราสามารถรู้ได้มากพอที่จะเตรียมพร้อมรับมือแล้ว
แผ่นดินไหวเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่เราก็ยังคาดเดาไม่ได้ว่าครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อใด ที่ไหน หรือจะมีขนาดรนแรงแค่ไหน ซึ่งน่าเสียดายเป็นอย่างมากที่เราอาจไม่สามารถทำนายแบบนั้นได้ แต่เราสามารถประเมินความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวในอนาคตได้ และบ่อยครั้ง นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เมืองต่างๆ ทั่วโลก พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหว

ทำไมเราไม่สามารถทำนายแผ่นดินไหวได้

แผ่นดินไหวเกิดจากการลื่นไถลหรือแตกออกอย่างกะทันหันของชั้นหินใต้ผืนดิน ซึ่งขับเคลื่อนโดยการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกขนาดมหึมาที่ประกอบกันเป็นเปลือกโลก
เราไม่สามารถทราบเวลาและตำแหน่งที่แน่นอนของการเคลื่อนไถลเหล่านี้ได้ล่วงหน้า ไม่เคยมีใครพบตัวบ่งชี้ที่น่าเชื่อถือและคาดการณ์ได้ว่าแผ่นดินไหวกำลังจะเกิดขึ้น เราจำเป็นต้องมีแบบจำลองที่มีรายละเอียดสูงของหินทุกแห่งในโลก และต้องทำความเข้าใจว่ามันตอบสนองต่อความเครียดจากเปลือกโลกอย่างไร เพื่อให้มีโอกาสทำนายการเกิดแผ่นดินไหวได้
อย่างไรก็ตาม สมมติว่าเราเข้าใจแรงขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนแผ่นเปลือกโลกและระดับของแรงที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวในปัจจุบัน รวมถึงหากศึกษาด้วยว่าเคยเกิดรอยเลื่อนแตกร้าวที่ใดบ้างในอดีต ในกรณีเช่นนั้น เราสามารถประเมินความเป็นไปได้ที่จะเกิดแผ่นดินไหวในอนาคต

แผ่นดินไหว
อาคารอนุสรณ์แผ่นดินไหวเสฉวน Greate, 2008 ที่ระลึกแผ่นดินไหวเสฉวนในประเทศจีน

สิ่งที่เราสามารถคาดเดาได้

ในการคำนวณความน่าจะเป็นของการเกิดแผ่นดินไหวในอนาคต เราจะดูเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่วัดได้นับตั้งแต่มีการพัฒนาเครื่องวัดแผ่นดินไหวเมื่อประมาณ 100 ปีที่แล้ว และความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวก่อนหน้านี้จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ และรวมข้อมูลเหล่านี้เข้ากับข้อมูลเกี่ยวกับรอยเลื่อนในเปลือกโลกที่แผ่นดินไหวสามารถเกิดขึ้นได้
เมื่อเราค้นพบรอยเลื่อนจากการศึกษาแผ่นดินไหวหรือภาพถ่ายทางอากาศ เรามักจะส่งทีมนักธรณีวิทยาออกไปขุดร่องลึกทั่วรอยเลื่อนเพื่อค้นหาร่องรอยของการแตกร้าวของแผ่นดินไหวในอดีต ซึ่งมักจะเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ เราสามารถประเมินอายุและขอบเขตของการเคลื่อนที่ของรอยเลื่อน และพัฒนาประวัติของเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่อาจกินขอบเขตไปถึงหลายร้อยหรือหลายพันปีก่อน ขึ้นอยู่กับประเภทของการเกิดแผ่นดินไหวในอดีตกาล
การระบุเหตุการณ์ก่อนประวัติศาสตร์มีความสำคัญเนื่องจากช่วงเวลาระหว่างการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บนรอยเลื่อนขนาดใหญ่อาจยาวนานกว่าบันทึกทางเครื่องมือหรือแม้แต่บันทึกทางประวัติศาสตร์ หากไม่มีความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนประวัติศาสตร์ เราคงต้องพึ่งพาเฉพาะประวัติศาสตร์ที่ค่อนข้างสั้นของแผ่นดินไหวที่บันทึกไว้ด้วยเครื่องมือเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้พลาดข้อมูลของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
ทั้งนี้ การคาดการณ์แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในประเทศจีนเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว โดยพิจารณาจากแผ่นดินไหวขนาดเล็กและกิจกรรมของสัตว์ที่ผิดปกติ ทำให้หลายคนเลือกที่จะนอนอยู่นอกบ้าน จึงรอดตายเมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และทำลายล้างเป็นบริเวณกว้าง อย่างไรก็ตาม การเกิดแผ่นดินไหวประเภทนี้มักไม่ค่อยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตามมา และน่าเสียดายที่แผ่นดินไหวส่วนใหญ่ไม่มีเหตุการณ์ล่วงหน้าใดๆ ที่จะบ่งชี้ได้ เช่นเดียวกับแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ครั้งถัดไปในจีน ก็ไม่มีสารตั้งต้นที่จะทำให้ทำนายได้ และจบลงที่ผู้คนหลายพันคนต้องเสียชีวิต
โดยการอ้างอิงแรกสุดที่มนุษย์เรามีเกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์ที่ผิดปกติก่อนเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่นั้นมาจากกรีกเมื่อ 373 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งมีรายงานว่าหนู พังพอน งู และตะขาบออกจากที่อยู่อาศัยของมันและมุ่งหน้าไปยังที่ปลอดภัยเป็นเวลาหลายวันก่อนเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง
นอกจากนี้ยังมีหลักฐานโดยสังเขปอีกมากมายของปลา นก สัตว์เลื้อยคลาน และแมลงที่แสดงพฤติกรรมแปลกๆ ตั้งแต่ระยะเวลานานร่วมสัปดาห์จนถึงเพียงไม่กี่วินาทีก่อนเกิดแผ่นดินไหว กระนั้นพฤติกรรมที่สม่ำเสมอและเชื่อถือได้ก่อนเหตุการณ์แผ่นดินไหวและกลไกที่อธิบายว่ามันทำงานได้อย่างไรนั้นยังคงห่างไกลจากความรู้ที่มนุษย์เรามีอยู่ในขณะนี้

แผ่นดินไหว

ด้วยเหตุนี้ ทำให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัตินี้อย่าง สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) มุ่งเน้นความพยายามในการบรรเทาอันตรายจากแผ่นดินไหวในระยะยาว ด้วยการการช่วยปรับปรุงความปลอดภัยของโครงสร้างของอาคารสถานที่ต่างๆ แทนที่จะพยายามทำให้การคาดการณ์ในระยะสั้นบรรลุผลสำเร็จ
สำหรับในประเทศไทย หน่วยงานที่มีระบบเครื่อข่ายตรวจความสั่นสะเทือนในระดับชาติและเป็นมาตรฐาน สากล คือ “กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา” ทำหน้าที่ในการตรวจและวิเคราะห์แผ่นดินไหวทั้งภายในและต่างประเทศ โดยมีเครือข่ายสถานีตรวจแผ่นดินไหวแบบอัตโนมัติ สถานีตรวจวัดอัตราเร่งของพื้นดิน สถานีวัดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก และสถานีวัดระดับน้ำทะเล ติดตั้งอยู่ทั่วประเทศไทย เพื่อตรวจวัด เฝ้าระวัง ตลอดจนให้บริการข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับภัยแผ่นดินไหวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ตลอดจนแจ้งเตือนภัยไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย กรณีเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในทะเล
สำหรับประชาชนทั่วไปยังสามารถติดตามข่าวคราวเกี่ยวกับการแจ้งเตือนแผ่นดินไหวได้จากสื่อต่างๆ ของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ดังอินโฟกราฟิกนี้


ตำนาน “แผ่นดินไหว” ครั้งใหญ่ โศกนาฏกรรมที่มิอาจลืมเลือนของมนุษย์โลก

ทั้งนี้ “ภัยธรรมชาติ” คือ เหตุการณ์ร้ายที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติของโลก ตัวอย่างของเหตุการณ์ดังกล่าว ได้แก่ แผ่นดินไหว พายุเฮอริเคน สึนามิ น้ำท่วม ภัยแล้ง และไฟไหม้ ภัยธรรมชาติหลายอย่างทำลายล้างแบบถอนรากถอนโคน มันทิ้งร่องรอยของการบาดเจ็บ ความตาย การสูญเสียปศุสัตว์ ทรัพย์สินเสียหาย และการสูญเสียทางเศรษฐกิจจนมิอาจประเมินค่าได้ โดยเหตุเศร้าสลดที่เกิดจากภัยธรรมชาติที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2523 คือเหตุการณ์สึนามิในวันบ็อกซิ่งเดย์ที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2547 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนกว่า 220,000 คน
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในศตวรรษที่ 20 และ 21 ทั้งหมด พบว่าแผ่นดินไหวที่ร้ายแรงที่สุดคือแผ่นดินไหวในถังชาน ประเทศจีน เมื่อปี 2519 คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 240,000 คน แต่บางหน่วยงานประเมินว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจมากถึง 650,000 คน เลยทีเดียว และ 4 ใน 10 ของแผ่นดินไหวที่ร้ายแรงที่สุดในโลกนับตั้งแต่ปี 2473 เกิดขึ้นในประเทศจีน
สำหรับ 10 ประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งที่สุดในโลกตามที่มีการจดบันทึกไว้ ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย อิหร่าน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ตุรกี อินเดีย และฟิลิปปินส์ ตามลำดับ

ที่มา :