เลขาธิการอาเซียนคนใหม่ ผนึกกำลังไทยจัดการภัยไซเบอร์

ดร. เกา กิม ฮวน (Dr. Kao Kim Hourn) เลขาธิการอาเซียน ซึ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2566 ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยกล่าวว่าตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการอาเซียน ได้เห็นความก้าวหน้าของอาเซียนในทุกด้าน ในขณะเดียวกัน ภาคีภายนอกก็ให้ความสนใจและต้องการเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับภูมิภาคอาเซียนเป็นอย่างมาก ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นควรที่จะเร่งฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ RCEP นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลของอาเซียน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานของอาเซียน รวมทั้งยกระดับเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ทันสมัย สอดรับกับบริบทใหม่ของการค้าโลก อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายคำนึงถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ ทางไซเบอร์ เป็นความท้าทายที่อาเซียนควรร่วมกันจัดการ โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอให้เลขาธิการอาเซียนหารือเพื่อดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ในฐานะภูมิภาคที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จเห็นผลลัพธ์อย่างจริงจังได้
บีโอไอเผย 2 เดือนยื่นขอลงทุนในอีอีซีเฉียด 9 หมื่นล้าน ปักธงพื้นที่เศรษฐกิจใหม่

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ภาคตะวันออก จัดงาน “NEW Economy, NEW Opportunities” เพื่อประชาสัมพันธ์ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) และมาตรการส่งเสริมการลงทุนชุดใหม่ โดยประเดิมคิกออฟที่ภาคตะวันออก เนื่องจากเป็นที่ตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของไทยในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เป็นคลัสเตอร์ของอุตสาหกรรมหลัก เช่น ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี และอาหารแปรรูป รวมทั้งเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรและแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำ ซึ่งล้วนเป็น Growth Engine ของไทย อีกทั้งยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมและดีที่สุดในภูมิภาค ทั้งท่าเรือ ระบบโลจิสติกส์ และนิคมอุตสาหกรรม สำหรับยอดการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออก ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค. – ก.พ. 66) มีจำนวนทั้งสิ้น 92 โครงการ มูลค่าการลงทุน 90,305 ล้านบาท เป็นการขอรับการส่งเสริมในพื้นที่อีอีซีจำนวน 78 โครงการ มูลค่าการลงทุน 88,632 ล้านบาท ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ยานยนต์และชิ้นส่วน
แบงก์ชาติยันไม่พบข้อมูลรั่วจากธนาคาร ย้ำมีระบบป้องกันเข้มงวด

น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงกรณีข่าวข้อมูลประชาชนรั่วไหลว่า ธปท. ร่วมกับศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศภาคการธนาคาร (TB-CERT) ภายใต้สมาคมธนาคารไทย (TBA) ในการตรวจสอบระบบของธนาคารแล้ว ไม่พบข้อมูลรั่วไหลจากธนาคาร นอกจากนี้ ในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน mobile banking ต้องมีหลายองค์ประกอบ ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้บริการ ซึ่งต้องมีรหัสส่วนตัวในการเข้าใช้ รวมทั้งจะต้องยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมทางการเงิน ทั้งนี้ สถาบันการเงิน มีระบบป้องกันข้อมูลของลูกค้าอย่างเข้มงวด และมีระบบตรวจจับความผิดปกติ เพื่อให้การบริการทางการเงินมีความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งสถาบันการเงินได้มีการเฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ธปท. ได้เน้นย้ำให้สถาบันการเงินทุกแห่งดำเนินการตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 อย่างเคร่งครัด
“อีตั้น” ลดก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่ารถยนต์ 3 หมื่นคัน เดินหน้าผลักดันธุรกิจสีเขียวในไทย

สุภัทรา รามสูต ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อีตั้น อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยเป้าหมายสำคัญของ อีตั้น คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้เทคโนโลยีและการให้บริการด้านการจัดการพลังงาน โดยตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา อีตั้น ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 16% ซึ่งเป็นไปตามเป้าที่จะลดการปล่อยลงให้ได้ 50% ภายในปี 2030 และปริมาณของก๊าซที่ลดลงจนถึงปัจจุบัน เทียบได้กับจำนวนก๊าซที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ถึง 30,000 คัน อีตั้น ยังบรรลุเป้าหมายด้านการจัดการน้ำและกำจัดของเสีย โดยประสบผลสำเร็จกว่า 50% จากเป้าที่ตั้งไว้ และเร็วกว่าเวลาที่กำหนดถึง 4 ปี ในปี 2021 ที่ผ่านมา 65% ของยอดขายสุทธิของอีตั้นมาจากยอดขายสินค้าในกลุ่มธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงานความเสถียรในพลังงานไฟฟ้า และการเพิ่มคุณภาพอากาศ ซึ่งเป็นแนวทางที่เราคาดหวังว่าจะเน้นหนักให้มากยิ่งขึ้น นับแต่ปี 2020 เป็นต้นมา อีตั้นได้ลงทุนไปมากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐสำหรับการวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของเราที่จะทำการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาด้วยวงเงินถึง 3 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030 สำหรับ อีตั้น ประเทศไทย ก็ได้มีการดำเนินการตามแผนแม่บทของ อีตั้น สำนักงานใหญ่ด้วยเช่นกัน โดยในปี 2023 นี้ ได้ชูจุดเด่นในเรื่องการสร้างความยั่งยืนในการทำธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายที่เราจะต้องเอาชนะ และช่วยกันผลักดันสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ในประเทศไทย เพื่อส่งต่อไปให้กับคนในรุ่นต่อๆไปด้วยเช่นกัน โดยจะเน้นไปที่ 4 พันธกิจหลัก ได้แก่ 1) ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านแหล่งพลังงานด้วยแนวคิด Everything as a grid 2) สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 3) นำซอฟแวร์ Brightlayer ของอีตั้นมาใช้ในการประมวลผลข้อมูลทำให้เห็นภาพรวมในการใช้พลังงาน และ 4) การออกแบบผลิตภัณฑ์โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
นักวิจัยจีนพัฒนา “แก้ว” ชนิดใหม่ ย่อยสลาย-รีไซเคิลได้














