“ความร่วมมือ คือ ปัจจัยสำคัญที่นำสู่ความสำเร็จของการพัฒนาได้ในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะในบริบทของการพัฒนาบุคลากรเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆ” นี่ไม่ใช่เพียงข้อสันนิษฐาน แต่คำกล่าวนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นความจริงแล้ว โดยการนำไปปรับใช้และปฏิบัติจริง เพื่อสร้างผลสัมฤทธิ์ในการปรับสร้างการศึกษายุคใหม่ ที่มุ่งผลิตบุคลากรตามหลัก Demand driven ในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
ช่วงเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการจัดตั้ง คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC HDC) เราได้เห็นความร่วมมือดีๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสถาบันการศึกษา ที่เล็งผลลัพธ์เดียวกัน คือ การร่วมมือกันปรับสร้างการศึกษาใหม่ขึ้นในพื้นที่ EEC เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เท่าทันกับการเติบโตของพื้นที่ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับชาติแห่งนี้
และล่าสุด ได้เกิดความร่วมมือที่น่าชื่นชม โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและสร้างบุคลากร IoT ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ EEC ซึ่งครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท Infineon Technologies Asia Pacific ประกาศความร่วมมือ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา หรือ East Park เปิดตัว Burapha University Infineon Innovation Launchpad (BIIL) ซึ่งจะเป็นแหล่งบ่มเพาะและเรียนรู้สำหรับว่าที่สตาร์ทอัพ และบุคลากรที่ทำงานในสายงาน IoT

การเปิดตัว Innovation Launchpad ในครั้งนี้จึงเป็นฐานสำคัญที่จะขับเคลื่อนพัฒนาความก้าวหน้าของเทคโนโลยีกลุ่ม IoT รวมทั้งยกระดับ ทักษะความรู้และคุณภาพคนตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมทั้งในเขตพื้นที่ EEC และตอบโจทย์การเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลตามแนวทาง Industry 4.0 อีกด้วย
ทั้งนี้ในพิธีเปิดและประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญนี้มีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม ไม่จะเป็น ดร.อภิชาต ทองอยู่ ที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และ ประธานคณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขต EEC หรือ EEC HDC, ผศ.ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล ผู้รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกิจการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา, ผศ.ดร.ชินวุธ พิพัฒน์ภานุกูล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา และทางฝ่าย Infineon Technologies Asia Pacific ได้รับเกียรติจาก Francis Foo, Vice President Regional Center Power & Sensor System Asia Pacific และ Goh Say Yeow, Vice President Head of Connected Secure Systems Asia Pacific

ในโอกาสอันดีนี้ ดร.อภิชาต ประธาน EEC HDC ได้กล่าวถึงความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ว่า
“การพัฒนา อุตสาหกรรม 4.0 และ Thailand 4.0 จำเป็นต้องสร้างฐานความรู้และแหล่งบ่มเพาะทักษะเพื่อยกระดับสตาร์ทอัพ ผู้ประกอบการ รวมถึงบุคลากรที่ทำงานในด้าน IoT ซึ่งต้องร่วมมือกับกลุ่มผู้ผลิตเทคโนโลยีต้นน้ำ ในวันนี้ ความร่วมมือระหว่าง Infineon บริษัทผู้นำเทคโนโลยีด้าน IoT ระดับโลก และ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก หรือ East Park มหาวิทยาลัยบูรพา จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะยกระดับและปรับฐานความรู้สู่การเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีด้าน IoT ต่อไป โดย East Park และ Infineon จะจับมือทำงานร่วมกับ Silicon Tech Park โดยการสนับสนุนของ EEC HDC และ EEC เพื่อขยับปรับฐานเร่งยกระดับความเก่งของประเทศในด้านเทคโนโลยี IoT อย่างมีนัยสำคัญ”
ด้าน คุณ Francis Foo ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยบูรพาครั้งนี้ว่า “Infineon ให้ความสำคัญกับการนำเสนอนวัตกรรมอันชาญฉลาดและปลอดภัยที่จะมาตอบโจทย์การนำเทคโนโลยี IoT ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ทำงานร่วมกับทางมหาวิทยาลัยบูรพาเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม IoT ตอบโจทย์ความต้องการทั้งในด้านเฮลธ์แคร์และการสร้างสมาร์ทซิตี้มาเป็นเวลานานกว่า 8 ปี ดังนั้น มาในวันนี้เราจึงต้องการต่อยอดความร่วมมือสู่การสร้าง Ecosystem โดยเฉพาะด้านการสร้างหลักสูตรร่วมกันเพื่อฝึกอบรมทักษะด้าน IoT ให้กับบุคลากรไทยตามแนวทาง Industry 4.0 นั่นเอง”

ทั้งนี้ คุณ Goh Say Yeow ได้กล่าวเสริมว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นการส่งผู้เชี่ยวชาญของทาง Infineon มาช่วยเหลือในการจัดการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวกับ IoT ด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญของเราก็จะสามารถให้ความรู้ในส่วนของกลไก เครื่องไม้เครื่องมือ IoT ที่ทันสมัยของ Infineon ได้แบบลงลึกและเข้าใจ ดังนั้น ความร่วมมือกันในครั้งนี้ เหมือนเป็นการเติมเต็มช่องว่างซึ่งกันและกันแบบ Win : Win กันทุกฝ่าย โดย Innovation Launchpad”
นอกจากนั้น คุณ Francis Foo ยังให้มุมมองเพิ่มเติมว่า “การเปิด Innovation Launchpad ขึ้นที่ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา นับเป็นการเปิด IoT Innovation Launchpad ขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคนี้ของ Infineon และสาเหตุที่เลือกตั้งศูนย์ฯนี้ที่ประเทศไทย เป็นเพราะเรามองว่า ประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC มี Ecosystem ที่ดี เพราะการพัฒนาอุปกรณ์ หรือ ระบบ IoT ให้พร้อมใช้งาน จำเป็นต้องอาศัย Ecosystem ที่เพรียบพร้อม โดยเฉพาะการมีพาร์ทเนอร์ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษาที่พร้อมร่วมมือกันพัฒนาแพลตฟอร์ม IoT เช่นนี้ ทำให้ ประเทศไทย และ EEC เป็นพื้นที่ที่ได้เปรียบสำหรับการพัฒนาระบบ IoT ที่ทันสมัยในภูมิภาคนี้”

ส่วน คุณ Goh Say Yeow กล่าวตอบในประเด็นเดียวกันว่า “พื้นที่ EEC นับว่ามีความพร้อมสำหรับบการวางระบบ แพลตฟอร์ม IoT แห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ เพราะมีการวางแผนการสร้าง Smart city และ Smart Healthcare ไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยในพื้นที่ EEC ยังมีความพร้อมในการวางหลักสูตรการเรียนการสอนด้าน IoT ไว้แล้ว และแน่นอนว่า ทาง Infineon ในฐานะ Supply side ก็สามารถเข้ามาร่วมมือและมีบทบาทในการร่วมพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ด้วยนวัตกรรม IoT ของเรา ซึ่งช่วยเร่งให้การพัฒนาด้าน IoT ในพื้นที่เป็นไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น”

มาถึงอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญที่ทำให้ความร่วมมือนี้สำเร็จขึ้นได้ นั่นคือ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก ที่ตั้งอยู่ ณ มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่ง ผศ.ดร.ชินวุธ พิพัฒน์ภานุกูล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา ได้มาแนะนำ อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออก ก่อนว่า
“เชื่อว่าทุกคนจะเคยได้ยินชื่อของ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย หรือ สวทช. กันมาแล้ว ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โยในส่วนของภูมิภาค ก็จะมีการจัดตั้ง อุทยานวิทยาศาสตร์ในรายภูมิภาค หรือ Regional Science Park เพื่อตอบสนองนโยบายสำคัญของกระทรวง อว. ในการกระจายนวัตกรรมและเทคโนโลยีไม่ให้กระจุกอยู่แค่ในตัวเมือง โดยมีมหาวิทยาลัยที่อยู่ภายใต้การดูแลของ กระทรวง อว. ในแต่ละภูมิภาคเป็นสถานที่ตั้งของอุทยานวิทยาศาสตร์ประจำภาคนั้น ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยก็มี Facility ที่พร้อมอยู่แล้ว ทั้งคณาจารย์ เครื่องมือ ห้องปฏิบัติการ ที่ทันสมัย”
“แต่อย่างไรก็ดี มหาวิทยาลัย ก็ไม่มีกลไกที่จะเชื่อมต่อกับภาคเอกชน จึงต้องมีหน่วยงานกลาง ที่เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ นั่นก็คืออ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค นั่นเอง และตอนนี้เรามีเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคที่ทำงานร่วมกันทั้งหมด 16 มหาวิทยาลัย ซึ่งจะทำงานในการประสานกับ ภาคอุตสาหกรรม SMEs ไทย ไปจนถึง Social Enterprise ของไทย สามารถเข้าถึงและนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคเอกชนและประเทศ”
“ส่วนความร่วมมือกับทาง Infineon เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ที่ได้เริ่มมาพูดคุยกัน โดยในตอนนั้น ทาง Infineon กำลังจะควบรวมกับบริษัทผลิตชิปเจ้าใหญ่ของโลกให้มาอยู่ภายใต้แบรนด์ Infineon จากนั้น ทาง Infineon ก็ต้องการที่จะขยายความรู้ด้านเทคโนโลยี IoT รวมทั้งเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ ไมโครชิป ที่เขามีให้เป็นประโยชน์กับบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม
![]()
“ทาง Infineon จึงมองหาสถาบันการศึกษาที่สามารถเปิดหลักสูตรอบรมบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมในเรื่องระบบสมองกลฝังตัว อย่าง ชิปทั้งหลายที่ไปควบคุมดีไวซ์หรืออุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งหลังจากพุดคุย ก็ได้มีการชะลอโปรเจกต์นี้ไว้ตอนที่เกิดโควิดระลอกสอง ระลอกสาม จนกระทั่งเมื่อวิกฤตโควิดคลี่คลายก็ได้มาพูดคุยกันอีกครั้งจนมาถึงวันนี้ (30 มีนาคม 2566) ที่เราได้เปิด Innovation Launchpad”
“Innovation Launchpad ที่ ม.บูรพา จึงเปรียบเหมือนพื้นที่ที่เปิดให้ทุกคนมาเรียนรู้ มาร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นหรือนวัตกรรมบนฐานแพลตฟอร์มที่เป็นความเชี่ยวชาญของ ม.บูรพา อย่าง แพลตฟอร์มกิน อยู่ ดี ของ รศ.ดร.วิรุฬห์ ศรีบริรักษ์ ที่เราจะนำมาผนวกกับตัวดีไวซ์ หรือ คอนโทรลเลอร์ที่ Embedded จาก Infineon”
“และเมื่อสองส่วนนี้มาเจอกันแล้ว เราจะสร้าง “ฐานยิงจรวด” หรือ Launchpad เพราะฉะนั้นในพื้นที่นี้ ทุกคนจะสามารถสร้างโซลูชั่น นวัตกรรม เพื่อให้เกิดการพัฒนาธุรกิจ หรือสร้างสตาร์ทอัพหน้าใหม่ของไทยขึ้นมา ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศในด้านเศรษฐกิจดิจิทัลได้ในที่สุด”
ความร่วมมือในทุกภาคส่วนก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับการศึกษาไทยอย่างไรบ้าง
อัปเดต 6 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ ปี 2566 ปลดล็อคอุดมศึกษาไทย ให้พร้อมปั้นกำลังคน ตอบโจทย์ Industry 4.0










