
นายกฯ หนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC ดึงศักยภาพพัฒนาท้องถิ่น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กห. พบคณะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC หอการค้าทั่วประเทศ พร้อมผู้ได้รับรางวัลโครงการ YPC ภาคตะวันออก รับทราบความสำเร็จการดำเนินโครงการ “พัฒนาศักยภาพผู้นำคลื่นลูกใหม่ภาคตะวันออก” (Young public and private collaboration : YPC) แสดงความยินดีกับความสำเร็จการดำเนินโครงการของหอการค้าทั่วประเทศ ที่ร่วมมือกันขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สิ่งสำคัญในการดำเนินโครงการต่างๆ คือ การแก้ปัญหาให้ประชาชน ชื่นชมที่ทีม YEC มีหลักคิดที่ดี เล็งเห็นปัญหาและช่วยกันหาวิธีแก้ไข ขณะที่โครงการ YPC อบรมผู้นำรุ่นใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกจังหวัด โดยโครงการ YPC ภาคตะวันออก ที่ได้รับรางวัล คือ โครงการพัฒนาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ทุเรียนแปรรูปที่มีมูลค่าสูงอย่างครบวงจร โครงการพัฒนาระบบคมนาคมสู่การเป็นเมืองสัญจรอัจฉริยะ (Smart Mobility) และโครงการพัฒนาเกษตรกรตามแนวทาง BCG

อีอีซีดันดัชนีเชื่อมั่นอนาคตฯ ภาคตะวันออก พุ่งสูงสุด 87.1

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือน พ.ค.66 ที่จะสะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจใน 6 เดือนข้างหน้า ปรับตัวดีขึ้นในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ โดยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออก อยู่ที่ระดับ 82.3 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ดีขึ้นโดยเฉพาะในภาคบริการ เนื่องจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับในพื้นที่มีการประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมในอนาคตที่ดีขึ้น เนื่องจากมีความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น อาทิ ยานยนต์และเครื่องปรับอากาศ ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พบว่า ดัชนีอยู่ที่ระดับ 87.1 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการและอุตสาหกรรมเช่นกัน ขณะที่ภาคใต้ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ อยู่ที่ระดับ 82.0 ภาคตะวันตก 78.7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 78.0 ภาคกลาง 74.1 ภาคเหนือ 71.7 กทม. และปริมณฑล 61.3

THAIFEX แจ้งเกิด Future Food อุตสาหกรรมอาหารไทยยุคใหม่ตอบโจทย์เทรนด์โลก


นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลความสำเร็จงานแสดงสินค้าอาหาร ปี 2566 “THAIFEX-ANUGA ASIA 2023” มีผู้เข้าร่วมงาน 3,034 บริษัท บริษัทไทย 1,109 บริษัทและบริษัทต่างประเทศ 1,925 บริษัท ประกอบด้วยจีน 620 บริษัท เกาหลีใต้ 212 บริษัท เวียดนาม 158 บริษัท มาเลเซีย 109 บริษัทและญี่ปุ่น 57 บริษัท มี 5,859 คูหาจาก 45 ประเทศ ประกอบด้วย เอเชียตะวันออก อาเซียน สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา ตะวันออกกลาง เป็นต้น โดย 5 วัน มีผู้เข้าชมงานทั้งสิ้น 131,039 คน เพิ่มขึ้น 58% เป็นผู้เข้าร่วมเจรจาการค้า 78,764 ราย เพิ่มขึ้น 53% เป็นชาวต่างประเทศ 16,429 ราย เพิ่มขึ้น 150% ชาวจีน เพิ่มขึ้น 2022% มาเลเซีย เพิ่มขึ้น 127% เวียดนาม เพิ่มขึ้น 79% เกาหลี เพิ่มขึ้น 109% สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 58% และนักธุรกิจชาวไทย 62,335 ราย เพิ่มขึ้น 39% ด้าน นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวถึง Future Food อาหารแห่งอนาคตเป็นเทรนด์ของโลก มีองค์ความรู้ มีนวัตกรรม ผู้ประกอบการของเราหากมีเวลาควรศึกษาส่วนนี้ สำหรับ Future Food ในงานนี้มีชาวต่างชาติและคนไทยในวงการอาหารเข้าร่วมกิจกรรมมากถึง 1,300 ราย โดย Future Food มี 4 ประเภท 1.อาหารฟังก์ชัน (function food) 2. อาหารนวัตกรรมใหม่ (novel food) 3. อาหารอินทรีย์ (organic food) และ 4. อาหารทางการแพทย์ (medical food) โดย 3 ตัวแรกไทยได้รับความสนใจอย่างมาก บริษัท innova ที่ดูเทรนด์อาหารของโลกมาประกาศ Future Food รวมถึงมีการนำของเสียที่เกิดจากอาหารกลับมาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการใช้ green product เป็นแนวทางที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ พัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่อาหารโลก

‘ทุเรียนไทย’ กระหึ่มแดนมังกร ราคาพุ่งสูงสุดรอบ 5 ปี เกือบ 4 พันบาท/กล่อง

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความนิยมและยอดการส่งออกทุเรียนไทยในจีน ซึ่งประสบความสำเร็จ สามารถดึงดูดผู้บริโภคชาวจีนและสร้างมูลค่าทางการตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยแนวโน้มการส่งออกทุเรียนไทยไปยังตลาดจีนมีพัฒนาการต่อเนื่อง สำนักข่าวซินหัวของจีน (Xinhua) เผยผลสำรวจตลาดผลไม้ขนาดใหญ่หลายแห่งในมณฑลยูนนาน พบว่ายอดขายทุเรียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมียอดสูงสุดเมื่อเดือนเมษายน 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งในปี 2566 นี้ ทุเรียนไทยมีราคาสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยขายทุเรียนได้ถึงวันละ 70,000–80,000 ลูก รวมไปถึงนครคุนหมิง พบว่า ปริมาณการจัดส่งทุเรียนไทยรายวันในช่วงที่ความต้องการสูงจะอยู่ที่ 20-30 ตู้คอนเทนเนอร์ (รวมประมาณ 340-510 ตัน) โดยทุเรียนหมอนทองเกรดเอมีราคาอยู่ที่ 700-800 หยวน หรือคิดเป็นราคาไทยประมาณ 3,430 – 3,920 บาท/กล่อง

จีนเปิดตัวแพลตฟอร์มคลาวด์ ‘ประมวลผลเชิงควอนตัม’ รุ่นใหม่
(แฟ้มภาพซินหัว : แบบจำลองคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 100 คิวบิต ที่การประชุมจงกวนชุน ประจำปี 2023 ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 26 พ.ค. 2023) // www.xinhuathai.comจีนเปิดตัวแพลตฟอร์มคลาวด์ประมวลผลเชิงควอนตัมรุ่นใหม่ ซึ่งช่วยให้คณะนักวิจัยสามารถทำงานคำนวณอันซับซ้อนบนระบบคลาวด์ และทำให้สาธารณชนได้ใช้การประมวลผลเชิงควอนตัมที่มีความเร็วระดับไมโครวินาที สำนักข่าวซินหัว ระบุ แพลตฟอร์มดังกล่าวร่วมพัฒนาโดยสถาบันวิทยาการสารสนเทศเชิงควอนตัมปักกิ่ง สถาบันฟิสิกส์ สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน และมหาวิทยาลัยชิงหัว ถูกเปิดตัวที่การประชุมจงกวนชุน (ZGC Forum) ประจำปี 2023 ในกรุงปักกิ่ง รายงานระบุว่าแพลตฟอร์มนี้รวมพลังการประมวลผลเชิงควอนตัมของชิปควอนตัมตัวนำยิ่งยวด จำนวน 3 ตัว ขนาด 136 คิวบิต 18 คิวบิต และ 10 คิวบิต ซึ่งมีระยะห่างพื้นที่ทางกายภาพ 50 กิโลเมตร และเปิดให้ทดสอบใช้งานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 สถาบันวิทยาการฯ เผยว่ามีผู้เข้าใช้งานจากในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 2,000 ราย และทำการประมวลผลเชิงควอนตัมมากกว่า 500,000 ครั้ง ซึ่งผลการทำงานของแพลตฟอร์มนี้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ นอกจากนั้นแพลตฟอร์มเข้ากันได้กับภาษาแอสเซมบลีควอนตัมแบบเปิด และยังมีส่วนต่อประสานกราฟิกกับผู้ใช้งานเขียนโปรแกรมที่สะดวก โดยทีมวิจัยบางส่วนใช้แพลตฟอร์มนี้สั่งการชิปควอนตัมจากระยะไกลเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และสร้างซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้ ส่งผลให้เกิดการสร้างระบบนิเวศการประมวลผลเชิงควอนตัม ฟ่านเหิง นักวิจัยสถาบันฟิสิกส์ กล่าวว่าจำเป็นต้องมีการสร้างระบบนิเวศการประมวลผลเชิงควอนตัมบนแพลตฟอร์มคลาวด์ จึงควรเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มคลาวด์โดยเร็วที่สุด
Post Views: 652