ถ้าเอ่ยถึง ระบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก CWEC ใครหลายคนอาจยังไม่คุ้นหูเท่าไรนัก แต่โครงการสร้าง CWEC นี้ เป็นอีกหนึ่งเมกะโปรเจกต์ที่ภาครัฐตั้งใจให้เป็นพื้นที่สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทคขั้นสูง ตลอดจน อุตสาหกรรมเกษตรและท่องเที่ยวของไทย ซึ่งจะเชื่อมต่อกับ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC เพื่อเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญที่ผลักดันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอนาคต
ระบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก CWEC จะครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี โดยศักยภาพอันโดดเด่นของ 4 จังหวัดนี้อยู่ที่ การเชื่อมโยงเส้นทางการค้า การขนส่ง ระหว่างทะเลตะวันตกและฝั่งตะวันออก คือ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนกาญจนบุรี ที่มีจุดเด่น ดังนี้
เชื่อมโยงกับท่าเรือน้ำลึกทวาย ประเทศเมียนมา
มีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเชื่อมโยงไปอีอีซี
เชื่อมโยงไปยังกัมพูชาและเวียดนามได้
ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้พื้นที่ของ ระบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก CWEC เหมาะสมที่จะพัฒนาสู่ประตูการค้า ฐานการลงทุนและฐานการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ
นอกจากนี้พื้นที่นี้ยังเป็นแหล่งการเกษตรที่สำคัญของประเทศไทยด้วย มีความหลากหลายและเป็นฐานการผลิตพืช ปศุสัตว์ ทั้งผลผลิตข้าวนาปี อ้อย มันสำปะหลัง โคเนื้อ ไก่เนื้อ และสุกร รวมทั้งยังเป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจอย่าง กล้วยไม้ ที่เป็นพืชส่งออกสำคัญและสร้างรายได้เข้าประเทศมาอย่างยาวนาน
ไม่เพียงเท่านั้น ในพื้นที่ CWEC ยังมีแหล่งน้ำ มีระบบบชลประทานที่ค่อนข้างครอบคลุมทั่วพื้นที่ มากกว่าภาคอื่นๆ ตลอดจนเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรจำนวนมาก ที่สามารถปรับปรุงไปสู่การเกษตรแปรรูปขั้นสูง และสินค้าชีวภาพ รวมทั้งยังสามารถนำทรัพยากรด้านการเกษตรและประมงของเมียนมาเข้ามาแปรรูปเข้าสู่ประเทศได้อีกมาก
ขณะที่ พื้นที่ภาคกลาง ยังเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ จึงสามารถเชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตกับพื้นที่อีอีซี โดยเฉพาะการลงทุนผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุปกรณ์ IoT และเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่ตลาดโลกมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ในส่วนของภาคธุรกิจการบริการในพื้นที่ภาคกลางและตะวันตก ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายและมีชื่อเสียง โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่เป็นมรดกโลกในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และยังมีแหล่งท่องงเที่ยวธรรมชาติที่สามารถพัฒนาไปเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงผจญภัยได้ในหลากหลายรูปแบบ
ถ้าย้อนไปดูข้อมูลในปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤตโควิด พื้นที่ภาคกลางและตะวันตกมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมกันถึง 25 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 8.3 ของประเทศ มีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 58,957 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.2 ของประเทศ ซึ่งหากได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมก็สามารถเพิ่มรายได้ให้ประเทศไทยได้อีกมาก เพราะยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่แปลกใหม่ พร้อมเปิดตัว และไม่ได้อยู่ในแผนการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ
นอกจากนี้ ในพื้นที่นี้ยังมมีศักยภาพในการผลิตบุคลากรทักษะสูง ประเภทช่างเทคนิครองรับการลงทุนใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายด้วย เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงจำนวนมากทั้งของภาครัฐและเอกชน เช่น สาขาโลจิสติกส์และระบบขนส่งทางราง สาขาโภชนศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารสัตว์ การปรับปรุงพันธุ์พิช การวิจัยและพัฒนาด้านการเกษตร การวิจัยด้านเครื่องจักรกลและเมคาทรอนิกส์
รวมทั้งยังมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร ซึ่งจุดเด่นเหล่านี้ สามารถต่อยอดในการทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และบริการในพื้นที่ได้อย่างหลากหลายด้วย

นอกจากนี้ในพื้นที่ภาคกลางและตะวันตก ยังเป็นพื้นที่การลงทุนสำคัญ ซึ่งถ้าดูข้อมูลในปี 2565 ทีผ่านมา จังหวัดที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด คือ
1. พระนครศรีอยุธยา จำนวน 92 โครงการ มีมูลค่าการลงทุน 43,851 ล้านบาท
2. กรุงเทพมหานคร จำนวน 234 โครงการ มีมูลค่าการลงทุน 14,105 ล้านบาท
3. สมุทรสาคร จำนวน 78 โครงการ มีมูลค่าการลงทุน 13,675 ล้านบาท
4. สมุทรปราการ จำนวน 140 โครงการ มีมูลค่าการลงทุน 13,572 ล้านบาท
5. ปทุมธานี จำนวน 52 โครงการ มีมูลค่าการลงทุน 7,797 ล้านบาท
ส่วนใหญ่ลงทุนในอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ดิจิทัล และอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารแปรรูป

จากศักยภาพหลากหลายด้านที่กล่าวมา ทำให้รัฐบาลได้วางเป้าหมายที่จะพัฒนา ระบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก CWEC ไปสู่ฐานธุรกิจชั้นนำในด้านการเกษตร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมไฮเทคมูลค่าสูง ที่มีจุดเด่นคือ
เชื่อมโยงกับกรุงเทพมหานครและอีอีซีได้อย่างไร้รอยต่อ
ใช้จุดเด่นของแต่ละพื้นที่ต่อยอดห่วงโซ่การผลิตในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และท่องเที่ยวมูลค่าสูงให้กับพื้นที่ CWEC และ EEC
อย่างไรก็ดี ทั้งเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่ CWEC และ EEC ต่างต้องอาศัยการพัฒนาและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งมีส่วนช่วยอย่างมากในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย
โดยนอกเหนือจาก CWEC แล้ว รัฐบาลยังใช้การเปิด เขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone: SEZ) เพื่อมาส่งเสริมให้เกิดการกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมทั้งในระดับภาคและระดับพื้นที่อย่างทั่วถึง โดยสอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ทั้งในส่วนเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 จังหวัด และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค

ทั้งนี้ รัฐบาลได้มุ่งหวังให้เขตเศรษฐกิจพิเศษในแต่ละภูมิภาคเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและกระจายการพัฒนาให้เกิดขึ้นไปทั่วประเทศด้วย โดยหนึ่งตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก นั่นคือ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งจะถูกนำมาใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแห่งอื่นด้วย ซึ่ง ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภาค มีดังนี้
ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ หรือ Northern Economic Corridor: NEC
ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูนและจังหวัดลำปาง เป็น เพื่อพัฒนาเป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์หลักของประเทศอย่างยั่งยืน หรือ Creative LANNA
ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ Northeastern Economic Corridor: NeEC
ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย เพื่อพัฒนาเป็นฐานอุตสาหกรรมชีวภาพ (Bioeconomy) แห่งใหม่ของประเทศด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดห่วงโซ่การผลิต
ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง – ตะวันตก หรือ Central – Western Economic Corridor: CWEC
ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครปฐม จังหวัดสุพรรณบุรี และ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพัฒนาเป็นฐานเศรษฐกิจชั้นนำ ด้านอุตสาหกรรมเกษตร การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไฮเทคมูลค่าสูง เชื่อมโยงกับ กทม. และพื้นที่โดยรอบ และ EEC
ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ Southern Economic Corridor: SEC
ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ในการเชื่อมโยงการค้าและโลจิสติกส์กับพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ และภูมิภาคฝั่งทะเลอันดามัน (BIMSTEC) เป็นฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพและการแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง และเพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการท่องเที่ยวสู่นานาชาติ
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการส่งเสริมการลงทุนตามพื้นที่เป้าหมาย ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศ โดยส่งเสริมให้เกิดการกระจายการลงทุนไปสู่ภูมิภาค เกิดการขับเคลื่อนทางกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อลดช่องว่างด้านรายได้ของคนในประเทศ รวมถึงเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจใหม่ เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืนในอนาคต
ที่มา :
- รายการ EEC Focus เรื่อง เขตเศรษฐกิจพิเศษ CWEC ฐานอุตสาหกรรมไฮเทคใหม่ของไทย
- บทความ เรื่อง “บีโอไอ บูมลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษรอบใหม่ ลดเหลื่อมล้ำ-ดันไทยโตยั่งยืน” เผยแพร่ในเว็บไซต์ สมาคมสโมสรนักลงทุน
เขตเศรษฐกิจพิเศษ กลไกการพัฒนาเศรษฐกิจไทย
เจาะลึกการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษ ในไทย กุญแจสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติได้ครบทุกมิติ
การพัฒนา “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ในคลื่นการปรับตัวรับภูมิรัฐศาสตร์ใหม่












