คนทั่วไปอาจคุ้นเคยกับชื่อมหานครในประเทศจีน อย่าง เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซินเจิ้น ที่เป็นเมืองซึ่งมีภาพลักษณ์ทันสมัย เป็นต้นแบบของการพัฒนาเมืองในยุคดิสรัปเทคโนโลยี แต่หากจะพูดถึง เมืองที่สวยที่สุดในจีน เป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ที่ทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติเห็นตรงกัน ต้องมีชื่อของ ชิงเต่า ขึ้นมาอยู่ใน Top 10 อย่างแน่นอน
เพราะเมืองชิงเต่าได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 เมืองที่สวยที่สุดในจีน ตามรายงานของสำนักข่าวรัฐบาลประชาชนชิงเต่า โดยการจัดอันดับสิบเมืองที่สวยที่สุดในจีน คัดเลือกจากทั้งเมืองเอกระดับมณฑล ที่มีสถานะการวางแผนที่เป็นอิสระ และเมืองย่อยต่างๆ จากการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และการสำรวจสอบถามในกว่า 20 มิติ เช่น เศรษฐกิจ การดำรงชีวิตของผู้คน และสภาพสังคม

โดยการจัดอันดับเมืองครั้งนี้ใช้ตัวชี้วัดระดับความพึงพอใจกว่า 20 ด้าน ซึ่งเมืองชิงเต่าอยู่ในอันดับต้นๆ ของเมืองที่คล้ายคลึงกันทั่วประเทศในบางตัวชี้วัด และอยู่ในอันดับที่สูงกว่าระดับเฉลี่ยของประเทศในตัวชี้วัดต่างๆ เช่น สภาพแวดล้อมในการจ้างงาน สภาพแวดล้อมของผู้ประกอบการและการสนับสนุน คุณภาพน้ำ/อากาศ การบริการสำหรับผู้สูงอายุ สภาพแวดล้อมทางกฎหมาย การป้องกันและควบคุมโรคระบาด การบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือทางสังคม สวนสาธารณะ/พื้นที่สีเขียว ประสิทธิภาพของรัฐบาล และทัศนคติในการให้บริการ
ที่ผ่านมาการพัฒนาถือเป็นหัวใจหลักเบื้องหลังเมืองชิงเต่าที่สวยงาม การพัฒนาคุณภาพสูงของเมืองชิงเต่าได้มอบทรัพย์สินและทรัพยากรเพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ยอดเยี่ยม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เพราะเมืองชิงเต่าให้ความสำคัญกับการพัฒนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่สำคัญ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และติดตามกระแสการพัฒนาในระดับสากล เมืองชิงเต่าค่อยๆ พัฒนาเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการพัฒนาเพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งใกล้และไกล จากข้อมูลในไตรมาส 1/2566 จีดีพีของชิงเต่าอยู่ที่ 3.50387 แสนล้านหยวน เติบโต 4.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี และในปี 2565 การนำเข้าและส่งออกของชิงเต่ามีมูลค่า 9.172 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี ทุบสถิติใหม่ในเรื่องมูลค่าการค้าต่างประเทศ นำเข้า และส่งออก

นอกจากนั้น คุณภาพชีวิตเป็นอีกหัวใจสำคัญของเมืองที่สวยงามอย่างชิงเต่า เนื่องจาก เด็กทุกคนได้รับการดูแล นักเรียนทุกคนได้รับการศึกษา งานทั้งหมดได้รับค่าตอบแทนตามสมควร ผู้ป่วยทุกคนได้รับการรักษา ผู้สูงอายุทุกคนได้รับการดูแล ผู้อยู่อาศัยทุกคนมีบ้านอยู่ และผู้ด้อยโอกาสทุกคนได้รับการสนับสนุน
และนี่เป็นอุดมคติที่เมืองชิงเต่าแสวงหาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเติมความอบอุ่นให้กับการพัฒนา สร้างชีวิตที่มีความสุขสำหรับพลเมืองทุกคนเพื่อแบ่งปันความสำเร็จในการพัฒนา และเพลิดเพลินไปกับเมืองที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2565
ทั้งนี้เมืองชิงเต่ามุ่งเน้นไปที่อุปสรรคและปัญหาที่ยากลำบากต่าง ๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากและได้ข้อร้องเรียนมากมายจากประชาชนในการดำรงชีวิตของผู้คนทั้งเก้าด้าน เมื่อเปิดตัวโครงการความพยายามแบบพุ่งเป้า 2.0 เพื่อการดำรงชีวิตของผู้คน (Focused Effort 2.0 for People’s Livelihood) ซึ่ง “ได้คำตอบที่น่าพอใจ” ในการจัดการ 16 เรื่องที่เป็นรูปธรรม และรักษา “ความสุข” ของคุณภาพชีวิตที่ยอดเยี่ยมไว้ได้อย่างมั่นคง
นอกเหนือจากโปรไฟล์ที่กล่าวมา ที่ส่งให้เมืองชิงเต่าเป็น เมืองที่สวยที่สุดในจีน แล้ว เมื่อคนไปในประวัติศาสตร์ ชิงเต่า ยังมีโปรไฟล์ที่น่าสนใจหลากหลายด้านต่อไปนี้

ชายหาดสวย อากาศดีสดชื่น เย็นสบาย
เมืองชิงเต่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญของจีน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของจีนและติดกับทะเลหวงไห่ เป็นเมืองทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีชายหาดอันคดเคี้ยวทั้งหมด 870 กิโลเมตร ภูมิประเทศทางทะเลทำให้เมืองชิงเต่ามีดินฟ้าอากาศสดชื่นและสบายน่าอยู่เป็นพิเศษ
มรสุมทางทะเลแถบอบอุ่นส่งผลกระทบให้ 4 ฤดูกาลในแต่ละปีของชิงเต่าต่างกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจีน กล่าวง่ายๆ คือ ในฤดูใบไม้ผลิอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นช้ากว่าภาคกลาง 1 เดือน ถึงฤดูร้อนจะมีฝนตกหนัก และอากาศไม่ร้อนจัด พอเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงท้องฟ้าปลอดโปร่งอากาศสดชื่น ช่วงกลางฤดูหนาวจะมีลมแรง และจะหนาวนาน

เมืองแห่งความรุ่มรวยทางประวัติศาสตร์
เมืองชิงเต่ายังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและมีวัฒนธรรมที่รุ่งโรจน์ เป็นแหล่งกำเนิดของศาสนาเต๋า ซึ่งเป็นศาสนาพื้นเมืองของจีน เมื่อ 6000 ปีก่อนหน้านี้ ก็มีบรรพชนจีนตั้งหลักแหล่งอยู่ที่นี่ ในสมัยชุนชิวจั้นกั๋ว อำเภอจี้มั่ว ซึ่งเป็นอำเภอใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของมณฑลซานตงก็คือที่ตั้งของเมืองชิงเต่าในปัจจุบัน ภายหลังจักรพรรดิจินซีฮ่องเต้รวมจีนเป็นเอกภาพแล้ว ทรงเคยเสด็จไปปีนเขาหลังหยาไถในเมืองชิงเต่าถึง 3 ครั้งเพื่อสังเกตการณ์สภาพทางทะเล และสั่งให้สูฝู (XU FU) เสนาบดีและนักผจญภัยนำกองเรือใหญ่มีลูกเรือ 3,000 คนไปสำรวจหายาอายุวัฒนะกลางทะเลตงไห่ ในยุคสมัยต่อๆมา
และในฐานะที่ชิงเต่าเป็นเมืองท่าใหญ่ทางภาคตะวันออกของจีน เมืองนี้จึงมีบทบาทสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การขนส่งเรื่อยมา จนกระทั่งปลายราชวงศ์ชิง เมืองนี้ได้สร้างความเจริญทางการค้าที่มีความสำคัญในระดับสูงของจีน

ศูนย์กลางความเจริญของเศรษฐกิจหลากหลายด้านของจีน
ภายหลังช่วง 20 ปีแห่งการดำเนินนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศ โครงสร้างทางเศรษฐกิจของเมืองชิงเต่าได้รับการปรับปรุงให้สมบูรณ์และสมเหตุสมผลยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ชิงเต่ามีอุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย 6 ประเภท ได้แก่ โทรคมนาคม เครื่องใช้ไฟฟ้า ยางพาราและผลิตภัณฑ์ทางเคมี อาหาร รถยนต์และเรือ และเสื้อผ้า
และด้วยตลาดที่เปิดกว้าง เที่ยงธรรมโปร่งใส ความสงบสุขทางสังคม ปัจจัยครองชีพที่สะดวกสบาย รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพสูงในการทำงาน โครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์ของเมืองนี้ร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมการลงทุนและการดำรงชีวิตชั้นดี ชิงเต่าจัดว่าเป็น 1 ใน 10 ”เมืองเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองที่สุดของจีน”

ลิ้มรสเบียร์ชิงเต่าในเมืองต้นกำเนิดแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Haier
ชิงเต่ามีวิสาหกิจชื่อดังที่ทำรายให้กับประเทศจีนอย่างมหาศาล ยกตัวอย่างที่ผู้ฟังของเราคุ้นเคยดีที่สุดคือบริษัทเบียร์ชิงเต่า หลายท่านคงเคยลิ้มรสชาติของเบียร์จากเมืองชิงเต่าแล้วใช่ไหมคะ เบียร์ชิงเต่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี ผลิตเบียร์หลากหลายชนิด ส่งออกไปยังกว่า 50 ประเทศและภูมิภาคอีกบริษัทหนึ่งที่ทุกท่านคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็คือบริษัท Haier ซึ่งเป็นยี่ห้อดังของจีนเอง บริษัทนี้ก็ตั้งอยู่ที่เขตบุกเบิกเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในเมืองชิงเต่า นับเป็นบริษัทผลิตเครื่องไฟฟ้าของจีนที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ยอดการจำหน่ายในปี 2005 สูงถึง 1 แสน 3 พัน 9 ร้อยล้านหยวน

ชิงเต่า เมืองท่าสำคัญแห่งจีนตะวันออก
เมืองชิงเต่าเป็นท่าเรือธรรมชาติที่มีชื่อเสียง เป็นหน้าต่างด้านการค้ากับต่างประเทศที่สำคัญของภาคกลางและภาคตะวันออกของจีน มีท่าเรือเฉพาะกิจหลายแห่ง เปิดเส้นทางเดินเรือ 97 สาย เชื่อมโยงกับท่าเรือกว่า 450 แห่งที่กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ แยกกันขนส่งสินค้าในตู้ container หินแร่ น้ำมันดิบและถ่านหิน นอกจากนี้ ในแต่ละเดือน เมืองชิงเต่ายังมีเที่ยวบินไปสู่ต่างประเทศ 419 เที่ยว ปี 2005 ยอดจำนวนสินค้าการนำเข้าส่งออกของท่าเรือชิงเต่าสูงถึง 187 ล้านตัน

เมืองของบุคลากรเชี่ยวชาญเทคโนโลยีทางทะเลของจีน
การพัฒนาอย่างรวดเร็วของชิงเต่าอาศัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ทันสมัยและบุคคลากรด้านต่างๆเป็นหลัก เมืองชิงเต่ามีองค์กรวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล องค์กรการศึกษาและองค์กรบริหารที่มีประสิทธิภาพชันสูงกว่า 20 แห่ง มหาวิทยาลัยมหาสมุทรและทะเลแห่งประเทศจีน ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านมหาสมุทรและทะเลระดับสูงของจีนก็ตั้งอยู่ในเมืองชิงเต่า บุคคลากรที่เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเลกว่า 50% ของจีนใช้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นศูนย์วิจัยและฐานการผลิต ที่นี่จะจัดสัมมนาทางวิชาการเกี่ยวกับทะเลระหว่างประเทศบ่อยๆ ช่วยผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านทะเลให้กับประเทศจีนเป็นจำนวนมหาศาล

เมืองท่องเที่ยวที่สวยงามไปด้วยสถาปัตยกรรมยุโรป
นอกเหนือจากทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงามแล้ว ทัศนียภาพอันน่าทึ่งของเมืองชิงเต่า ยังเกิดมาจากสิ่งปลูกสร้างฝีมือมนุษย์ที่หลากหลายสไตล์
เพราะเมืองชิงเต่าอยู่ในอ้อมกอดของทะเลและภูเขา มีทัศนียภาพสวยงามและภูมิอากาศสดชื่น ประกอบกับประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทำให้ชิงเต่ากลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ทีทั้งอ่าวทะเลและชายหาดอันโรแมนติก ภูเขาเหลาซานที่บันทึกอยู่ในเทพนิยาย มีเมืองที่ทันสมัยและคึกคัก ตึกรามบ้านช่องสไตล์ยุโรป สถานที่บันเทิงและศูนย์จัดงานนิทรรศการ ทั้งหมดนี้ประกอบกันเป็นมนต์เสน่ห์อันน่าใฝ่ฝันของเมืองชิงเต่า
และในเมืองชิงเต่ามีสถาปัตยกรรมสไตล์แตกต่างกันของ 20 กว่าประเทศ เช่นทำเนียบผู้ว่าชิงเต่าจากเยอรมนี โบสถ์ของศาสนาคาทอลิก คฤหาสน์แบบยุโรป มีภาพยนตร์ทั้งจีนและต่างประเทศหลายเรื่องเคยใช้เมืองชิงเต่าเป็นสถานที่ถ่ายทำ หมู่บ้าน Holiday สือเหล่าเหรินซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับชาติมีคฤหาสน์ริมทะเล อ่าวอับน้ำตามชายหาด สวนรูปบ้าน พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำใต้ทะเล เมืองเบียร์นานาชาติ สนามกอล์ฟ ศูนย์จัดนิทรรศการต่างๆ พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม สนามกีฬาและคลับเรือสำราญและเรือใบเป็นต้น นับเป็นสถานบันเทิงที่ทันสมัยและครบบวงจร

เมืองแห่งกีฬากลางแจ้งของจีน
นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นของชิงเต่าแล้ว ชาวชิงเต่ายังนิยมเล่นกีฬาอย่างมาก จนได้รับสมญานามว่า”เมืองกรีฑา” และ “เมืองฟุตบอล” ของจีน และในฐานะที่เป็นเมืองจัดการแข่งขันเรือใบของงานกีฬาโอลิมปิค 2008 เมืองชิงเต่าวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อปรับปรุงภาวะนิเวศให้ดียิ่งขึ้น โครงการพัฒนาของชิงเต่าสอดรับกับแนวความคิด ”โอลิมปิคสีเขียว โอลิมปิคแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและโอลิมปิกมนุษยชาติ” พยายามจัดงานให้มีเอกลักษณ์
พร้อมกันนั้น ชิงเต่าก็จะอาศัยภูมิประเทศที่มี “ภูเขา ทะเลและเมือง” มนุษย์และธรรมชาติอยู่รวมกันอย่างกลมเกลือน สร้างฐานกีฬาเหนือทะเลที่อยู่ระดับแนวหน้าของโลก และพัฒนาให้เมืองชิงเต่าเป็น “เมืองหลวงแห่งเรือใบ” ต่อไป
ที่มา : บทความเรื่อง “ชิงเต่า เมืองท่าสำคัญทางภาคเหนือของจีน (1) และ (2)” จากเว็บไซต์ China Radio International.CRI
เรียนรู้จากการพัฒนาเมืองของจีน
มหานครเซี่ยงไฮ้ ประกาศความพร้อม ดึงนักลงทุนต่างชาติหนุน เศรษฐกิจจีน ให้โตได้สูงถึง 9%











