เทคโนโลยี “คลาวด์” เนื้อหอม ไปต่อไม่สะดุด

จากการที่คลาวด์เป็นปัจจัยหลักในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึง Generative AI ที่กำลังมาแรง ทำให้องค์กรต่างๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญ


การ์ทเนอร์คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายบริการคลาวด์สาธารณะของผู้ใช้ทั่วโลกในปี 2566 จะเติบโตเพิ่มขึ้น 21.7% คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 597.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มจาก 491 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2565 ซึ่งองค์กรต่างๆ ตระหนักดีว่า “คลาวด์คอมพิวติ้ง” เป็นปัจจัยสำคัญขับเคลื่อนธุรกิจดิจิทัลให้เติบโตไปอีกขั้น จึงกำลังปรับตัวรับมือและก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงด้วยการนำเทคโนโลยีกำเนิดใหม่ อาทิ Generative AI, Web3 และ Metaverse มาเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ
การ์ทเนอร์ประเมินว่าองค์กรธุรกิจในประเทศไทยจะมีปริมาณการใช้จ่ายในบริการคลาวด์สาธารณะปี 2566 เพิ่มขึ้น 31.7% จากปี 2565 คิดเป็นมูลค่า 54.8 พันล้านบาท โดยตลาดคลาวด์ทุกกลุ่มคาดว่าจะเติบโตในปีนี้ และคาดว่าบริการ Infrastructure-as-a-service (IaaS) จะเติบโตสูงสุดที่ 44.3%

คลาวด์

โดย IaaS จะยังคงเติบโตต่อไปตามธรรมชาติ เนื่องจากธุรกิจต่างๆ จะเร่งปรับปรุงระบบไอทีให้ทันสมัย ​​เพื่อลดความเสี่ยงและปรับต้นทุนให้เหมาะสม เพราะจะจ่ายเฉพาะทรัพยากรที่ใช้เท่านั้น ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการใช้จ่ายด้านฮาร์ดแวร์ และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ บริการคลาวด์สาธารณะสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ความสามารถในการเข้าถึงนี้ช่วยให้องค์กรสามารถขยายการดำเนินงานไปทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย ช่วยลดความจำเป็นที่ผู้ใช้ต้องลงทุนและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เช่น เซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูล เนื่องจากความรับผิดชอบเหล่านี้ได้รับการดูแลโดยผู้ให้บริการระบบคลาวด์
นอกจากนี้ บริการคลาวด์สาธารณะยังอำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกันระหว่างทีมโดยการจัดหาทรัพยากรและเครื่องมือที่ใช้ร่วมกันซึ่งสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ ซึ่งการทำงานร่วมกันและการบูรณาการนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ภายในองค์กร
ขณะเดียวกัน บริการคลาวด์สาธารณะยังตอบโจทย์ความยั่งยืนด้วย เพราะเป็นการแบ่งปันทรัพยากรและดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยองค์กรหลายแห่งสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ร่วมกัน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและก่อประโยชน์สูงสุด ช่วยลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ และยืดอายุการใช้งานของฮาร์ดแวร์

ซิด ณาก รองประธานฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่าหนึ่งในปัจจัยที่ผลักดันให้ตลาดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องคือ “ปัจจุบันนี้ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลกำลังขับเคลื่อนคลาวด์เป็นวาระสำคัญ โดยปัจจุบันองค์กรต่างๆ มองว่าคลาวด์คือแพลตฟอร์มกลยุทธ์ขั้นสูงสำหรับการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และองค์กรเหล่านี้ต้องการผู้ให้บริการคลาวด์ที่สามารถนำเสนอความสามารถที่ซับซ้อนได้มากขึ้น อันเป็นผลมาจากแนวโน้มการแข่งขันของบริการดิจิทัลที่กำลังร้อนระอุในขณะนี้ เช่น Generative AI ที่รองรับการใช้งานของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models หรือ LLMs) ซึ่งต้องการความสามารถในการประมวลผลที่มีศักยภาพและปรับขนาดได้อย่างสูงเพื่อประมวลผลข้อมูลเรียลไทม์ โดยคลาวด์สามารถนำเสนอโซลูชั่นและแพลตฟอร์มได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
ทั้งนี้ การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า ภายในปี 2569 องค์กรต่างๆ กว่า 75% จะนำโมเดลการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันมาใช้บนคลาวด์ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานสำคัญ
“ประสบการณ์ของลูกค้า ผลตอบรับทางดิจิทัลและธุรกิจ รวมไปถึงการก้าวไปสู่โลกเสมือนเป็นครั้งแรก จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตระยะถัดไปของบริการ IaaS โดยเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างแชทบอท (Chatbots) และฝาแฝดดิจิทัล (Digital Twins) ช่วยให้ธุรกิจมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดแบบเรียลไทม์กับลูกค้า ซึ่งต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และบริการแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการประมวลผล รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย”

ที่มา : Gartner Forecasts Worldwide Public Cloud End-User Spending to Reach Nearly $600 Billion in 2023