เมื่อเทคโนโลยี Streaming หรือ “การดูหนังออนไลน์” ทั้งผ่าน “โทรศัพท์มือถือ” หรือ Smart TV ได้ Disrupt “ธุรกิจโรงหนัง” มาตั้งแต่ก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19
ทว่า หลังจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง ดูเหมือนว่า “ธุรกิจโรงหนัง” จะยังไม่กลับมาคึกคักเหมือนยุคเฟื่องฟู
สังเกตง่ายๆ ในช่วงประกาศรายชื่อภาพยนตร์เข้ารอบสุดท้ายรางวัล “ลูกโลกทองคำ” ที่ถือเป็น “รางวัลหนังระดับโลก” สถานการณ์ “โรงภาพยนตร์” ก็ยังเงียบฉี่
ปัจจัยสำคัญก็คือ การเกิดขึ้นของเทคโนโลยี Streaming หรือ “การดูหนังออนไลน์” ทั้งผ่าน “โทรศัพท์มือถือ” หรือ Smart TV
ได้ Disrupt “ธุรกิจโรงหนัง” ไปแล้วอย่างสิ้นเชิง!
นอกจาก YouTube แล้ว LINE TV ก็เริ่มเข้ามามีบทบาท ที่อาจส่งผลให้ “ธุรกิจโรงหนัง” กำลังย่ำแย่ ยังไม่นับ Facebook ที่แม้จะประกาศตัวเข้าร่วมขบวน Streaming แต่ก็ยังไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมาถึงของ NETFLIX

นอกจาก NETFLIX จะซื้อลิขสิทธิ์ซีรีย์ชื่อดังระดับโลกเพื่อนำออกฉายทางออนไลน์อย่างเดียวแล้ว NETFLIX ยังดีลกับค่ายหนังฮอลลีวูดยักษ์ใหญ่หลายค่าย
แถมยังลงทุนสร้างทั้งหนัง และซีรีย์ใหม่ๆ ด้วยตนเอง ด้วยโมเดลนี้ ธุรกิจของ NETFLIX จึงประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว และกลายเป็น “เบอร์หนึ่ง” ของโลกไปแล้ว
เมื่อคนดูหนังผ่านโทรศัพท์มือถือ Tablet PC หรือ Smart TV ได้ทุกที่ทุกเวลา
ด้วยความรวดเร็วจากสัญญาณอินเตอร์เน็ตและ Wi-fi ในปัจจุบัน อีกทั้งค่าใช้จ่ายการดูหนังแบบ Streaming ก็ถูกกว่า แถมบางเรื่องได้ดูหนังใหม่พร้อมกับโรง
โดย NETFLIX ได้ทลายกำแพงสุดท้ายฮอลลีวูด คือการยอมรับหนัง Streaming ให้เข้าประกวดออสการ์ได้อย่างน้อยก็สี่ส้าห้าปีมาแล้ว
ยิ่งทำให้โมเดลธุรกิจของ NETFLIX เป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก
ปัจจุบัน นอกจาก NETFLIX ยังมี Disney+ ยังมี Paramount+ ยังมี HBO Go และ HBO Max ยังมี Amazon Prime Video ยังมี iTunes ยังมี Peacock ยังมี Showtime และแน่นอน ยังมี Apple TV+
“ลูกโลกทองคำ” ที่ดูเหมือนจะเงียบๆ แล้ว กลับกลายเป็นว่า “ออสการ์” อาจจะเงียบยิ่งกว่า
เมื่อภาพยนตร์ที่เข้ารอบสุดท้าย 10 เรื่อง ฉายในโรงเพียง 3 เรื่อง!

เริ่มด้วย Everything Everywhere All at Once ที่เข้าชิงมากที่สุดในปีนี้ถึง 11 สาขา หนัง Sci-fi Indie ว่าด้วยเรื่องราวโลกคู่ขนาน ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจาก ดาราพาเหรดกันรับรางวัลบนเวทีใหญ่อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็น Michelle Yeoh และ Ke Huy Quan หรือ Stephanie Hsu รวมทั้ง Jamie Lee Curtis สามารถรับชมได้ทาง Paramount+ และ Showtime
The Banshees of Inisherin หนัง Drama กระชากอารมณ์จากไอร์แลนด์ เข้าชิงออสการ์ 9 รางวัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 ดารานำ Colin Farrell-Brendan Gleeson-Kerry Condon หาชมได้ทาง HBO Go, YouTube, Amazon Prime Video
All Quiet on the Western Front ภาพยนตร์เยอรมัน ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกัน ว่าด้วยสงครามโลกครั้งที่ 1 เข้าชิง 9 สาขาเช่นเดียวกับ The Banshees of Inisherin รับชมได้ทาง Netflix
Elvis หนังชีวประวัติของ “The King of Rock n’ Roll” Elvis Presley กวาดรางวัลมาจากหลายเวที ส่งให้นักแสดงนำอย่าง Austin Butler กลายเป็นดาราแถวหน้าของ Hollywood รับชมได้ทาง HBO Max
The Fabelmans ผลงานของ “พ่อมด Hollywood” Steven Spielberg ที่สร้างขึ้นจากอัตชีวประวัติของเขาเอง เข้าชิง 8 สาขาออสการ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม Michelle Williams และผู้กำกับยอดเยี่ยม Steven Spielberg รับชมได้จาก Amazon Prime Video
Tár เรื่องราวของ Conductor ชื่อก้องโลก Lydia Tár รับบทโดยนักแสดงมากฝีมือเจ้าของรางวัลออสการ์ Cate Blanchett ชิงออสการ์ 7 สาขา ชมได้ที่ iTunes, Amazon Prime Video และ Peacock
Top Gun: Maverick ของ Tom Cruise เข้าชิง 6 ออสการ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รับชมได้จาก Paramount+ และ Amazon Prime Video
Avatar: The Way of Water ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีของ James Cameron กวาดเงินมหาศาล แถมได้เข้าชิงออสการ์ถึง 4 รางวัล ฉายเฉพาะในโรงภาพยนตร์เท่านั้น
Triangle of Sadness ภาพยนตร์แนวเสียดสี สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำในสังคม ที่คนรวยคนจนมีความไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแบ่งแยกชนชั้น เข้าชิง 4 สาขา รับได้ที่ YouTube Apple TV และ Amazon Prime Video
Women Talking ดัดแปลงจากนวนิยายขายดีใน Canada เรื่องจริงของกลุ่มผู้หญิงในชุมชนห่างไกลในโบลิเวีย เข้าชิง 2 รางวัล รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ฉายเฉพาะในโรงภาพยนตร์เท่านั้น
The Whale เข้าชิง 2 รางวัล รับการกลับมาของ Brendan Fraser มาถึงปุ๊ปก็เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมทันที! ฉายเฉพาะในโรงภาพยนตร์เท่านั้น
Babylon นำแสดงโดย Brad Pitt และ Margot Robbie เล่าถึงแวดวง Hollywood ช่วงทศวรรษ 1920 นี้ เข้าชิง 3 รางวัล ฉายเฉพาะในโรงภาพยนตร์เท่านั้น











