‘สัตยา นาเดลลา’ ซีอีโอ Microsoft เสนอคีย์เวิร์ดสำคัญ ปี 2023 ‘Do More with Less’ ใช้เพิ่ม Productivity ให้ทุกองค์กร

‘Do More with Less’ คือ คีย์เวิร์ดสำคัญในปี 2023 จากปากของ สัตยา นาเดลลา ซีอีโอบริษัท Microsoft ซึ่งแนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการทำให้มากขึ้นโดยใช้เวลาที่น้อยลงเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการลด ‘ทรัพยากร’ ด้านอื่นๆ ด้วย… แนวคิดนี้สำคัญกับทุกองค์กรในปี 2023 อย่างไร? และสามารถนำไปปรับใช้เพิ่มเพื่อ Productivity หรือ ผลิตภาพ อย่างไร? วันนี้เรามีคำตอบมาบอกกัน


ชวนมาเข้าใจถึงแก่นแท้ของ Do More with Less แบบที่ สัตยา นาเดลลา ซีอีโอ Microsoft ต้องการสื่อสาร

Do More with Less ถ้าแปลเผินๆ เหมือนจะหมายถึงการ ทำมากได้น้อย ทว่า สิ่งที่ สัตยา นาเดลลา ต้องการจะสื่อสารดูจะไม่ใช่เสียทีเดียว โดยถ้าจะแปลให้ตรงขึ้นอีก น่าจะหมายถึง การทำมากภายใต้การใช้ทรัพยากรที่น้อย เสียมากกว่า
ในการประชุมระดับโลก ของ World Economic Forum ปี 2023 สัตยา นาเดลลา ได้กล่าวถึงแนวทางการบริหาร Microsoft ไว้ในหลากหลายมุม
เริ่มจากประเด็นที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก นั่นคือ ทำไม Microsoft เตรียมปลดพนักงานเป็นหมื่นคน? โดยการปลดพนักงานครั้งใหญ่นี้ส่งผลต่อพนักงานทั่วโลกของ Microsoft ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ โดยต้องใช้เงินถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ ในการเลิกจ้าง รวมถึงยังต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างขององค์กรอีกมหาศาล
ซีอีโอของ Microsoft กล่าวว่า “ขณะที่การใช้จ่ายของลูกค้าเติบโตขึ้นในช่วงโควิด ตอนนี้หลายคนก็เลือกที่จะใช้จ่ายด้วยความระมัดระวัง ทางบริษัทเอง ก็ยังจ้างงานอยู่ แต่จำเป็นต้องเลย์ออฟพนักงานส่วนหนึ่ง โดยไปลงทุนในเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ แลละเทคโนโลยีอื่นๆ มากขึ้น”
อย่างไรก็ดี ถ้าย้อนกลับไปในช่วง มิถุนายน ปี 2021 จนถึง มิถุนายน ปี 2022 ไมโครซอฟท์มีการจ้างพนักงานเพิ่ม 40,000 คน จนมีพนักงานรวมอยู่ที่ 221,000 คน ดังนั้น การเลย์ออฟพนักงานออกในช่วงล่าสุดนี้ ก็เป็นผลมาจากการรับพนักงานเพิ่มเพื่อมาตอบสนองดีมานด์ที่ธุรกิจเติบโตขึ้นจากอานิสงส์ของวิกฤตโรคระบาด ที่ทำให้ผู้คนอาศัยแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งในการทำงานและการดำรงชีวิตมากขึ้น แต่เมื่อวิกฤตโควิดคลี่คลาย คนก็มาใช้ชีวิตปกติมากขึ้น โดยไม่ได้ Work from home กันมากเหมือนเดิมแล้ว
“ท้ายที่สุดแล้ว เราทุกคนถูกควบคุมโดยความเป็นไปที่เกิดขึ้นในโลก และในแง่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ไม่มีใครต้านแรงโน้มถ่วงได้ และแรงโน้มถ่วงที่ว่านี้ คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่กำลังอ่อนแอนั่นเอง”
สัตยา นาเดลลา
สัตยา นาเดลลา // news.microsoft.com
แต่ในวิกฤตนี้ สัตยา มองว่า เทคโนโลยีดิจิทัลมีส่วนมากระตุ้นหลากหลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ อุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีจึงเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นมาในตอนนี้ เรากำลังเข้าสู่ขั้นตอนที่ทำให้ดีมานด์หรืออุปสงค์ให้กลับมาเป็นปกติ และไมโครซอฟท์เองในฐานะผู้นำทางเทคโนโลยีก็ต้องกลับมาทำงานให้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพด้วย
“It’s not about everyone else doing more with Less We also have to do more with less. We will have to show  our own productivity gain”
“เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวว่า คนอื่นจะทำมากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรน้อยลงอย่างเดียว แต่ตัวผมเอง ตัวองค์กรไมโครซอฟท์ ก็ต้องทำมากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรน้อยลงด้วย เราต้องแสดงให้เห็นให้ได้ว่าเรามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เพิ่มขึ้นด้วย”
จากนั้นเพื่อให้เห็นภาพ ซีอีโอไมโครซอฟท์ ได้กล่าวบรนเวที WEF 2023 ด้วยว่า “ในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา เป็นช่วงที่เขาได้ใช้เวลาในการทบบทวนสิ่งต่างๆ จนเห็นว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีไม่ใช่เป็นการสร้างเทคโนโลยีโดยเห็นถึงประโยชน์ของเทคโนโลยี แต่ต้องทำให้คนสามารถใช้เทคโนโลยีนั้นได้ และเอื้อต่อการทำสิ่งต่างๆได้มากขึ้นด้วยการใช้ทรัพยากรที่น้อยลงด้วย”
ดังนั้น ใจความสำคัญของ Do More with Less ที่ สัตยา นาเดลลา ต้องการที่จะสื่อสาร ไม่ใช่แค่การทำมากโดยใช้ทรัพยากรน้อยลงเท่านั้น ทว่า เป็นการสร้าง Productivity ให้องค์กรได้มากขึ้น ด้วยการลดทรัพยากรต่างๆ ให้น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรด้านเวลา ทรัพยากรธรรมชาติ หรือ ทรัพยากรบุคคล

สัตยา นาเดลลา
สัตยา นาเดลลา // news.microsoft.com

หลากหลายกรณีศึกษา ที่สื่อได้ว่า ปี 2022 เป็นปีแห่งการเริ่มต้น Do More with Less

ทั้งนี้ สัตยา ได้กล่าวเพื่อเปิดมุมมองผู้คนด้วยว่า “ปี 2022 ที่ผ่านไป ว่าเป็นปีที่มีนวัตกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ตัวเลขการเจริญเติบโต ของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี สูงกว่าตัวเลข GDP มาก”
และในปีที่แล้วนี้ ได้เกิดหลายกรณีศึกษา ที่นำเทคโนโลยี Digital มาใช้เพื่อ ‘Do more’ สร้างสรรค์คุณค่าและประโยชน์ที่มากขึ้น ‘With less’ ด้วยการใช้บุคลากร เวลา และ ทรัพยากรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องน้อยลง ตัวอย่าง เช่น
  • More refugee aid/ Less programming experience
ชายหนุ่มที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในงาน IT. แต่สามารถสร้าง Platform Version แรก ภายใน 2 วัน เพื่อระดมของบริจาคและความช่วยเหลือจากทั่วประเทศ ให้กับผู้อพยพหนีสงครามชาวยูเครนที่มีมากกว่า 20,000 คน ในโปรตุเกส
  • More food/ Less waste
เทคโนโลยี Food cloud ถูกนำมาเชื่อมต่อกับผู้เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยแจกจ่ายอาหารส่วนเกิน ให้กับผู้ยากไร้ในชุมชนท้องถิ่นของไอร์แลนด์ เป็นการลดขยะอาหารลงไปในคราวเดียวกัน โดยสามารถจัดอาหารไปได้แล้วมากกว่า 180 ล้านมื้อ ตั้งแต่ปี 2013
  • More employment/ Less turnover
Website เพื่อการจ้างงานบุคคลออทิสติก ให้ผู้ใช้ระบุงานที่ต้องการ ระบบนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ความสามารถของผู้ใช้ที่ถูกมองข้าม สร้างฐานข้อมูลที่ทำให้องค์กรที่ต้องการแรงงาน คัดเลือกได้ง่ายขึ้น เกิดการเข้าถึงการจ้างงานมากขึ้น

สัตยา นาเดลลา

  • More vaccines/ Less time
องค์กร UNICEF นำเทคโนโลยีมาช่วยในการแจกจ่ายวัคซีน COVID-19 ในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ เพื่อให้เข้าถึงประชาขนอย่างทั่วถึง ในช่วงที่เกิดการระบาดอย่างหนัก
  • More bridges/ Less barrier
โครงการ “Active Citizen” สร้างโอกาสให้กับผู้คนจากทั่วโลก ได้พบกับผู้ได้รับรางวัล Nobel สาขาสันติภาพ บนโลก Metaverse เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองของสันติภาพโลก เป็นการสร้างทางเชื่อมต่อถึงกันมากขึ้น
  • More learning/ Less time
โตโยต้านำเทคโนโลยี Mixed Reality มาใช้ในการฝึกอบรมพนักงาน ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น ผู้ฝึกสอนใช้เวลาน้อยลง จำนวนผู้เรียนมากขึ้น รองรับกระบวนการผลิตรถรุ่นใหม่ ที่หมุนเวียนเข้ามาโดยตลอด
  • More products/ Less energy
การออกแบบ Packaging ใหม่ของ Coca Cola ด้วยวัสดุที่มีความยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดโลกร้อน ใช้พลังงานในการผลิตน้อยลง
  • More harvest/ Less labor
บริษัท startup ของญี่ปุ่น นำ AI มาพัฒนาหุ่นยนต์ เพื่อให้การเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรมีประสิทธิภาพขึ้น ควบคุมการทำงาน และ รายงานข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ ทำให้ใช้แรงงานในการดำเนินการลดน้อยลง
  • More preserving/ Less poaching
มูลนิธิ Peace Parks นำเทคโนโลยีมาช่วยในการอนุรักษ์สัตว์ป่าในแอฟริกาใต้ โดยรุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ใช้ชีวิตของสัตว์น้อยลง

AI Microsoft

การปรับเอาแนวทาง Do more with Less เข้ากับการเพิ่มผลิตภาพ Productivity ให้ทุกองค์กร

ดังที่เกริ่นข้างต้นว่า Do More with Less ที่ ไมโครซอฟท์ สื่อสาร ไม่ใช่แค่การทำมากโดยใช้ทรัพยากรน้อยลงเท่านั้น ทว่า เป็นการสร้าง Productivity ให้องค์กรได้มากขึ้น ด้วยการลดทรัพยากรต่างๆ ให้น้อยลงมากกว่า
ด้วยเหตุนี้ เพื่อให้เห็นถึงการปรับเอาแนวทาง Do more with Less เข้ากับการเพิ่มผลิตภาพ Productivity ให้ทุกองค์กร บทความ เรื่อง “Productivity ฉบับ ไมโครซอฟท์ Doing More With Less” โดย กฤชชัย อนรรฆมณี ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ จึงได้นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจไว้ดังนี้
  • การอธิบายความหมายของ Productivity คือ ความพยายามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากขึ้น ด้วยทัศนคติว่า มนุษย์มีศักยภาพในการปรับปรุงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้นได้เรื่อยๆ พรุ่งนี้จะต้องดีกว่าวันนี้
  • ผลประโยชน์จากสิ่งที่ดีขึ้นนี้ นำมาแบ่งปันอย่างเหมาะสม ไปยังผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรเอง ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน ชุมชน สังคม รัฐบาล และ โลกใบนี้
  • การวัดค่า Productivity ทำได้โดย วัดค่า Output เทียบกับ Input หรือกล่าวได้เป็นการวัด สัดส่วน ผลผลิตของสินค้าและบริการที่เกิดขึ้น เทียบกับ ทรัพยากรที่ใช้ไป
Nadella on his first day as CEO of Microsoft, with former CEOs Bill Gates (left) and Steve Ballmer (right) // en.wikipedia.org
การปรับปรุงให้สัดส่วน Output/Input หรือ Productivity สูงขึ้น ในทางทฤษฎีกล่าวได้ว่าเกิดขึ้นได้ใน 5 ลักษณะคือ
  • Output มากขึ้น, Input เท่าเดิม
  • Output เท่าเดิม, Input น้อยลง
  • Output และ Input มากขึ้นทั้งคู่ โดย Output มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากกว่า
  • Output และ Input ลดลงทั้งคู่ โดย Input มีสัดส่วนลดลงมากกว่า
  • Output มากขึ้น พร้อมกับลดการใช้ Input ไปในขณะเดียวกัน
Nadella leads a live discussion on Microsoft’s cloud strategy in 2014 in San Francisco. // en.wikipedia.org
แนวคิดที่คุณ Satya กล่าวถึง Doing more with less คือ แนวทางที่ 5 ผลผลิตมากขึ้นด้วยทรัพยากรที่น้อยลง นั่นเอง
ในโลกเก่าที่เป็น โลกกายภาพ อย่างเดียวนั้น การลด Input หรือทรัพยากรลงแต่กลับได้ Output สินค้าหรือบริการมากขึ้น เป็นวิธีที่ยากที่สุด
ลองนึกถึง ฟาร์มเกษตร ที่ต้องการลดจำนวนแรงงานที่เข้าไปเก็บเกี่ยว แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการผลผลิตเพิ่มขึ้นไปพร้อม ๆ กันด้วย จะทำได้พนักงานคงต้องทำงานหนักขึ้นมาก
การพัฒนาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ คือการพัฒนาเทคโนโลยีในด้านเครื่องจักร ที่ทำให้เกิดการปรับปรุงวิธีการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องมืออัตโนมัติ
ในโลกปัจจุบัน ที่เป็นการบูรณาการระหว่าง โลกกายภาพ และ โลก Digital การพัฒนาเทคโลยี กลายเป็นทรัพยากรสำคัญ ที่เข้ามาทำให้เกิดการปรับปรุง Productivity ได้อย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง ทำให้ได้สินค้าหรือบริการที่มากขึ้น และ ลดการใช้ทรัพยากรอื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน
“การรู้เท่าทันเทคโนโลยี และ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม คือภารกิจสำคัญในปัจจุบัน เพื่อนำมาสู่การปรับปรุงผลิตภาพ และ ทำให้สังคมโดยรวมดีขึ้นครับ”

เรียนรู้จากแนวคิดดีๆของผู้นำระดับโลก

Maxwell Frost ส.ส. Gen Z คนแรก ก้าวสู่การเมืองโลก!

ที่นี่ที่เดียว! มองอนาคต กับศาสตราจารย์ Jim Rogers นักลงทุนในตำนาน

Previous articleการลงทุนด้านเศรษฐกิจ BCG กับอนาคตการลงทุนในเขต EEC
Next articleสาลิกาคาบข่าว Vol.88
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์