Thursday, August 27, 2026

สาลิกาคาบข่าว Vol.135

“เบนซ์” ประกาศมุ่งสู่อีวีเต็มรูปแบบ เล็งไทยฐานส่งออกป้อนตลาดโลก

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน มีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากมีการจ้างงานถึงกว่า 8 แสนคน มีผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องในซัพพลายเชนกว่า 3,000 บริษัท มูลค่าส่งออกกว่า 9 แสนล้านบาท เป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศไทย ดังนั้น การเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ในครั้งนี้ จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญและมีความหมายอย่างมากต่อการสร้างความยั่งยืนของฐานการผลิตยานยนต์ในไทย โดยอีวีจะเป็นหัวจักรใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว และยังช่วยลดปัญหามลพิษจากภาคการขนส่ง ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอีกด้วย ปัจจุบันมีนักลงทุนรายสำคัญขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) แล้วจำนวน 14 ราย และยังคงมีแนวโน้มความสนใจจากบริษัทต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เป็นเจ้าภาพการประชุมผู้บริหารระดับสูงของเมอร์เซเดส-เบนซ์ จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก (Regional Overseas Meeting) ที่กรุงเทพฯ ซึ่งบีโอไอ ได้นำเสนอผู้บริหารเมอร์เซเดส-เบนซ์จากทั่วโลก ให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซัพพลายเชนที่ครบวงจร ศักยภาพการเติบโตของตลาดในประเทศ และมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ  โดยทางผู้บริหารเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ให้ความสนใจซักถามหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการสนับสนุนด้านสถานีชาร์จไฟฟ้า ความพร้อมของระบบจัดหาพลังงานหมุนเวียนสำหรับภาคธุรกิจ ความต่อเนื่องของมาตรการสนับสนุน (EV3) และการใช้ประโยชน์จาก FTA ต่างๆ เพื่อให้ไทยเป็นฐานการส่งออกอีวีไปทั่วโลก

PIN โชว์ยอดขายที่ดินขยายตัว 25% สะท้อนจุดเด่นโครงการในพื้นที่ EEC

นายพีระ ปัทมวรกุลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ PIN
นายพีระ ปัทมวรกุลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ PIN เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 (มกราคม-มีนาคม) บริษัทฯ มีรายได้รวม 490 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 378 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 157 ล้านบาท เติบโต 14% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีกำไรสุทธิ 138 ล้านบาท โดยมีปัจจัยความสำเร็จมาจากยอดขายและโอนที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทองแก่ลูกค้าเพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงศักยภาพโครงการนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทองที่มีความโดดเด่นของทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษตะวันออก หรือ EEC และรูปแบบการให้บริการแบบ One Stop Service ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมเครื่องมือเครื่องกล อุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมเหล็กโลหะ เข้ามาตั้งฐานการผลิตในนิคมฯ เพิ่มขึ้น

ส.อ.ท. ชี้ “หนี้ครัวเรือน-ค่าไฟ” เผือกร้อนรัฐบาลใหม่

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงการเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค. 66 ได้ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการของการเมืองไทยที่พัฒนาไปอีกระดับหนึ่ง ภาคเอกชนจึงต้องการเห็นการจัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุดและที่สำคัญต้องมีเสถียรภาพ เพราะหากรัฐบาลไม่มั่นคงจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศได้ สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเร่งทำคือการแก้ไขปัญหาปากท้องชาวบ้านที่ขณะนี้หนี้ครัวเรือนของไทยสูงมาก ท่ามกลางราคาพลังงานโดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่แพง ซึ่งหากมองเบื้องต้นนโยบายที่หาเสียงไว้ของก้าวไกลและเพื่อไทยเหมือนกันคือการดูแลราคาพลังงาน โดยเฉพาะมีเป้าหมายที่จะลดค่าไฟลง จึงเป็นสิ่งที่จะถูกจับตามองใกล้ชิดว่าจะทำได้หรือไม่อย่างไร

กกต. ไฟเขียวรัฐบาลรักษาการใช้งบกลาง 1.05 หมื่นล้านช่วยค่าไฟแพง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่า กกต. มีมติเห็นชอบให้กระทรวงพลังงาน ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากราคาไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ในลักษณะการให้ส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของอัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (Ft) เดือน พ.ค.-ส.ค. 66 ภายในกรอบวงเงินทั้งสิ้น 10,464 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ

อาซาฮีฯ ผุดตู้ขายเครื่องดื่มดูดคาร์บอน ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนเดินอยู่ในย่านชิบูยะ กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น วันที่ 21 ม.ค. 2021) // www.xinhuathai.com
สำนักขาวต่างประเทศรายงาน อาซาฮี ซอฟต์ ดริงค์ส (Asahi Soft Drinks) ในเครืออาซาฮี กรุ๊ป โฮลดิงส์ จำกัด (Asahi Group Holdings) หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำของญี่ปุ่น ประกาศเตรียมทดสอบตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติที่ออกแบบมาให้สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศ ท่ามกลางความพยายามบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศอย่างสมบูรณ์ภายในปี 2593 โดยจะเริ่มติดตั้งเครื่องจักรรูปแบบดังกล่าวในเดือนมิ.ย.นี้ นำร่อง 30 เครื่อง ในภูมิภาคคันโตและคันไซ ซึ่งตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติรุ่นใหม่เหล่านี้จะติดตั้งวัสดุพิเศษ ทำให้สามารถกรองและดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศโดยไม่กระทบการทำงาน ต่างจากตู้แบบดั้งเดิมซึ่งจะดูดอากาศโดยรอบเพื่อนำมาเปลี่ยนเป็นอากาศเย็นหรืออากาศร้อนผ่านระบบปรับอากาศ โดยคาดว่าปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดูดซับโดยตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติแต่ละเครื่อง จะชดเชยปริมาณก๊าซที่ปล่อยออกมาระหว่างการผลิตไฟฟ้าที่ใช้ในการเดินเครื่องของตู้ดังกล่าวถึง 20% โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกดูดซับจะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบทางอุตสาหกรรมในปุ๋ย คอนกรีต และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ต่อไป