เจาะแผนสร้างความร่วมมือ ม.นานาชาติ ผลิตกำลังคนทักษะสูง ตอบสนองความต้องการของ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ทั่วโลก

ในยุคนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) เป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ชิป (Chip) และเป็นตัวช่วยสำคัญในการผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจในหลายประเทศได้เป็นอย่างดี ทำให้รัฐบาลทั่วโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อจัดการปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของเซมิคอนดักเตอร์ที่ค่อนข้างจำกัด


โดยที่ผ่านมา รัฐบาลหลายประเทศได้ออกกฎหมายและนโยบายที่มุ่งเสริมศักยภาพการผลิตภายในประเทศ เช่น United State CHIPS ACT กฎหมายที่ส่งเสริม อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ของสหรัฐฯ ใน 3 ด้าน
1. สนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อมุ่งให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำในการออกแบบและผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ทันสมัย โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทที่มีค่าใช้จ่ายด้าน R&D
2. สนับสนุนเงินทุนสำหรับจัดตั้งโรงงานที่พัฒนาและผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ ให้กับบริษัทต่างๆ เช่น TSMC ได้ใช้ประโยชน์จากเงินทุนดังกล่าวแล้ว
3. มุ่งพัฒนาบุคลากรในสหรัฐฯ โดยสนับสนุนเงินทุนสำหรับการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะแรงงานให้รองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป และยังได้รับอานิสงส์จากการสร้างงานใหม่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้กับชาวอเมริกัน
นอกจากนั้น ในอีกหลายประเทศ ยังได้วางยุทธศาสตร์ชาติเพื่อตอบสนองภาวะการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ในหลากหลายแนวทาง โดยสาเหตุของภาวะการขาดแคลนนี้เกิดขึ้นจากการระบาดของไวรัสโควิด–19 ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก เซมิคอนดักเตอร์ในบางอุตสาหกรรมไม่เพียงพอ ทำให้การผลิตสินค้าโดยเฉพาะรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ชะลอตัว หลายประเทศจึงออกกฎหมายและวางนโยบายเพื่อสร้างความมั่นคงและเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เช่น
  • สหรัฐอเมริกา ผ่านกฎหมายนวัตกรรมและการแข่งขัน (CHIPS Act) และสนับสนุนเงินลงทุน 52 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อวิจัย ออกแบบ และผลิตชิปภายในประเทศ
  • สหภาพยุโรป ประกาศร่างกฎหมาย European Chips Act งบประมาณ 30 – 50 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อลดการพึ่งพาบริษัทต่างชาติ ป้องกันการเกิดภาวะชะงักงันในห่วงโซ่อุปทาน และขยายส่วนแบ่งในตลาดโลกเป็นร้อยละ 20 ภายในปี 2573
  • จีน ต่ออายุและปรับปรุงมาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการผลิตวงจรรวม โดยยกเว้นภาษีรายได้นิติบุคคลให้กับผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับผู้ผลิตวงจรรวม
  • เกาหลีใต้ ประกาศโครงการ K-Semiconductor Belt เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2573 โดยจะลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน
  • อินเดีย อนุมัติโครงการมูลค่า 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อส่งเสริมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์แบบพิเศษและพัฒนาระบบนิเวศเพื่อให้อินเดียเป็นศูนย์กลางการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
  • ญี่ปุ่น อนุมัติโครงการมูลค่า 6.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อลงทุนด้านการผลิต วิจัยและพัฒนา โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์เป็นสองเท่าภายในปี 2573
ฐานการผลิต Altasia
อย่างไรก็ดี ถ้าพิจารณาในบริบทของประเทศไทย นอกจากจะมีการส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ยังมีการวางแผนพัฒนาบุคลากรทักษะสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และภารกิจด้านนี้มี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นผู้เดินหน้าในภารกิจนี้ ซึ่งล่าสุดได้มีการจัดทำหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ ปริญญาตรี-โท ร่วมกับ มหาวิทยาลัยต่างประเทศหลายแห่ง
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.
โดยล่าสุด ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เปิดเผยว่า
“ปัจจุบัน เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ ที่ใช้แพร่หลายในชีวิตประจำวัน เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ยานยนต์สมัยใหม่ รวมถึงอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ที่ต้องอาศัย AI คาดว่าความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ”
“ขณะที่ประเทศต่างๆ ก็เข้ามาแข่งขันในการลงทุนด้านการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ ประเทศในยุโรป จีน เกาหลีใต้ ขณะที่ประเทศไทย ก็มีการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ แต่โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนการประกอบและทดสอบ (assembly and testing) และเริ่มมีในส่วนของการออกแบบ (IC Design) บ้าง แต่ยังขาดในส่วนการผลิต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของเซมิคอนดักเตอร์”

“ทว่า ปัญหาสำคัญของการลงทุนใน อุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ คือ การลงทุนค่อนข้างสูงและความต้องการกำลังคนที่มีทักษะสูงค่อนข้างมาก ดังนั้น สำหรับประเทศไทย หากจะให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพัฒนากำลังคนในด้านนี้ที่มีคุณภาพ ให้มีปริมาณมากพอ เพื่อสร้างความมั่นใจในการลงทุน ทั้งการดึงดูดการลงทุนจากนอกประเทศและสร้างการลงทุนในประเทศ”
“ด้วยเหตุนี้ กระทรวง อว. จึงสั่งการให้มีการแสวงหาความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยในต่างประเทศและภาคอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำทั้งในและนอกประเทศเพื่อให้เกิดการผลิตกำลังคนด้านนี้ให้รวดเร็วและมีปริมาณมากพอ”
ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว.
โดย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. ได้อัปเดตถึงการเดินหน้าภารกิจผลิตกำลัคนตอบสนองความต้องกาคของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์นี้ว่า
“ขณะนี้ มีมหาวิทยาลัยไทย 9 แห่ง ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เกษตรศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ม.ขอนแก่น ม.สงขลานครินทร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ให้ความสนใจในการทำหลักสูตรในการผลิตกำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่อง”
“โดยได้มีการร่วมหารือกับ มหาวิทยาลัยชั้นนำ 6 แห่งของไต้หวัน ที่มีการเรียนการสอนและทำวิจัยร่วมกับภาคเอกชน ในด้านเซมิคอนดักเตอร์รวมทั้ง Taiwan Semiconductor Manufacturing Company หรือ TSMC บริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อร่วมมือกันจะมีทั้งการผลิตกำลังคนและงานวิจัย”

“ทั้งนี้ ในการผลิตกำลังคนจะมีการจัดทำหลักสูตรในระดับ ปริญญาตรี ปริญญาโท ด้าน Semiconductor ร่วมกัน โดยมหาวิทยาลัยไทยจะใช้วิธีการ Higher Education Sandbox ในการพัฒนาหลักสูตร ที่ไม่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานอุดมศึกษา เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการผลิตบัณฑิตให้ตอบสนองต่อการผลิตคนที่มีคุณภาพที่มีปริมาณมากและรวดเร็ว”
“โดยตั้งเป้าให้มีนักศึกษาที่มีศักยภาพสูงในโปรแกรมไม่น้อยกว่า 200 คน/ปี ในสาขาที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ด้านเครื่องมือ ด้านวัสดุ ด้านการออกแบบ IC ด้านกระบวนการผลิต ด้านการทดสอบและแพ็กกิ้ง เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปีต่อเนื่อง”

และนอกจากหลักสูตรในระดับปริญญาแล้ว มหาวิทยาลัยไต้หวันบางแห่งจะช่วยในการดำเนินการจัดฝึกอบรมระยะสั้นให้แก่ บุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยไทย เพื่อเพิ่มพูนทักษะในด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ขณะเดียวกัน ก็จะส่งเสริมให้นักศึกษาไทยได้มีโอกาสในการฝึกปฏิบัติงานใน บริษัท Semiconductor ชั้นนำของโลกที่ไต้หวัน รวมถึงส่งเสริมให้นักวิจัยไทย ได้ทำวิจัยร่วมกับนักวิจัยของไต้หวันทางด้าน Semiconductor เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการวิจัยและพัฒนาในด้านนี้ด้วย
ทั้งนี้ เชื่อว่า ด้วยการวางยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังคนด้านนี้ไว้อย่างชัดเจนนี้ จะช่วยสร้างความพร้อมให้กับประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ที่เป็นอุตสาหกรรมขั้นสูงและมีความสำคัญในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างแน่นอน

อัปเดตการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายในแต่ละด้าน

ความก้าวหน้าของ ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ในไทย เกิดขึ้นได้ด้วยความพร้อมของทุกฝ่าย

โควิด-19 ยังไม่จากเราไป ต้องวาง ‘นโยบายพัฒนากำลังคน’ อย่างไร? ถึงตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน