รัฐบาลยืนยันระดับสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 มีความปลอดภัยต่อสุขภาพประชาชน
นายอนุชา บูรพชัยศรี เปิดเผยข้อมูลชี้แจงของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ต่อกรณีสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 โดยได้ตรวจวัดในพื้นที่ จากเดิมที่มีอยู่ 18 จุด ได้ติดตั้งเพิ่มเติมอีก 9 จุด กระจายทั้งในจังหวัดปราจีนบุรีและบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง และในแต่ละวันจะนำเครื่องตรวจวิ่งรอบๆ โรงงานที่เกิดเหตุและบริเวณพื้นที่ รวมถึงอำเภอที่ตรวจพบและตัวจังหวัดด้วย ดังนั้นขณะนี้ข้อมูลต่างๆ ยืนยันตรงกันว่าปริมาณการกระจายอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ถึงแม้มีปริมาณสารที่ตรวจพบและกระจายไม่มาก รวมถึงไม่ปนเปื้อนเข้าไปในดิน น้ำ และอากาศ แต่เพื่อให้แน่ใจ รัฐบาลได้สั่งการให้มีการยืนยันให้แน่นอนว่าไม่มีการปนเปื้อนของสารรังสี เข้าไปในพืชผลทางการเกษตร และอาหารต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่ง อว. ก็ได้การนำเอาพืชผักผลไม้ต่างๆ เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ผลการตรวจเบื้องต้นไม่พบว่ามีการปนเปื้อนของสารรังสี และกำลังจะยืนยันผลการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง
ยกระดับ กศน. เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ให้คนทุกวัยเข้าถึงการศึกษา
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชนคนไทยทุกคนตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต โดยมีสาระสำคัญ คือ การเปลี่ยนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ให้เป็น “กรมส่งเสริมการเรียนรู้” มีหน้าที่จัด ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ 3 รูปแบบ คือ 1. การเรียนรู้ตลอดชีวิต 2. การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง 3. การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ โดยมีหน่วยจัดการเรียนรู้ คือ หน่วยส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ ศูนย์หรือสถาบันการเรียนรู้เฉพาะด้านหรือเฉพาะกิจการ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ทำหน้าที่จัดการเรียนรู้ในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้, มีภาคีเครือข่าย, มีสถานศึกษา และมีสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เกิดความร่วมมือในการส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานรัฐ อปท. ภาคเอกชน ประชาชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มที่อยู่นอกระบบสถาบันการศึกษา มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้กว้างไกลและทั่วถึงยิ่งขึ้น กฎหมายฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 60 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และให้ยกเลิกพ.ร.บ. ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551
อุตฯ ออกประกาศแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแหล่งน้ำสาธารณะ ครอบคลุมโรงงาน 9 จังหวัด
นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ได้มีการออกประกาศ อก. ฉบับล่าสุด เรื่อง กำหนดให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแหล่งน้ำสาธารณะ พ.ศ. 2566 กำหนดให้แม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่จุดสิ้นสุดของแม่น้ำ ที่กิโลเมตรศูนย์ขึ้นไปทางตอนเหนือจนถึงจุดเริ่มต้นของแม่น้ำ ที่กิโลเมตร 384 เป็นแหล่งน้ำสาธารณะ สอดรับกับกฎกระทรวงฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2559) ที่ระบุให้มีการกำหนดระยะห่างระหว่างพื้นที่ที่จะตั้งหรือขยายโรงงานกับแหล่งน้ำสาธารณะ โดยในระยะไม่เกิน 100 เมตร ห้ามตั้งและขยายโรงงานจำพวก 3 แต่สามารถขยายโรงงาน 101 ที่รับเฉพาะน้ำเสียจากชุมชน หรือขยายโรงงานเพื่อปรับปรุงระบบบำบัดมลพิษของโรงงาน ในระยะเกินกว่า 100 เมตรถึง 500 เมตร สามารถตั้งและขยายโรงงานจำพวก 3 ได้ แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขคือ (1) ต้องมีการจัดการน้ำเสียภายในโรงงานอุตสาหกรรม โดยต้องไม่มีการระบายน้ำทิ้งออกนอกโรงงาน (2) หากขยายโรงงานในพื้นที่เดิมต้องมีการระบายปริมาณน้ำทิ้งไม่เกินกว่าที่เคยได้รับอนุญาตไว้ สำหรับโรงงานที่จะบังคับใช้ประกาศฉบับนี้อยู่ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ โรงงานที่ตั้งอยู่ก่อนหน้าที่ประกาศมีผลบังคับใช้ จะไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องของการตั้งโรงงาน แต่จะได้รับผลกระทบในกรณีที่มีแผนจะขยายโรงงาน
สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทยอนาคตสดใส ขึ้นแท่นส่งออกเบอร์ 4 ของโลก


นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังมอบหมายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ติดตามสถานการณ์การส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย พบว่า ไทยครองแชมป์เป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 4 ของโลก และเป็นอันดับที่ 1 ของอาเซียน รองจากสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และจีน โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2555-2564) การส่งออกไปตลาดโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีมูลค่าเฉลี่ยปีละ 1,522 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 13% ต่อปี สำหรับในปี 2565 การส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยไปตลาดโลก มีมูลค่า 2,847 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+15%) เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งประเทศคู่ค้าที่ขยายตัวได้ดี อาทิ สหรัฐอเมริกา (+30%) อาเซียน (+12%) สหภาพยุโรป (+17%) และออสเตรเลีย (+22%) สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อาหารสำหรับสุนัขและแมว มีสัดส่วน 86% ของการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมด และอาหารสัตว์เลี้ยงอื่นๆ มีสัดส่วน 13% ของการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงทั้งหมด
ลอสแอนเจลิสเจอ ‘ทอร์นาโด’ รุนแรงสุดในรอบ 40 ปี


















