ผ่านมาแล้วกว่าครึ่งปี เราต่างได้เห็นสถานการณ์โลกที่เกิดขึ้นทั้งในแง่ดีและในแง่ที่น่าเป็นห่วง ดังนั้นเพื่อให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่ความตระหนักรู้และเตรียมรับมือกับความท้าทาย เราขอนำสรุปเนื้อหาคลิปรายการ “ฟ้าใส By ศิริวรรณ” ที่ได้รับเกียรติจากอาจารย์ทวีสุข ธรรมศักดิ์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ มาร่วมพูดคุยและวิเคราะห์สถานการณ์โลกให้ได้รับชมและรับฟังแบบกระจ่างชัดในภาพใหญ่ ซึ่งอาจารย์ทวีสุขได้เตือนให้ตระหนักรู้ถึงความท้าทายในเรื่องต่อไปนี้
1. ความขัดแย้งทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศที่ไม่อาจใช้กรณีศึกษาจากอดีตเมื่อ 30- 40 ปีที่แล้วมาอธิบายได้ เพราะครั้งนี้จะเป็นความท้าทายในระดับที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและรากฐานของโลกสู่รอบใหม่ของ NWO: New World Order
2. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างด้านเศรษฐกิจและการเงินของโลก
3. อิทธิพลจากเทคโนโลยีที่ครอบงำผู้คนด้วยสื่อผ่านนวัตกรรม จนผู้คนแยกไม่ออกว่าอันไหนจริง อันไหนเท็จ… ผู้คนจึงเลือกเสพสื่อที่สอดคล้องกับความเชื่อเดิมๆ ของตน… ละทิ้งการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของข่าวแบบเป็นวิทยาศาสตร์ที่ปราศจากอคติของความเชื่อ
***ความขัดแย้ง ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศอยู่คู่กับมนุษย์เสมอมาหลายศตวรรษ… การทำสงครามที่ได้ผลโดยลงทุนน้อยที่สุด… คือ การสร้างความขัดแย้งภายในประเทศ, ภายในกลุ่มเชื้อชาติ, ภายในกลุ่มความเชื่อ… ผ่านการฑูตและหลักสูตรการศึกษา… ปั่นหัวให้คนในกลุ่มแตกแยก เกลียดชังกัน และรบราฆ่าฟันกันเอง… เช่น เกาหลีเหนือ/เกาหลีใต้, จีน/ไต้หวัน, กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง… โดยกลุ่มอำนาจเหนือโลก “Elite Power” ที่ไม่สังกัดประเทศใดๆ
***การทำสงครามระหว่างประเทศ ในตอนนี้คือ สงครามระหว่างรัสเซียกับอเมริกาและนาโต… โดยใช้ ยูเครนเป็นสมรภูมิรบ ทำสงครามตัวแทน (Proxy war)… ด้วยการสนับสนุนเงินทุนให้ยูเครนนำไปซื้ออาวุธกับบริษัทค้าอาวุธในเครือข่ายของ Elite Power... เช่น Lockheed Martin, Raytheon
จนตอนนี้ยูเครนสิ้นชาติไปแล้ว… BlackRock บริษัทที่สนับสนุนเงินกู้เพื่อทำสงครามตัวแทนให้แก่ยูเครนต้องทำสัญญาให้ประชาชนชาวยูเครนทั้งประเทศรับผิดชอบใช้หนี้ร่วมกันแบบหนี้ที่ไร้ความเสี่ยง : Risk-free debt แล้ว… หากไม่มียูเครนบนแผนที่โลกจะชดใช้หนี้กันอย่างไร?

ประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียไม่ได้ทำสงครามตามแบบอย่างที่อเมริกาทำ คือระดมใช้อาวุธโจมตีคู่ต่อสู้ให้ย่อยยับ แล้วบุกเข้าไปจับผู้นำประเทศ (เช่นในสงครามกับ ประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซนแห่ง อิรัก) แล้วประกาศชัยชนะ…ขนเอาทองคำและทรัพยากรของผู้แพ้สงครามไปเป็นของตน
แต่ปูตินได้เรียนรู้จากตอนถูกอเมริกาทำแซงค์ชัน (ทำสงครามทางเศรษฐกิจ) เมื่อตอนผนวกเอาแหลมไครเมีย ปี 2014 ว่า… อเมริกาประเทศเดียวได้ใช้ดอลลาร์เป็นอาวุธ… สร้างวงจรเกิดดับ (Boom- bust Cycle) บนเศรษฐกิจไปทั่วโลก
ปูตินจึงสร้างกระดานสงครามใหม่… ให้อเมริกามาเล่นบนกระดานของตน… ด้วยการทำสงครามกับยูเครน ที่หนุนหลังโดยอเมริกาและนาโต… แบบลากยาว… ให้อเมริกา หรือ The West ต้องใช้งบประมาณในการทำสงครามไปเรื่อยๆ… จนเศรษฐกิจและค่าเงินดอลลาร์อ่อนแอ
เพราะรัสเซียรู้ว่า… อเมริกาขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศด้วยหนี้พันธบัตร (US Treasuries) ที่ทำให้สามารถพิมพ์ดอลลาร์ออกมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ… ตราบใดที่ประเทศทั่วโลกยอมเป็นเจ้าหนี้ (ซื้อ US Treasuries)
ตั้งแต่ช่วงเกิดโรคระบาด (Pandemic 2020- 2022)… ธนาคารกลางคือผู้ซื้อหลักของ US Treasuries จนทำให้งบดุล (Fed’ s balance sheet) ขยายใหญ่หลายล้านล้านดอลลาร์… นั่นเป็นเพราะประเทศทั่วโลกเริ่มไม่มีใครซื้อ US Treasuries

ตอนนี้อเมริกาขายหนี้ไม่ได้… Fed จึงต้องขึ้นดอกเบี้ยแบบไม่หยุด… เพื่อให้
1. ผลตอบแทนค่าเงิน (Yield) ดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาซื้อพันธบัตรระยะสั้นไม่เกิน 1 ปี (T- bill: Treasury bill)… ที่ได้รับอานิสงส์จากการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed
2. จากข้อ 1. ทำให้เงินฝากจากธนาคารที่ได้ดอกเบี้ยเพียง 0.5%- 1.0% ไหลออกไปหา T- bill (ดอกเบี้ยสูงกว่า 5%)… จนเกิด Bank run
ตอนเกิดวิกฤตทางการเงินปี 2008… ได้มีกฎหมายการกำหนดราคาสินทรัพย์ตามราคาตลาดในขณะนั้นๆ (Mark to market)… ทำให้เมื่อดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น… US Treasuries ที่อายุเกิน 1 ปีต้องมีราคา (Bond price) ลดลงเรื่อยๆ… ถ้าต้องขายออก ณ ราคาที่ถูก (Mark to market) … หากไม่ต้องการขายแบบขาดทุนก็ต้องเก็บเอาไว้ขายตอนครบกำหนด (Maturity) ด้วยราคาตามหน้าตั๋ว (Par value)… แต่
– ธนาคารเกิด Bank run จึงขาดสภาพคล่อง (เพราะผู้คนแห่ถอนเงินออก)… จำเป็นต้องขายออก US Treasuries ที่ธนาคารถือไว้ด้วยราคาขาดทุน… และต้องพากันทยอยล้มละลายลงไปหลายธนาคารแล้ว
– Fed แก้เกมด้วยการเปิดช่องทางพิเศษให้ธนาคารมากู้เงินโดยตรงกับ Fed โดยใช้หลักประกัน (Collaterals) เป็น US Treasuries คิดราคาตามหน้าตั๋ว ไม่ต้อง Mark to market (นั่นคือ Fed ปล่อยเงินกู้เกินราคาหลักประกัน; Fed พิมพ์เงินเพิ่ม ขณะที่ยังทำ QT: Quantitative Tightening ไปด้วย)
***สงครามรัสเซีย-ยูเครน ไม่ได้เป็นการโค่นล้มดอลลาร์ให้หายไปจากโลก… แต่เป็นการทำให้ดอลลาร์ และอเมริกาอ่อนแรงลงไปเรื่อยๆ…
รัสเซียใช้เทคโนโลยีทางอาวุธยิงถล่มยูเครนด้วย “ลูกยาว” ไปเรื่อยๆ ทำให้ The West ต้องสนับสนุนเงินทุนซื้ออาวุธเข้ามาให้ยูเครนแบบ “ถมไม่เต็ม”
***ประธานาธิบดีสีแห่งจีน… ได้ประกาศสงครามใหญ่ (ทางเศรษฐกิจ) กับอเมริกา… เมื่อปลายปีที่แล้ว ที่กรุงริยาร์ด ซาอุดิอาระเบีย… ด้วยการร่วมลงนามค้าขายน้ำมันและพลังงานด้วยสกุลเงินหยวน (Yuan)… อย่าลืมว่าซาอุดิอาระเบียคือผู้หนุนให้ดอลลาร์เป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลกที่แข็งแกร่ง ด้วยการประกาศให้การซื้อขายน้ำมันต้องทำผ่านสกุลเงินดอลลาร์เท่านั้น (ปี 1973 สมัย President Nixon)… สร้างความต้องการในดอลลาร์ไปทั่วโลก
จีน…ไม่ต้องการให้หยวนมาแทนที่ดอลลาร์ในฐานะเงินสำรองหลักของโลก… จึงกำลังมีการสร้าง “ค่ากลาง” ในกลุ่มสกุลเงินของ BRICS (Brazil, Russia, India, China, South Africa)… ในระหว่างที่ระบบยังไม่สมบูรณ์ ก็ให้ค้าขายกันโดยใช้สกุลเงินท้องถิ่นของแต่ละประเทศ ไม่ต้องใช้ดอลลาร์
***การทำอภิมหาแซงค์ชันของอเมริกาต่อรัสเซีย… ไม่ได้ผลในการทำลายเศรษฐกิจของรัสเซีย… เพราะ รัสเซียเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) รายใหญ่และส่งออกไปทั่วโลก… จึงสามารถสร้างเงื่อนไขให้จ่ายค่าสินค้าด้วยสกุลเงินรูเบิลของรัสเซีย… ไม่ง้อดอลลาร์
***หลายประเทศทั่วโลกกล้าเอาใจออกห่างดอลลาร์… เพราะมองเห็นถึงความอ่อนแอทั้งทางเศรษฐกิจที่เคยยิ่งใหญ่และกำลังทหาร ที่ตอนนี้อเมริกาไม่พร้อมสำหรับการเปิดสงครามพร้อมกันในหลายสมรภูมิ และกลุ่มตะวันออกก็ต้องการค้าขายกันมากกว่าการทำสงคราม
เยอรมันกำลังจะปลดแอกประเทศออกจากอเมริกา… ผ่านการใช้พลังประชาชนม เลือกผู้นำใหม่ที่ไม่เอา อเมริกา… แทนผู้นำคนปัจจุบันที่แกล้งทำตัวเป็นหุ่นเชิดให้อเมริกา (Puppet)
นาโตจะแตกแยกเพราะปัญหาความขัดแย้ง ทั้งทางเศรษฐกิจ, เงินเฟ้อ ข้าวของแพง, และเศรษฐกิจตกต่ำ
อิสราเอลเริ่มไม่กล้าลุย เพราะถูกทะลวงปราการ “Iron dome” ด้วยพายุจรวดราคาถูกของชาวปาเลสไตน์และมุสลิม… ยิ่งตอนนี้มีการร่วมมือกันกับอิหร่าน (และซาอุดิอาระเบีย) แล้ว… อิสราเอลจึงโดดเดี่ยวและสุ่มเสี่ยงที่จะถูกทำให้หายไปจากแผนที่โลก
***ให้ระวังสมรภูมิเอเชียแปซิฟิคที่เกาหลีเหนือ ซึ่งหนุนหลังโดยจีน, รัสเซีย, อิหร่าน… มีความพร้อมมากที่สุดในโลกที่จะเริ่มทำสงครามกับเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่น
หากสงครามเกิดขึ้น กองเรือที่ 7 ของอเมริกา… ที่ดูแลเขตแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในสงคราม
หากกองเรือที่ 7 ถูกขีปนาวุธจมลง… นั่นหมายถึงการจมลงไปพร้อมกับ US Dollar… จนอาจนำไปสู่ ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation)

***คนไทยและประเทศไทยต้องเตรียมการรับสถานการณ์สงครามเอาไว้ล่วงหน้า (แม้ภาวนาไม่ให้เกิด)… เพราะทะเลจีนใต้และเอเชียแปซิฟิกเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า Supply chains ที่สำคัญของโลกทั้งอาหารและพลังงาน
หากเกิดข่าวลือทำให้ประเทศไทยเกิด Bank run เกิดฉากทัศน์ธนาคารล้มละลาย… เราจะต้องวางแผนเอาตัวรอดอย่างไร?..
ความท้าทายเรื่องเทคโนโลยี… มีไม่กี่บริษัทเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลเหนือโลก… โดยไม่ได้สังกัดประเทศใด… เทคโนโลยีสามารถควบคุมชีวิตผู้คนแบบ By unit (หน่วยควบคุม) ได้แล้ว… เพราะการใช้ชีวิตในแต่ละวันของเราอยู่ภายใต้การกำหนดของเจ้าของเทคโนโลยี (Elite Power) ผ่านนวัตกรรมต่างๆ… จนทำให้เราแยกแยะข้อมูลจริง-เท็จไม่ได้…
ผู้คน 30% ของโลก มองไม่เห็นอนาคต รายได้ไม่พอกับรายจ่าย และไม่สามารถคิดหาวิธีที่จะออกจากระบบได้อย่างไร?
ถ้าเกิดสงครามก็ยิ่งจะทำให้เพิ่มความอดอยากที่นอกเหนือไปจากเงินเฟ้อบนรายได้ที่ไม่อาจเพิ่มขึ้น…
เพราะนี่คือการใช้เทคโนโลยีในขบวนการสร้างความขัดแย้ง แตกแยก บนความทุกข์ยาก… ทำลายความหวังของผู้คน เพื่อไปสู่ระบบใหม่ที่ชีวิตผู้คนจะถูกควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ
(สรุปจากบทสัมภาษณ์อาจารย์ทวีสุข ธรรมศักดิ์ วันที่ 31 พฤษภาคม 2023)
ที่มา : รายการ ฟ้าใส by ศิริวรรณ เสนอทาง 1025RTAFRadio ในหัวข้อ “ความท้าทายที่กำลังรออยู่” โดย อ.ทวีสุข ธรรมศักดิ์
อ่านบทวิเคราะห์เศรษฐกิจและ สถานการณ์โลก ในอีกหลากหลายมุมมองเพิ่มเติม
หลี่เฉียง : จีนจะสร้างพลวัตที่แข็งแกร่ง หนุนเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
ถอดรหัส “เดนมาร์ก” ทำไมถึงมี “ขีดความสามารถในการแข่งขัน” สูงที่สุดในโลก
เหตุผลของการเติบโตทางเศรษฐกิจในรัสเซีย ที่มากกว่าการใช้ทรัพยากรและเวลา














