ต้องยอมรับว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้คนที่ต้องออกจากงานมากมาย ขณะที่บัณฑิตที่จบใหม่ก็หางานทำไม่ได้ เนื่องจากทุกฝ่ายต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ภาคธุรกิจต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ธุรกิจของตนอยู่รอด ด้วยสภาวะนี้เองที่ทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามหาทางออกเพื่อแบ่งเบาความลำบากที่เกิดขึ้นนี้ โดยในส่วนของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กระทรวง อว. ก็ได้เปิดตัวโครงการ มหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T for BCG ขึ้นเพื่อแบ่งเบาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้
โดยแนวคิดของโครงการ มหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T for BCG ECONOMY มาจากเมกะเทรนด์สำคัญระดับโลก ที่โลกทุกวันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และหนึ่งทางรอดที่จะพาทุกคนผ่านทุกความท้าทายในโลกยุคนี้ คือ การปรับตัวและเติมความรู้ในด้าน BCG ECONOMY ตลอดจนกระบวนการคิดเชิงออกแบบ Design Thinking ที่จะช่วยเสริมศักยภาพให้คนที่เข้าร่วมในโครงการ สามารถรับมือกับปัญหา และสถานการณ์ตรงหน้า โดยใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปยกระดับความสามารถอย่างยั่งยืน

U2T for BCG จึงเป็นการสานต่อโครงการ U2T แต่จะแตกต่างตรงที่โฟกัสและชูในเรื่องของ BCG เป็นหลัก ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ของไทยที่สามารถนำไปยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการด้าน BCG ในพื้นที่ได้ และยังเป็นวาระสำคัญของประเทศไทยที่จะเชื่อมโยงไปถึงการประชุมเอเปคที่ประเทศไทยที่ผ่านมาด้วย
ทั้งนี้ โดยโครงการ มหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T for BCG จะเปิดรับบัณฑิตจบใหม่และประชาชนในพื้นที่ 7,435 ตำบล 77 จังหวัด กว่า 68,350 คน ที่ต้องการร่วมงานเป็นทีมเดียวกับ อว. ซึ่งจะทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยรัฐ 70 กว่าแห่ง มหาวิทยาลัยเอกชน 20 แห่ง ตลอดจนภาคประชาสังคม หน่วยงานในพื้นที่ และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนโครงการ U2T for BCG เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ทั่วประเทศ ก็เป็นหนึ่งในเครือข่ายมหาวิทยาลัยที่มีความตั้งใจและตอบรับเข้าร่วมในโครงการนี้ ซึ่งในปี 2565 จนถึงในปี 2566 นี้ มทร. แต่ละแห่ง ทุกภูมิภาคทั่วไทย ก็ได้จัดกิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า “U2T Market Fair” โดยในงานนี้ได้รวบรวมผู้ประกอบการชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ U2T for BCG มาออกร้านเพื่อแสดงและจำหน่ายผลงานของตน ซึ่งได้รับผลตอบรับที่น่าพอใจ
รู้จักโครงการดีๆ U2T มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน ฝ่าวิกฤตโรคระบาดไปด้วยกัน
ก่อนที่จะไปรับรู้ต้นแบบผลการดำเนินโครงการ U2T มหาวิทยาลัยสู่ตำบล ของ มทร.ธัญบุรี ขอมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการดีๆ นี้กันก่อน
ดังที่เกริ่นมาว่า โครงการ U2T for BCG นี้ ริเริ่มขึ้นโดย กระทรวง อว. จะช่วยสร้างรากแก้วให้ประเทศ ซึ่งโครงการนี้เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้ มหาวิทยาลัยได้สามารถใช้องค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และทรัพยากรของมหาวิทยาลัย ในการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาประเทศ ขณะเดียวกันก็สามารถที่จะนำโจทย์หรือปัญหาของประเทศ มาสู่การพัฒนาศักยภาพกำลังคน พัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังนี้
ยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการโดยมหาวิทยาลัยเป็น System Integrator
การจัดทำข้อมูลขนาดใหญ่ของชุมชน (Community Big Data)
ให้เกิดการจ้างงานประชาชนทั่วไป บัณทิตใหม่ และ นักศึกษา ให้มีงานทำและฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน
ให้เกิดการพัฒนาตามปัญหาและความต้องการของชุมชน
โดยในการดำเนินการของมหาวิทยาลัยในพื้นที่จะประกอบด้วยองค์ประกอบหลักๆ คือ
1. มหาวิทยาลัยจะทำหน้าที่หน่วยงานบูรณาการโครงการ (System Integrator) รายตำบล โดยใน 1 ตำบล จะมี 1 มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ดูแล
2. มหาวิทยาลัยดำเนินโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบล ตามปัญหาและความต้องการของชุมชน อาทิ การพัฒนาสัมมาชีพและสร้างอาชีพใหม่ (การยกระดับสินค้า OTOP/อาชีพอื่นๆ) การสร้างและพัฒนา Creative Economy (การยกระดับการท่องเที่ยว) การนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน (Health Care/เทคโนโลยีด้านต่างๆ) และการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม Circular Economy (การเพิ่มรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชน) ตามรูปแบบกิจกรรมที่จะเข้าไปดำเนินการในพื้นที่ที่รับผิดชอบ
3. มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยจ้างงานในการดำเนินโครงการของหน่วยงานต่างๆ ในตำบลที่ทำหน้าที่ดูแล โดยจ้างงานประชาชนทั่วไป บัณฑิตจบใหม่และนักศึกษา ไม่น้อยกว่า 20 คนในแต่ละตำบล
4. มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ประสานงานและทำงานร่วมกับจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินการโครงการภายในพื้นที่
5. มหาวิทยาลัยทำหน้าที่บูรณาการและสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ที่ไปดำเนินการโครงการภายในตำบล ในด้านองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
6. มหาวิทยาลัยจัดทำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของชุมชนรายตำบล (Community Big Data) เพื่อให้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบมีเป้าหมายชัดเจน
ถอดบทเรียนความสำเร็จของโครงการ U2T for BCG ของ มทร. ทั่วประเทศ
เพื่อให้เห็นภาพความสำเร็จของโครงการนี้ ขอถอดบทเรียนความสำเร็จจาก มทร. 3 แห่ง ทั่วประเทศ เริ่มจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ที่ล่าสุด รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรมการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า “U2T Market Fair by RMUTT” โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล BCG ECONOMY ภายใต้โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ BCG ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ตึกแดงวินเทจ กทม. ที่เปิดเผยว่า
“จากความสำเร็จที่ผ่านมาของ “โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ (1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย)” ซึ่ง มทร.ธัญบุรี ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดังกล่าวโดยการใช้องค์ความรู้ วิทยาศาสตร์ วิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญหลายด้าน”



“ทั้งเทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาความรู้ด้านสินค้า สมาร์ทฟาร์ม เกษตรอินทรีย์ การจัดการท่องเที่ยว การแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร การทำตลาดดิจิทัล รวมถึงการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งมีกระแสและเสียงตอบรับที่ดี เกิดการหมุนเวียนด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน การพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์ และบริการต่างๆ”
“จนล่าสุด มทร.ธัญบุรี ได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในคุณภาพจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ BCG Economy ให้ร่วมดำเนินงานหลักใน “โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ BCG” เพื่อพัฒนารายพื้นที่ด้วยยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ BCG โดยเฉพาะด้านการผลิตและการบริการ รวมถึงการเพิ่มและรักษาระดับการจ้างงานบัณฑิตและประชาชนในพื้นที่”
โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ BCG จะมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการด้าน BCG ในพื้นที่ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มการจ้างงานบัณฑิตที่พึ่งจบการศึกษาและประชาชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาฐานข้อมูล Thailand Community Big Data (TCD) ให้มีความสมบูรณ์ครอบคลุมในทุกพื้นที่ของประเทศ รวมถึงพัฒนากำลังคนให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในปัจจุบันและทักษะที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ BCG



“มทร.ธัญบุรี รับผิดชอบพื้นที่ดำเนินการทั้งหมด 6 จังหวัด คือ จังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และฉะเชิงเทรา ซึ่งจัดทำเป็นโครงการย่อยรายตำบลรวม 156 ตำบล และเชื่อมั่นว่าศักยภาพและความพร้อมของ มทร.ธัญบุรี จะกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานตามภาระ สร้างการมีส่วนรวมในการพัฒนา ส่งเสริมและผลักดันผลิตภัณฑ์และบริการของชุมชนสู่ตลาดอย่างเป็นระบบ รวมถึงพัฒนาฐานข้อมูล และคาดหวังในโครงการนี้จะช่วยให้เกิดการฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพสินค้า ผลิตภัณฑ์ การบริการให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มรายได้แก่ชุมชนรายตำบลผ่านการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้วย BCG” อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวสรุป
ต่อมา เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2565 ทีผ่านมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) วิทยาเขตขอนแก่น จัดงาน “มทร.อีสาน U2T for BCG Community fair” ณ ลาน CEN’ZA STRIDER ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช ซึ่ง รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดี มทร.อีสาน เป็นประธานเปิดงาน
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากภารกิจที่ มทร.อีสาน ได้ร่วมดำเนินตามโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ (U2T for BCG and Regional Development) หรือโครงการ “มหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T for BCG” ของกระทรวง อว. ที่มุ่งหวังจะสร้างงานแก่บัณฑิตจบใหม่และประชาชนในพื้นที่ 7,435 ตำบล 77 จังหวัด กว่า 68,350 คน โดยจับมือกับภาคประชาสังคม หน่วยงานในพื้นที่ และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนโครงการ U2T for BCG เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

รองศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต กฤตาคม รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย พัฒนานวัตกรรม และบริการวิชาการ มทร.อีสาน กล่าวว่า “เริ่มตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ถึง เดือน กันยายน 2565 ทางคณะทีมงานก็มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะให้องค์ความรู้ทั้งหมดที่มีมาเพิ่มศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการด้าน BCG ด้วยการลงพื้นที่ชุมชนเข้าไปพัฒนา ส่งเสริมและผลักดันเศรษฐกิจ BCG ของชุมชนออกสู่ตลาดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน และจะต้องช่วยประชาสัมพันธ์สินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งเป็นผลงานการพัฒนาต่อยอดของคณะทำงานโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ BCG ออกสู่ตลาดให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายต่อไป”

โดย งาน “มทร.อีสาน U2T for BCG Community fair” ที่จัดขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุน พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดนครราชสีมา ออกสู่ตลาดให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งนี้จากการดำเนินโครงการทั้งหมดของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ใน 5 วิทยาเขต ได้แก่ มทร.อีสาน วิทยาเขตสกลนคร, มทร.อีสาน วิทยาเขตขอนแก่น, มทร.อีสาน วิทยาเขตสุรินทร์, โครงการจัดตั้ง มทร.อีสาน วิทยาเขตร้อยเอ็ด ณ ทุ่งกุลาร้องไห้, และมทร.อีสาน นครราชสีมา
โดยในครั้งนั้น ได้มีสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มาจากผลงานการพัฒนาต่อยอดของคณะทำงานโครงการ U2T for BCG มทร.อีสาน จำนวนทั้งสิ้น 297 ผลงาน ซึ่งมีผลิตภัณฑ์สินค้า นวัตกรรม จำนวน 93 รายการ และนำมาร่วมจัดแสดงบูธในงานจำนวน 33 ตำบล นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงดนตรีเพื่อขับกล่อมสร้างบรรยากาศแก่ผู้เข้าร่วมงานตลอดทั้งการจัดงาน

มาในส่วนของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) ก็ได้เข้าร่วมพิธีเปิดงาน U2T for BCG Fair ภาคเหนือ ซึ่งภายในงานได้รวมผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ ของดี ของดัง ของเด่น ของภาคเหนือมารวมไว้ในงานเดียว เพื่อให้ประชาชนได้ ชิม ชม ช็อป สินค้าที่ผ่านการคัดสรร
นับเป็นผลสัมฤทธิ์ครั้งยิ่งใหญ่ ของโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากด้วยเศรษฐกิจ BCG หรือ U2T for BCG ระว่างวันที่ 10-12 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ซึ่งในโอกาสนี้ มทร.ล้านนา ได้ร่วมออกบูธเพื่อจำหน่ายสินค้าคัดสรร ผลสัมฤทธิ์จากโครงการ U2T มทร.ล้านนา ภายใต้โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ BCG (โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T for BCG) ร่วมกับ หน่วยงานต่างๆ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือที่เข้าร่วมโครงการ




โดยนำเสนอบูธผลงานกว่า 60 บูธโดยมีสินค้าทั้งหมด 6 กลุ่มสินค้า ได้แก่ สินค้าสาขาเกษตร สินค้าสาขาอาหาร สินค้าสุขภาพ และเครื่องมือแพทย์ สินค้าสาขาพลังงาน วัสดุ และเคมีชีวภาพ สินค้าการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสาขาเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนสินค้าของชุมชน ที่ได้รับการสร้างสรรค์ พัฒนาคุณภาพ จากนักศึกษาและศิษย์เก่าที่เข้าร่วมโครงการ U2T BCG 2565 นำสินค้ามาจัดแสดงและจำหน่าย เป็นการสร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์โครงการและสนับสนุนการสร้างรายได้ให้กับชุมชน เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพสินค้าประจำตำบลทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
ภารกิจหลากหลายมิติของมหาวิทยาลัยไทยที่มีมากกว่าแก่ทำการเรียนการสอน
มทร.ล้านนา กับภารกิจสร้าง “บัณฑิตนักปฏิบัติ” และนวัตกรเพื่อส่งมอบ นวัตกรรมเพื่อชุมชน
CiRA Core เดินหน้าความร่วมมือ “พันธมิตร 5 ฝ่าย” พัฒนากำลังคน AI ด้วยแพลตฟอร์มอัจฉริยะ















