จากข่าวที่มีพนักงานออฟฟิศในสายงานสื่อมวลชนรายหนึ่งฟุบหลับเสียชีวิตที่โต๊ะทำงานนานข้ามวันโดยไม่มีใครรู้ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ก็มีการสืบสาวไปถึงสาเหตุของการเสียชีวิตนี้ และพบว่าเหตุผลสำคัญ คือ การทำงานหนักแบบไม่มีเวลาพักผ่อน ส่งผลให้สุขภาพแย่ลงเรื่อยๆ ด้วยข่าวร้ายนี้เองที่ปลุกกระแสให้สังคมหันมาคิดทบทวนถึงคำกล่าวที่ว่า “งานหนักไม่เคยทำให้ใครตาย” แล้วทำไม โศกนาฏกรรมนี้จึงเกิดขึ้นมาได้? เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยข้อเท็จจริงที่ทำให้เกิด โรคทำงานหนักจนตาย หรือ ‘คาโรชิ ซินโดรม’
เมื่อเอ่ยถึง คาโรชิ ซินโดรม (Karoshi Syndrome) หลายคนน่าจะเดาได้ว่าเป็นการนิยาม โรคทำงานหนักจนตาย จากแดนอาทิตย์อุทัย โดยโรคนี้เกิดขึ้นจากอาการเหนื่อยหรืออ่อนเพลียจากการทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน พักผ่อนไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย เครียดสะสม จนทำให้เสียสุขภาพ และอาจเกิดอาการร้ายแรงที่นำไปสู่ชีวิต เช่น หัวใจวาย เป็นต้น
แน่นอนว่า คาโรชิ ซินโดรม เริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่พนักงานของสถานีโทรทัศน์ชื่อดังเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวจากการทำงานล่วงเวลาอย่างหนัก จากนั้นก็มีพนักงานบริษัทเอเจนซี่ชื่อดังทนความเครียดจากการทำงานไม่ไหว จนตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง จึงทำให้หลายคนหันมาสนใจผลกระทบจากการทำงานหนักจนเกินไปมากขึ้น
ที่ผ่านมา คาโรชิ ซินโดรม พบได้บ่อยในประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เนื่องจากเป็นสังคมที่กดดันเรื่องการทำงานอย่างหนัก จนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งทางกายและทางใจ ส่วนมากเกิดจากวัฒนธรรมการทำงานในองค์กรที่สร้างความกดดันให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างหนักจนก่อให้เกิดความเครียดในการทำงาน รวมไปถึงชั่วโมงการทำงานที่มากเกินไปจนทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อน บางรายกระทบถึงขั้นไม่มีเวลานอน ส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการเหนื่อยล้าสะสมเป็นเวลานาน
รู้จักอาการ โรคทำงานหนักจนตาย ‘คาโรชิ ซินโดรม’
เมื่อกระแสเรื่อง “การทำงานหนักจนตาย” ถูกปลุกขึ้นมาในสังคมไทยด้วยข่าวร้ายที่กล่าวข้างต้น ในเวลานี้เราจึงควรฉวยเอาวิกฤตนี้แล้วเปลี่ยนให้เป็นโอกาส กระตุ้นเตือนให้ผู้คนในสังคมตระหนักถึงภัยใกล้ตัวจากการทำงานหนักเกินไป ซึ่งขั้นแรก ควรต้องรู้ก่อนว่าสัญญาณอะไรที่จะบอกว่าเรากำลังจะป่วยเป็น โรคทำงานหนักจนตาย หรือ คาโรชิ ซินโดรม กันเสียก่อน
คิดหมกมุ่นเรื่องงานแทบจะตลอดเวลา เหมือนสมองไม่ได้พักผ่อน บางครั้งอาจเก็บไปฝัน
ทำงานล่วงเวลาติดต่อกันเป็นเวลายาวนาน
ใช้เวลาในการทำงานเยอะมาก เริ่มงานเร็ว และเลิกงานช้า ติดต่อกันเป็นเวลานาน
ไม่สามารถลางานได้ ไม่มีโอกาสลางาน หรือแทบไม่ได้ใช้วันลา ทั้งลาป่วย ลาพักผ่อน และลากิจ
เคร่งเครียดจากการทำงาน ทำงานภายใต้ภาวะกดดัน
แทบไม่เคยใช้วันลาหยุด ไม่ว่าจะลาป่วย หรือลาพักร้อน
นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท รู้สึกอ่อนเพลีย พักผ่อนไม่เพียงพอ
แทบไม่มีเวลาพักผ่อน จำไม่ได้ว่าได้พักผ่อนจริงๆ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
ไม่มีเวลาให้ตัวเองและคนที่เรารัก
อาการที่กล่าวมาข้างต้นนี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคร้ายเรื้อรังอื่นๆ ตามมา โดยข้อมูลจาก WHO เผยว่าคนในช่วงอายุ 45-74 ปี ที่ทำงานหนักจนเกินไป หรือมีชั่วโมงทำงานมากกว่า 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตสูงสุด คือ โรคหัวใจ 42% และเส้นเลือดในสมอง 19%
รู้จริงเรื่อง โรคคาโรชิ ซินโดรม ก่อนนำสู่ทางป้องกัน
หากอ้างอิงตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ ของประเทศญี่ปุ่น ได้ให้ข้อมูลสรุปเป็นประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ คาโรชิ ซินโดรม (Karoshi Syndrome) ไว้ด้วยดังนี้
1. ปริมาณงานจำนวนมากที่ทำในช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์โรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเหล่านี้ตามความรู้ทางการแพทย์ปัจจุบัน ดังนั้นแนวคิดว่าการทำงานหนักจึงทำให้เป็นโรคนี้จึงถูกต้อง
2. การสะสมความล้าเรื้อรังจะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจได้ การสะสมของความล้าเรื้อรังจึงไม่จำกัดเฉพาะเวลาก่อนจะเกิดโรคแต่เป็นช่วงก่อนหน้านั้นซึ่งชัดเจนว่ามีการทำงานหนักเกินไป
3. การประเมินความหนักของงานจะต้องตรวจสอบในสภาพงานเป็นเวลา 6 เดือนก่อนเป็นโรค และจะต้องประเมินว่างานที่หนักหรือความล้าที่สะสมมากนั้นทำให้เกิดโรคขึ้นจากการทำงานหนักเกินไป
4. นอกจากนี้ จะต้องประเมินผลของปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ชั่วโมงการทำงาน ความไม่สม่ำเสมอของงาน ข้อจำกัดในงาน ระบบงานกะ และสภาพแวดล้อมในงาน รวมทั้งความเครียดทางจิตใจที่เกิดจากงานด้วย

5. ถ้าเน้นที่ชั่วโมงทำงาน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการสะสมความล้า ถ้าพนักงานคนนั้น (1) ทำงานติดต่อกันนานหลายชั่วโมงมากจนเห็นได้ชัด (โดยปกติคือทำงานล่วงเวลามากกว่า 100 ชั่วโมง) ในช่วง 1 เดือนก่อนเกิดโรค หรือ (2) ทำงานหลายชั่วโมงติดต่อกันนาน (โดยปกติคือทำงานล่วงเวลามากกว่า 80 ชั่วโมงต่อเดือน) มากผิดปกติ ระหว่างสองถึงหกเดือนก่อนเกิดโรค ดังนั้นงานนั้นสัมพันธ์กับโรคอย่างชัดเจน
6. ถ้าชี้บ่งไม่ได้ว่ามีการทำงานล่วงเวลามากกว่าเดือนละ 45 ชั่วโมง ในช่วง 1-6 เดือนก่อนเกิดโรค ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับโรคก็ไม่เกิดขึ้น จะบอกว่าโรคเกิดจากการทำงานได้ต่อเมื่อมีการทำงานล่วงเวลามากกว่าเดือนละ 45 ชั่วโมง
7. ความดันโลหิตสูง การดื่มสุรา และการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงซึ่งทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจได้ ในคนที่มีปัจจัยเสี่ยหลายอย่างจะเป็นโรคได้ง่ายขึ้น ดังนั้นจะต้องมีการศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพผู้ป่วย โรคที่มีอยู่เดิม และภาระงานที่มีมากขึ้น เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของงานกับการเกิด คาโรชิ ซินโดรม (Karoshi Syndrome) ในกลุ่มคนเหล่านี้
รู้เท่าทัน ป้องกัน คาโรชิ ซินโดรม ก่อนทำงานหนักจนตาย
หากรู้ตัวว่าเริ่มมีพฤติกรรมการทำงานที่หนักเกินไป ไม่ว่าจะเป็น จำนวนชั่วโมงทำงานที่มากเกินไป การทำงานล่วงเวลาที่ยาวนาน การโหมงานอย่างหนักเพื่อให้ไปสู่ความสำเร็จที่ตั้งไว้ จนทำให้เกิดความเครียดแบบไม่รู้ตัว ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคคาโรชิ ซินโดรม (Karoshi Syndrome) ในอนาคตได้ หนทางป้องกันที่สามารถทำได้มีดังต่อไปนี้
แบ่งเวลาเพื่อการพักผ่อนบ้าง
ทำกิจกรรมชอบ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ร้องเพลง ปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ ออกไปพบปะเพื่อนฝูงหรือคนที่เรารัก
พักผ่อนให้เพียงพอ หากมีปัญหากับการนอน ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
รู้จักการปล่อยวางความคิด
ไม่นำงานกลับมาทำที่บ้าน หรือคิดเรื่องงานที่บ้านมากจนเกินไป
ที่มา : สมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย
เริ่มต้นปี 2566 อย่าลืมใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพรอบด้านจากบทความต่อไปนี้
เมื่อกรุงเทพฯติด Top 5 เมืองอากาศแย่ ที่สุดในโลก จะเอาชีวิตรอดจาก ฝุ่น PM2.5 ระลอกล่าสุดอย่างไร?
ThaiHealth Watch 2023 จับตาทิศทางสุขภาพคนไทยปี 2566 เมื่อสังคมปรับ ชีวิตต้องเปลี่ยน
เรียนรู้ 3 ปรัชญาแห่งความสุข จาก 3 ชาติ พร้อมนำไปปรับใช้นำทางชีวิตในปีใหม่ 2566















