4 ปีรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-โคราช เปิดบริการ เชื่อมไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน สร้างระบบการเดินทางไร้รอยต่อ

นอกจากรถไฟฟ้ามากมายหลายสายในกรุงเทพมหานครที่ทยอยเปิดให้บริการอย่างต่อเนื่อง รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ก็มีความคืบหน้าว่าจะส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนเรียบร้อยทั้งหมดภายในเดือนตุลาคมปีนี้ อีกหนึ่งโครงการที่คนไทยอยากรู้ถึงความคืบหน้าคือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา


ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2566 มี รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและจีน กรุงเทพฯ – หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ที่มีระยะทาง 250.77 กิโลเมตร วงเงินโครงการ 179,412.21 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2570
รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มีทั้งหมด 6 สถานี ได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และนครราชสีมา ระยะทางรวม 250.77 กม. มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จ ปี 2569 การก่อสร้างแบ่งเป็น 2 ส่วนได้แก่ 1. การก่อสร้างงานโยธา แบ่งออกเป็น 14 สัญญา ก่อสร้างแล้วเสร็จ 1 สัญญา อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 10 สัญญายังไม่ลงนาม 3 สัญญา 2. สัญญางานระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล จัดหาขบวนรถไฟ และจัดฝึกอบรมบุคลากร ลงนามสัญญา เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2563 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินงานตามสัญญา มีระยะเวลาในการดำเนินงานจำนวน 64 เดือน

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังมีปัญหาอุปสรรคที่ต้องดำเนินการ 5 ประเด็น ได้แก่ 1. การเวนคืน ที่ส่งผลกระทบกับสัญญา ล่าสุดราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน เพื่อดำเนินการก่อสร้าง มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. 2565 เป็นต้นไป 2. การขอพื้นที่จากส่วนราชการ เช่น กรมป่าไม้ กรมชลประทาน และกรมธนารักษ์ ซึ่งได้รับผลกระทบ 7 สัญญา ขณะนี้อยู่ะหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3. สถานีอยุธยา ที่คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกให้พิจารณาย้ายสถานี ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาศึกษาผลกระทบต่อมรดกโลกทางวัฒนธรรม (HIA) แล้ว โดยเริ่มงานเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2565 มีระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน กำหนดแล้วเสร็จวันที่ 24 เม.ย. 2566 4. โครงสร้างร่วมระหว่างโครงการฯ กับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียด ซึ่งคาดว่าจะออกแบบแล้วเสร็จและเริ่มก่อสร้างได้ ภายในต้นปี 2566 และ 5. สถานการณ์โควิดที่กระทบงานระบบ ทำให้งานออกแบบระบบทั้งหมด และขบวนรถไฟงานก่อสร้างและติดตั้ง รวมถึงงานฝึกอบรมบุคลากรและงานถ่ายทอดเทคโนโลยีต้องหยุดชะงัก ล่าสุด ร.ฟ.ท.และคู่สัญญา อยู่ระหว่างตรวจสอบและแก้ไขรายละเอียดต่างๆ คาดว่าจะเดินหน้างานระบบได้ภายในต้นปี 2566

ทั้งนี้ คาดว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน จะนำขบวนรถรุ่น Fuxing Hao (ฟู่ซิงห้าว) CR300AF มาใช้วิ่งให้บริการ แบ่งประเภทที่นั่ง 3 ระดับ ได้แก่ ชั้นหนึ่ง (ที่นั่งแบบเก้าอี้เดี่ยว) ชั้นสอง (ที่นั่งประเภทธุรกิจ) และชั้นสาม ความจุ 600 คน/ขบวน ต่อพ่วงได้ 3-10 คัน/ขบวน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 5 หมื่นคน/ชั่วโมง/ทิศทาง รถไฟสายนี้จะเชื่อมต่อกับ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่จะเสร็จในปี 2572
ขณะที่โครงการฯ ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ระยะทางรวม 357 กม. ได้ออกแบบงานโยธาเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณารายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) ส่วนการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย-สปป.ลาว-จีน ด้วยสะพานข้ามแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้มีการประสานความร่วมมือในรายละเอียดกับทาง สปป.ลาวโดยต่อเนื่อง เท่ากับว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินของ EEC จะเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สร้างระบบโลจิสติกส์ ไทย-ลาว-จีน ให้เป็นหนึ่งเดียว
แม้โครงการฯ ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย จะยังไม่แล้วเสร็จ แต่อีก 4 ปี เมื่อโครงการระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา แล้วเสร็จ การเดินทางจากอู่ตะเภา จ.ระยอง-พัทยา มุ่งสู่โคราชจะง่ายดายและใกล้นิดเดียว