AIS SME ผนึกพันธมิตร เปิดตัวความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม สร้างอีโคซิสเตมให้ SME ไทย เติบโตอุ่นใจไปด้วยกัน

จากข้อมูลล่าสุดของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ระบุผลคาดการณ์ปี 2566 จีดีพีของ SME ไทย จะขยายตัวได้ถึง 4.9% ปัจจัยบวกมาจากเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจประเทศมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะปกติ การลงทุนภาครัฐ/ภาคเอกชน รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง SME

ในระบบฐานข้อมูลของ สสว. มี SME ไทย จำนวน 3.178 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.57 ของจำนวนวิสาหกิจรวมทั้งหมด เกิดการจ้างงานกว่า 12.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 71.86 ของการจ้างงานรวมทั้งประเทศ และจากการศึกษาวิเคราะห์เพื่อประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจ SME ในรอบปี 2565 ข้อมูล 9 เดือนแรกของปี (เดือนมกราคม-กันยายน) พบว่า การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GDP SME) มีมูลค่ารวม 4.54 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 5.1 คิดเป็นสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 35.2 ของ GDP รวมของประเทศ
ทั้งนี้ ด้วยอัตราการเติบโตในทุกด้านของ SME ไทย ไปจนถึงเหล่า Tech Startup ที่เป็นดาวรุ่งดวงใหม่ซึ่งเกิดขึ้นมากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ย่อมเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า SME และ Startup ไทย มีส่วนสำคัญในฐานะฟันเฟืองหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้ไม่น้อยไปกว่าสถานประกอบการหรือบริษัทขนาดใหญ่เลย
อย่างไรก็ดี จากข้อมูลล่าสุด ยังพบว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการ SME ไทย ส่วนใหญ่ต้องการ คือ เครื่องมือหรือแพลตฟอร์มด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง, แพลตฟอร์มค้าขาย online หรือ E-Commerce เพื่อให้เสริมศักยภาพ เพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน สามารถลดต้นทุนการดำเนินงาน ขยายช่องทางการขาย หรือแม้กระทั่งการขยายฐานลูกค้าและการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ 
ดังนั้น เพื่อติดสปีดให้ SME ไทย และ Tech Startup ของไทย เดินหน้าธุรกิจไปได้แบบไม่สะดุด AIS Business จึงขอเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่จะช่วยผลักดันและสนับสนุนการเติบโตให้กับผู้ประกอบการ SME ด้วย กลยุทธ์การตลาดที่ตอบโจททย์ผู้ประกอบการไทยในทุกมิติ

AIS
(ซ้าย) ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS, (ขวา) นวชัย เกียรติก่อเกื้อ หัวหน้าส่วนงานการตลาดลูกค้าองค์กรและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม AIS

AIS ตอกย้ำภารกิจเป็นคู่คิด เคียงข้าง SME ไทย ด้วยกลยุทธ์สร้างอีโคซิสเตม ดันธุรกิจให้เติบโตได้แบบติดสปีด

ธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS ได้บอกเล่าและเน้นย้ำถึงเหตุผลว่าทำไม AIS จึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุน SME ไทย ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
“เพราะ SME เป็นหนึ่งใน Sector ของภาคธุรกิจที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของประเทศ คือ SME หรือ กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม ที่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการกว่า 3.18 ล้านราย ซึ่งเป็น 1 ในเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันกลุ่ม SME ก็ยังมีส่วนร่วมในการสร้าง GDP ให้กับประเทศถึง 34.2% ดังนั้นการเพิ่มขีดความสามารถให้กับการดำเนินธุรกิจผ่านการทำ Digital Transformation ก็ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ SME มีอาวุธใหม่ๆ ในการสร้างโอกาสและการเติบโตในอนาคตได้อย่างยั่งยืน”
“โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีความเปลี่ยนแปลงใน Landscape ของ SME ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันในฝั่งของผู้วางนโยบาย ที่มีการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือ แอปพลิเคชัน ที่ตอบโจทย์การทำธุรกิจของ SME มากขึ้น เช่น แอปถุงเงิน เป๋าตัง ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคยุคนี้ในการจับจ่ายใช้สอย ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์นี้ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจของ SME ด้วย”
“ต่อมา สิ่งที่ทุกคนเห็น คือ การแข่งขันทางการตลาดที่ดุดันขึ้น มีการแข่งขันที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นใน ร้านค้า หรือบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะฉะนั้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ถ้าใครจับเทรนด์ได้ ธุรกิจก็ย่อมเจริญเติบโตได้ การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของ SME ก็มีตั้งแต่การให้ข้อมูล การโน้มน้าวใจ ให้ลูกค้ามาสนใจในสินค้าและบริการของตน ที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป เพื่อรับกับกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่ค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมา”

AIS

“ขณะที่ SME ก็ต้องเตรียมตัวรับกับ เทรนด์ของลูกค้าที่จะคิดเยอะขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ เพราะก็มีตัวเลือกให้พวกเขาเยอะขึ้น นี่เป็นความท้าทายที่ SME ยังต้องเผชิญอยู่ ปัจจัยเหล่านี้ก็สะท้อนมายังภาคของ SME ด้วย ที่มองหา New way หรือวิธีใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ การสร้างความแตกต่างในการทำการตลาดแบบใหม่ รวมถึงต้องหาวิธีการใหม่ในการที่จะวางแผนต้นทุน ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าขึ้น”
“ด้วยเหตุนี้ เทคโนโลยีหลายตัวจึงเข้ามามีบทบาทในฐานะการเป็นตัวช่วยให้ SME สร้างมิติใหม่ในเรื่องเหล่านี้ โดย AIS ได้เข้ามามีบทบาทในการนำเสนอ เทคโนโลยี ล้ำสมัยให้กับ SME โดยในวันนี้เราคัดเอาเทคโนโลยี 4 ด้าน ที่จะมาช่วยเสริมการทำงานของ SME
1. การทำ Remote Work Social Meeting เพราะในยุคนี้ต้องการการสื่อสารที่เป็น Real time ฉับไว เพื่อให้ SME ติดต่อ เข้าถึง ลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ได้ทุกแพลตฟอร์ม
2. การทำ Digital Marketing จากเดิมที่เป็นการทำการตลาดผ่านตัวกลาง อย่าง Google Search แต่ในวันนี้ อาจต้องหาตัวกลางที่อยู่กับเรา หมายถึง Data ของลูกค้าอยู่กับเรา และทำให้เราเข้าถึงลูกค้าได้ ซึ่งจะเป็นการปลดล็อคจาก One way Digital Marketing แบบเดิม ไปสู่ Multi-way Digital Marketing ได้
3. นำเสนอ E-commerce Platform ที่เป็นประโยชน์กับ SME ที่สามารถสร้างอีโคซิสเตมให้กับวงการ SME ไทย ได้จริง
4. นำเสนอกลไกที่จะตอบสนองตลาด Self-Entrepreneur ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลที่จะเริ่มเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเด็กรุ่นใหม่ก็เลือกเส้นทางที่จะเป็นสตาร์ทอัพกันมากขึ้น
“เพราะฉะนั้นสิ่งที่ AIS วางกลยุทธ์ไว้ก็เพื่อที่จะทำให้เกิด Ecosystem Economy เพราะในโลกของ VUCA World ไม่มีทางที่จะกลับเป็นการทำงานเพียงคนเดียว หรือทำงานองค์กรเดียว Single man show อีกแล้ว แต่ต้องเป็นการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี ซัพพลายเออร์ ผู้ซื้อ ผู้ขาย โลจิสติกส์ ทุกภาคส่วนมีส่วนสำคัญที่จะสร้างอีโคซิสเตมที่สมบูรณ์แบบให้เกิดขึ้นได้ อย่างทุกวันนี้ คนที่ทำธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเหมือนเมื่อก่อน แต่สามารถร่วมงานกับพาร์ทเนอร์เพื่อแบ่งงานที่ต้องทำไปได้”

AIS

“โดย Ecosystem Economy ที่ AIS แบ่งไว้มี 3 แกน แกนแรก คือ Digital Infrastructure ที่ AIS ลงทุนอย่างมากในการสร้าง Infrastructure ที่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น 5G Connectivity หรือการสร้าง Broadband การสร้าง Cloud Platform เพื่อนำสู่การโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลที่สมาร์ทขึ้น โดยใช้จุดแข็งของ AIS ในการที่มี Network 5G ที่ใหญ่และครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย และในแต่ละปี จำนวนลูกค้า 5G ของเราจะเพิ่มเป็นสองเท่าทุกปี”
“นอกจากนั้นในส่วนของ Fiber Broad brand เราก็ได้วางโครงข่ายพื้นฐานไว้ทั่วไทย และเราจะลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายให้ครอบคลุมทั้งในส่วนของครัวเรือน บริษัท รวมถึงทุกหน่วยงานในประเทศไทย ที่ควรต้องมี Digital Connectivity ที่มีประสิทธิภาพ”
แกนที่ 2 ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การสร้างความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม หรือ Cross Industry Collaboration ซึ่งหมายรวมถึง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สตาร์ทอัพสายต่างๆ หรือหน่วยงานที่เป็น Industry Expert เพราะการทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริม SME ต้องทำในหลายมิติ เนื่องจาก SME เป็นภาคส่วนที่มีความซับซ้อน ที่ต้องขับเคลื่อนด้วยหลายเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันไป ซึ่งไม่มีทางที่เราจะเข้าไปลงทุนได้ ถ้าไม่มีพาร์ทเนอร์จากหน่วยงานต่างๆที่กล่าวมา”
“เพราะฉะนั้น นี่จึงมาตอบโจทย์ที่กล่าวไว้ว่า ทำไมเราถึงอยากสร้างอีโคซิสเตมให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ทั้งในฝั่งเทคโนโลยี นั่นคือ ระบบ 5G หรือ Network, Cloud Computing, Cyber Security, Data Analytic, Digital Marketing ยกตัวอย่างในเรื่องของ Data ที่เราอยากเข้าไปทำให้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกับ SME เพราะในอดีต การเข้าถึงเทคโนโลยีในด้านนี้อาจต้องใช้เงินเยอะ แต่ทุกวันนี้เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถเอื้อมถึงได้แล้ว ซึ่งถ้า SME เข้าถึง Data ที่มีประสิทธิภาพได้ และสามารถเดินเข้าสู่เส้นทางการเติบโตของธุรกิจได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกมากนัก”
แกนที่ 3 คือการสร้างบุคลากรคุณภาพ หรือ Human Capital เพราะเราไม่สามารถเดินหน้าไปสู่ความยั่งยืนได้ ถ้าคนไทยไม่มีความสามารถ หรือไม่มีทักษะ ดังนั้น AIS ก็เข้าไปมีส่วนในการทำ Startup Program เพื่อให้ความรู้ การอบรม หรือส่งข่าวสารต่างๆ ให้กับหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตและพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างอีโคซิสเตมของสมรรถนะ หรือ Competency ในประเทศไทย”

“โดย AIS เชื่อมั่นว่าการสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับการทำธุรกิจของ SME ปัจจัยในเรื่อง Digital Infrastructure มีส่วนสำคัญอย่างมาก และถ้ามีการสร้างความร่วมมือร่วมกันแบบข้ามอุตสาหกรรม ก็จะยิ่งเสริมให้อีโคซิสเตมของ SME แข็งแกร่งขึ้นด้วย ยิ่งเมื่อบวกกับศักยภาพของ SME ไทยที่มี Growth Mindset ในการที่จะทำสิ่งใหม่ๆ กล้าที่จะลองผิดลองถูก ล้มแล้วลุกทันที มูฟออนต่อได้ AIS จึงเชื่อมั่นว่า SME ไทยจะเป็นฟันเฟืองหลักที่สามารถขับเคลื่อนอัตราการเติบโตให้เศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน”

SME ไทย

AIS SME ส่งกลยุทธ์ 7S เสริมแกร่ง SME พร้อมจับมือข้ามอุตสาหกรรมกับ FTI สร้าง แพลตฟอร์ม B2B2C e-marketplace ต่อยอดธุรกิจครบวงจร

นวชัย เกียรติก่อเกื้อ หัวหน้าส่วนงานการตลาดลูกค้าองค์กรและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม AIS ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกที่ AIS นำเสนอ เพื่อผลักดันและสนับสนุนการเติบโตให้กับผู้ประกอบการ SME คือ กลยุทธ์ 7S ที่ประกอบด้วย
1. AIS SME Mobile Services บริการโทรศัพท์เพื่อการสื่อสาร
2. AIS SME Internet Services บริการอินเทอร์เน็ต
3. AIS SME Digital Marketing Services เครื่องมือด้านการตลาดออนไลน์
4. AIS SME IT & Digital Solutions พัฒนาระบบไอทีหลังบ้าน
5. AIS SME Full e-Services งานบริการแบบ E-Service ที่อำนวยความสะดวกให้แก่นิติบุคคล
6. AIS SME Special Privileges สิทธิพิเศษที่ทำให้การทำธุรกิจง่ายขึ้นด้วย AIS SME BIZ UP
7. AIS SME Strategic Partnership การผนึกกำลังกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ AIS Business ยังเน้นการสนับสนุน 4 อุตสาหกรรมหลัก SME ได้แก่ การค้า, การผลิต, บริการ, ดิจิทัล/เทคโนโลยี โดย AIS SME ได้จัดทำแพ็คเกจสำหรับผู้ค้า SME ออนไลน์ ให้ได้ใช้แอปถุงเงิน หรือแอป TikTok ในราคาประหยัด, รวมถึงแพ็กเกจ AIS Fiber พร้อมระบบกล้องวงจรปิด เป็นต้น
อย่างการเปิดตัว บริการใหม่ล่าสุด “Yellow B2B2C e-marketplace” โดยความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมระหว่าง AIS และ FTI (สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) สร้าง แพลตฟอร์ม B2B2C e-marketplace ใหม่ล่าสุดที่เร่งส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ให้สามารถต่อยอดธุรกิจทั้งเชิง B2B และ B2C แบบครบวงจร
โดยแพลตฟอร์มนี้จะเพิ่มช่องทางให้ SME พบผู้ซื้อทั้งรายใหญ่และรายเล็กได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่าน www.yellow.co.th ที่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถค้นหาสินค้าและบริการได้ง่ายๆ หรือโพสต์สร้างความต้องการสินค้าหรือบริการ (RFQ Marketplace) เพื่อให้ผู้ขายติดต่อเสนอราคาได้ทันที ขณะที่ ผู้ขายยังสามารถเจรจาธุรกิจไปจนถึงปิดการขายได้ผ่านช่องแชท อีกทั้งยังมีเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจได้ทุกที่ทุกเวลา

SME ไทย

นอกจากนั้น บริการนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ได้เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร เพื่อเชิญชวนและเปิดโอกาสให้สมาชิกของสภาอุตสาหกรรมสามารถใช้บริการนี้ได้ด้วยข้อเสนอพิเศษอีกด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น คุณนวชัย ยังได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงสิทธิพิเศษ ที่ AIS เสนอให้ลูกค้า SME จาก AIS Serenade และ AIS Points รายแรกและรายเดียวในไทย AIS พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้า SME เพื่อรับสิทธิพิเศษได้แบบจัดเต็มเช่นเดียวกับลูกค้าทั่วไป รวมถึงโปรแกรม AIS SME BIZ UP ที่มาพร้อมความพิเศษที่มากกว่า ทั้งการอัพเดตความรู้ เทรนด์ใหม่ๆ ให้กับธุรกิจแบบเอ็กคลูซีฟ ส่วนลดค่าสินค้าและบริการจากพันธมิตร ร้านค้า
ดังเช่น บริการจาก สตาร์ทอัพในกลุ่ม AIS The StartUp ที่เข้ามาส่งมอบบริการให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงได้ในราคาพิเศษ อาทิ ส่วนลดสุงสุด 20% กับบริการขนส่งออนไลน์ Shippop แพลตฟอร์มด้านการขนส่ง ที่ช่วย SME ในเรื่องการบริหารจัดการขนส่งสินค้า หรือการจัดการเอกสารต่างๆ ให้เหมาะสมกับรูปแบบและระยะเวลาที่ต้องการ
หรือแม้แต่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมร้านอาหาร ให้สามารถใช้แพลตฟอร์มบริหารจัดการระบบในร้านอาหารจาก Foodstory ที่จะเชื่อมต่อข้อมูลของทั้งหน้าร้าน การจัดการสต๊อก รวมถึงระบบ CRM ที่ผู้ประกอบการสามารถใช้งานแพลตฟอร์ม Foodstory ได้ในราคาพิเศษอีกด้วย

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคธุรกิจไทย

มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ฯ จับมือ สถาบันพลาสติก-บ.ทานตะวัน เดินหน้า Decarbonization ลดคาร์บอน ก้าวสู่ อุตสาหกรรมสีเขียว

CATL จิ๊กซอว์สำคัญ ดันไทยก้าวสู่ศูนย์กลาง EV แห่งเอเชีย

เมื่อ “ขยะ” คือ ทรัพยากรมีค่า แชร์วิธีจัดการขยะด้วย แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ