การตลาดดิจิทัลมาแรง แต่ถ้าหวังแค่กระแสก็อาจจะสูญเงินฟรี

การศึกษาวิเคราะห์เทรนด์การค้ายุคใหม่ของ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. พบว่า มูลค่าการใช้จ่ายด้านโฆษณาดิจิทัลทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรใช้โฆษณาดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้า สร้างการรับรู้และเพิ่มแรงกระตุ้นในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของผู้บริโภค


โฆษณาดิจิทัล นับเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยในปี 2564 มีการใช้จ่ายด้านโฆษณาดิจิทัลทั่วโลกอยู่ที่ 5.225 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 8.358 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2569 สอดคล้องกระแสตลาดโฆษณาดิจิทัลในประเทศไทยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งในช่วงก่อนและหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยข้อมูลผลสำรวจมูลค่างบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลของประเทศไทยประจำปี 2565 จากสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) (DAAT) ร่วมกับบริษัท คันทาร์ (ประเทศไทย) จำกัด พบว่า ประเทศไทยมีมูลค่าการใช้จ่ายด้านโฆษณาโดยรวมมากถึง 25,729 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 4 จากปีก่อนหน้า และคาดการณ์ว่าการใช้จ่ายด้านโฆษณาดิจิทัลจะเติบโตร้อยละ 7 จนมีมูลค่า 27,481 ล้านบาท ในปี 2566

ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามการลงทุนในแต่ละช่องทางการลงโฆษณาบนสื่อดิจิทัลในไทย พบว่า ช่องทางโฆษณาบนสื่อดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรกในปี 2565 ได้แก่
1) Meta (Facebook และ Instagram) 8,748 ล้านบาท
2) YouTube 3,546 ล้านบาท
3) สังคมออนไลน์ (Social) 2,209 ล้านบาท
4) วิดีโอออนไลน์ (Online Video) 2,162 ล้านบาท
5) โปรแกรมค้นหา (Search) 1,650 ล้านบาท
นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังพบว่า การใช้เงินโฆษณาบนช่องทาง TikTok ในปี 2565 มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีมูลค่าการโฆษณาอยู่ที่ 1,048 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 189 จากปีก่อนหน้า
ตัวเลขการเติบโตที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นว่า ในยุคที่การตลาดดิจิทัลมีความสำคัญและมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการประกอบธุรกิจนั้น โฆษณาดิจิทัลได้กลายเป็นช่องทางสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและสร้างแรงกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการทำการตลาดผ่านช่องทางนี้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากโฆษณาดิจิทัลไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ แต่ยังมีความยืดหยุ่นทั้งในด้านต้นทุนและระยะเวลาในการสร้างโฆษณา นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถใช้ประโยชน์จากโฆษณาดิจิทัลได้เพิ่มเติม อาทิ การนำข้อมูลผลตอบรับหรือยอดขายที่ได้จากการทำโฆษณามาวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคและวางแผนเพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การโฆษณาดิจิทัลที่เหมาะสมกับธุรกิจและกลุ่มลูกค้า จึงเป็นการยกระดับศักยภาพในการแข่งขันของตนเองให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

Digital marketing

อย่างไรก็ตาม Digital marketing เป็นช่องทางที่ไม่เลือกผู้ใช้งาน ใครก็สามารถทำการตลาดนี้ได้ ดังนั้นจะเห็นว่ามีผู้ประกอบการมากหน้าหลายตาที่ปรากฎเป็นช่องทางออนไลน์มีทั้งเชื่อถือได้และเชื่อถือไม่ได้ หลายสินค้าทุ่มเงินไปจำนวนมาก เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายจริง แต่ไม่ดึงดูดให้เกิดความสนใจ หรือเกิดความภักดีในแบรนด์ สุดท้ายก็กลายเป็นสูญเงินเปล่า ดังนั้นการทำการตลอดออนไลน์ จึงควรควบคู่ไปกับการทำการตลาดออฟไลน์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถืออีกทางหนึ่ง เป็นการแสดงถึงการมีตัวตนที่ชัดเจนต่อกลุ่มผู้บริโภค
ประกอบกับการทำตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน ผู้ประกอบการหลายคนมุ่งแค่ทำตามกระแส โดยขาดความเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่มีการจัดเก็บฐานข้อมูลผู้บริโภคอย่างถูกต้อง กำหนดกลุ่มเป้าหมายผิดพลาด เลือกช่องทางการสื่อสารที่ผิด กลายเป็นจุดอ่อน การเพิ่มทักษะดิจิทัลเป็นข้อจำกัดแรกที่ทุกบริษัทต้องเรียนรู้ ว่ามีวิธีการใช้งานยังไงและสามารถนำมาปรับใช้กับกลยุทธ์ทำการตลาดได้แบบไหนบ้าง ช่วงเวลาการลงโพสต์ รูปแบบการสื่อสาร การดูแลรักษาเว็บไซต์ และอื่นๆ อีกมากมาย 
Digital marketing
ขณะเดียวกัน Digital marketing เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นนักการตลาด ขาย Content ของตัวเองได้ไม่ว่าจะมีเงินลงทุนเยอะหรือน้อย กลายเป็นพื้นที่ที่ใครก็สามารถทำโฆษณาได้ ไม่ว่าหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ เป็น “ทะเลเลือด” ต้องห้ำหั่นกันแบบใครดีใครอยู่ และถ้าเกิดมีลูกค้าสักรายไม่พอใจสินค้า การติดแฮชแท็ก ตั้งกระทู้ หรือแชร์ต่อก็เป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการต้องวางแผนรับมือไว้เหมือนกัน
แม้การตลาดดิจิทัลจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากธุรกิจต้องการอยู่รอดในอนาคต แต่การก้าวเข้าไปแบบมีกลยุทธ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน