แฟนพันธุ์แท้ X-Men ต้องรู้จักและคุ้นเคยกับ The Cerebro กันเป็นอย่างดี
The Cerebro เป็น “ห้องลับ” ของศาตราจารย์ Xavier ที่ใช้ค้นหา “มนุษย์กลายพันธุ์” และเป็นฉากที่ปรากฏทุกครั้งในหนังสือการ์ตูน และภาพยนตร์ X-Men ทุกๆ ภาค
มาในวันนี้ The Cerebro กำลังจะกลายเป็นเรื่องจริงแล้ว!
Pierre Sedi นักศึกษาวิศวะในประเทศ DR Congo ประสบความสำเร็จในการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดรอบๆ ตัว
พัฒนา The Cerebro อุปกรณ์ที่ช่วยขยายสัญญาณสมองเพื่อควบคุม และเคลื่อนย้ายวัตถุได้จริงเหมือนที่เคยเห็นในภาพยนตร์ X-Men
แน่นอนว่า Pierre Sedi เป็นหนึ่งในแฟนพันธุ์แท้ X-Men

เพราะในสมัยเด็กๆ Pierre Sedi ชื่นชอบการ์ตูนแนวแอ็คชั่นฮีโร่แฟนตาซีเรื่อง X-Men เป็นอย่างมาก
โดยในเรื่อง X-Men จะมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเป็นหมวกซึ่งเชื่อมต่อกับสมองเพื่อใช้สื่อสาร และตรวจจับสิ่งต่างๆ ด้วยการขยายคลื่นสมองของผู้ใช้งานที่เรียกว่า The Cerebro
ณ บัดนาว The Cerebro ใกล้เป็นความจริงแล้วในวันนี้ เมื่อ Pierre Sedi นักศึกษาวิศวะวัย 25 นักศึกษาในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ แผนกโพลีเทคนิคที่มหาวิทยาลัยกินชาซา ประเทศ DR Congo
สามารถพัฒนา The Cerebro ซึ่งเคยอยู่แค่ในนิยายภาพวิทยาศาสตร์ X-Men ให้กลายเป็นเรื่องจริงได้แล้ว
ซึ่งนั่นก็คือ อุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานควบคุมหุ่นยนต์โดยใช้คลื่นสัญญาณของสมองมนุษย์!
Pierre Sedi กล่าวว่า ผมตั้งชื่อระบบที่ได้พัฒนาขึ้นนี้ว่า The Cerebro
“The Cerebro เป็นส่วนต่อประสานระหว่างสมองของมนุษย์ กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งมันสามารถอ่านกิจกรรมคลื่นไฟฟ้าของสมองมนุษย์ ก่อนจะนำไปผ่านตัวปัญญาประดิษฐ์ หรือ A.I.เพื่อตีความออกมาเป็นการกระทำได้” Pierre Sedi กระชุ่น
ระบบทั้งหมดของ The Cerebro จะใช้หมวกเหมือนในหนังเรื่อง X-Men ที่ใช้อ่านกิจกรรมคลื่นไฟฟ้าของสมองมนุษย์ด้วยเซ็นเซอร์ และอิเล็กโทรดจำนวน 14 ตัว Pierre Sedi กล่าว และว่า
“โดยตัวหมวก The Cerebro จะถูกเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่เก็บข้อมูล และจัดส่งข้อมูลทั้งหมดในรูปคำสั่งหรือโปรแกรมไปยังหุ่นยนต์”
ในปัจจุบัน แม้จะมีการพัฒนาระบบการเชื่อมต่อระหว่างสมองของมนุษย์ กับเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ตามห้องปฏิบัติการของมหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ทั่วโลก แต่ก็มีในเฉพาะประเทศร่ำรวยเท่านั้น Pierre Sedi กล่าว และว่า
“วัตถุประสงค์ เพื่อช่วยผู้พิการ ซึ่งรวมถึงผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัมพาตครึ่งซีก หรือผู้ที่ไม่สามารถใช้มือ หรือเท้าได้อีกต่อไป ให้สามารถควบคุมวัตถุที่อยู่รอบตัวผ่านสมองได้โดยตรง”
แต่สำหรับประเทศที่ไม่มีเงินทุนเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากแบบนั้น เพราะรัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอ และหาผู้ที่จะให้ทุนวิจัยได้ยาก เช่น ประเทศ DR Congo ของเรา Pierre Sedi กล่าว และว่า
“มันจึงเป็นเรื่องท้าทายมากอย่างมากในการค้นคิดประดิษฐกรรมนี้ ที่ใช้วัสดุรอบตัวที่หาได้ง่ายๆ ในชุมชน”
ในการพัฒนาส่วนต่อประสานของสมองมนุษย์ กับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น ความท้าทายประการแรกอยู่ที่ต้นทุนในการหาวัสดุ เนื่องจากวัสดุสำหรับการวิจัยแบบนี้มักมีราคาที่สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ Pierre Sedi สรุป

เช่นเดียวกับศาสตราจารย์ ดร. Jean-Marie Beya Kamba อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของ Pierre Sedi ที่ตั้งความหวังไว้ว่า โครงการของ Pierre Sedi ลูกศิษย์ของเขา จะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น และทำให้เกิดการสนับสนุนด้านลงทุนอย่างรวดเร็วในการวิจัยประเภทนี้
“หากจะมีการเรียกร้องใดๆ ต่อทางการประเทศ DR Congo ของเรา ผมก็ขอให้เป็นเรื่องเงินอุดหนุนงานวิจัย และการฝึกอบรมวิศวกรระดับสูง เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสังคมของแต่ละประเทศ ล้วนขึ้นอยู่กับคุณภาพของวิศวกรเหล่านี้ ซึ่งจะต้องมีบุคคลดังกล่าวเป็นจำนวนมาก” ศาสตราจารย์ ดร. Jean-Marie Beya Kamba กล่าว และว่า
แม้ว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อสมองของมนุษย์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา แต่ผมเชื่อว่า มันจะมีการต่อยอดการใช้งาน และการนำไปประยุกต์ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดนับจากนี้ ศาสตราจารย์ ดร. Jean-Marie Beya Kamba ทิ้งท้าย











