การอุดมศึกษาในยุค Thailand 4.0 ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และแนวคิดข้ามวัฒนธรรมที่เป็นกระแสใหญ่ในบริบทโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะองค์ความรู้เรื่องหุ่นยนต์หรือ Robotics ที่เป็นแนวโน้มใหม่ในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งมีการนำแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหุ่นยนต์มาประยุกต์ใช้ในหลากหลายสาขาวิชา
ดังที่ ภู เอี่ยมเจริญยิ่ง (2560) ได้กล่าวถึงการจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับหุ่นยนต์เอาไว้ว่า ตลาดหุ่นยนต์จะเติบโตมาก เหตุผลหลักก็มาจากการพัฒนาของเทคโนโลยีที่รวดเร็วและมีความต่อเนื่อง ถ้ามนุษย์มีเครื่องมือที่ดีขึ้นคือหุ่นยนต์ ก็จะช่วยทุ่นแรงและเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น เราจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อเพิ่มผลผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายในการทำงาน สิ่งเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และจะสามารถเข้าถึงต้นทุนที่ต่ำกว่า โดยมีการทำงานด้วยกระบวนการที่ได้ผลและมีความฉลาดมากกว่าเดิม สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลายๆ ประเทศทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะเขาเห็นว่านี่คือหัวใจของการแข่งขันในอนาคต ทุกวันนี้ ประเทศชั้นนำต่างๆ จึงได้หันมาสนับสนุนการศึกษาเรื่องหุ่นยนต์ เรื่องการเขียนโปรแกรม และ STEM (Science Technology Engineering Mathematics) แบบเต็มที่ โดยที่นำวิชาเหล่านี้มาสอนในโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถม
ยังไม่นับเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone Technology และเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ หรือ Automatic Cars และเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ หรือ 3D Printing (2017) ซึ่งจัดเป็นหุ่นยนต์อุตสาหกรรมประเภทหนึ่ง หมายถึง กระบวนการซึ่งใช้สร้างวัตถุสามมิติโดยมีการวางชั้นของวัสดุต่อๆ กันภายใต้การควบคุมของคอมพิวเตอร์ วัตถุเหล่านี้มีหลายรูปทรง อาทิ รูปทรงเรขาคณิต ที่มีหลักการทำงานเหมือนกับเทคโนโลยีพิมพ์ 2 มิติ ที่มีการพิมพ์ในแนวระนาบหรือแกน X และแกน Y โดยเพิ่มในส่วนของแกน Z เข้าไปทำให้เกิดมิติที่ 3 ขึ้นในการพิมพ์

สอดคล้องกับ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (2559) ที่ได้กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาช่วยในการวิเคราะห์ทางการเงินหรือที่รู้จักกันชื่อ FinTech ว่า FinTech เป็นคำผสมระหว่าง Financial + Technology ที่มีความหมายตรงตัวว่า เทคโนโลยีทางการเงิน ในอนาคต FinTech จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนระบบการเงินแห่งยุคดิจิตอล โดยการเติบโตของ FinTech ทั่วโลกจะนำไปสู่การพัฒนาบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ขึ้นมากมาย โดยเฉพาะบริการในกลุ่มธุรกรรมการเงินหลัก 3 กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคทั่วไป ได้แก่ธุรกรรมที่เกี่ยวกับการชำระเงิน/โอนเงิน การบริหารการเงินส่วนบุคคล และการให้สินเชื่อและเงินทุน ซึ่งในปัจจุบันสามารถพบเห็นตัวอย่างรูปแบบบริการทางการเงินโดย FinTech ที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักระดับโลกในแต่ละกลุ่มธุรกรรมการเงินหลัก อาทิ บริการ Robo-advisor ช่วยให้กลุ่มผู้มีรายได้ทั่วไปสามารถเข้าถึงบริการช่วยวางแผนทางการเงินและการลงทุนได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ที่อายุน้อยและมีความสนใจในเทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากมีจุดเด่นด้านค่าธรรมเนียมการใช้บริการที่ต่ำจากการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการดำเนินงานเป็นหลักจึงช่วยลดต้นทุนในการเปิดสาขาและจ้างบุคลากรจำนวนมากดังเช่นในกลุ่มผู้ให้บริการดั้งเดิม อีกทั้งยังมีการกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำไว้น้อย หรือไม่มีการกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ ส่งผลให้บริการด้านการลงทุน/ที่ปรึกษาทางการเงินนั้นไม่จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผู้มีรายได้สูงเช่นในอดีตอีกต่อไป
สอดคล้องกับ จักรกฤษณ์ สิริริน (2560) ที่ได้กล่าวถึงความหมายของเทคโนโลยี Web 4.0 เอาไว้ว่า ความหมายของ Web 1.0 (ค.ศ.1990-ค.ศ.2000) ซึ่งคือยุคเริ่มต้นของ Web ที่มีลักษณะ Broadcasting หรือ One-way Communication มาจนถึงยุค Web 2.0 (ค.ศ.2000-ค.ศ.2010) คือห้วงเวลาปัจจุบันของ Social Network ส่วน Web 3.0 (ค.ศ.2010-ค.ศ.2020) หรือ Semantic Web จะมีลักษณะการทำงานในลักษณะเครือข่ายเชิงอรรถศาสตร์ หรือ Semantic Network อาทิ Intelligent Agent หรือ Semantic Search และ Web 4.0 (ค.ศ.2020-ค.ศ.2030) คือ Symbiotic Web หรือเว็บไซต์ที่ทำงานแบบ Artificial Intelligence (AI) หรือปัญญาประดิษฐ์ ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วคือการทำงานของโปรแกรม Siri ใน iPhone

โดยในยุคปัจจุบัน เป็นยุค Web 3.0 (ค.ศ.2010-ค.ศ.2020) หรือยุค Semantic Web ได้มีการนำ Semantic-based Knowledge Management มาประยุกต์ใช้งาน ซึ่งเป็นแนวคิดของ John Davies, Marko Grobelnik และ Dunja Mladenic (2009) ในหนังสือชื่อ Semantic Knowledge Management: Integrating Ontology Management, Knowledge Discovery, and Human Language Technologies ที่ได้กล่าวว่า ภารกิจหลักของ Semantic-based Knowledge Management คือการได้มาซึ่งความรู้ในเชิงลึก หรือ Deep Knowledge โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการนำองค์ความรู้เฉพาะสาขา หรือ Domain Knowledge ไปใช้งาน โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ยุค Web 4.0 แล้ว Semantic-based Knowledge Management เป็นสารตั้งต้นสำหรับการสร้างฐานความรู้สำหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Ontology ซึ่งหมายถึง รูปแบบองค์ความรู้เฉพาะสาขา หรือ Domain Knowledge มีองค์ประกอบจากความรู้สองส่วนคือ วิศวกรความรู้ หรือ Knowledge Engineers และ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง Domain Experts เป้าประสงค์ของ Ontology คือการนำความรู้เฉพาะสาขาไปสร้างเป็นฐานความรู้เพื่อประยุกต์ใช้ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่หลากหลาย โดยเทคโนโลยี วิศวกรรมความรู้ หรือ Knowledge Engineering ซึ่งมีหน้าที่พัฒนาระบบ รวบรวม จัดเก็บ และแบ่งปันองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา นำไปประยุกต์เข้ากับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต หรือ Web 4.0 เพื่อเป็นการจัดการความรู้สำหรับการเรียกใช้งานได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น และมีความเป็นอัตโนมัติมากขึ้น โดยในปัจจุบัน มีโปรแกรมภาษาที่ใช้ในการพัฒนา Ontology เพื่อให้สามารถแบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูลบน Web หลายตัว อาทิ มาตรฐาน OWL หรือ Web Ontology Language มาตรฐาน RDF หรือ Resource Description Framework ภาษา XML หรือ Extensible Markup Language และมาตรฐานการอ้างอิงข้อมูล URI หรือ Uniform Resource Identifier และทุกวันนี้ สถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างน้อยสองแห่งได้สร้างเครื่องมือสำหรับสนับสนุนการพัฒนา Ontology คือโปรแกรม Protege ของ Stanford University และโปรแกรม Hozo ของ Osaka University
ภารกิจที่แท้จริงของอุดมศึกษา
ในปัจจุบัน แม้ว่าภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จะมี 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ทว่า ในบริบทโลกยุค 4.0 สถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยในภาพใหญ่ จำเป็นต้องเร่งสร้างภารกิจใหม่ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานและคุณภาพใหม่ที่มหาวิทยาลัยต้องหันมาให้ความสำคัญกับภารกิจแฝงในรูปของการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ก้าวหน้ามาเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจหลัก 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม โดยนำเสนอในรูปขององค์ความรู้ใหม่แก่สังคมด้วยการปรับประยุกต์ใช้นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการจัดการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีหุ่นยนต์ หรือ Robotics Technology ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone Technology และเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ หรือ Automatic Cars อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ หรือ 3D Printing (2017) รวมทั้งต้องมีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่โดยคำนึงถึงแนวคิด FinTech หรือเทคโนโลยีทางการเงิน ผนวกกับทฤษฎีเกี่ยวกับ Web 4.0 หรือ Symbiotic Web อันมี Semantic-based Knowledge Management หรือ การจัดการความรู้เชิงอรรถศาสตร์ เข้ามาบูรณาการในการบริหารจัดการการศึกษายุค 4.0 หลักใหญ่ใจความก็คือ อุดมศึกษา 4.0 จะไม่กลายเป็นอุดมศึกษาสาขาวิชาที่ถูกลืม ได้ก็ต่อเมื่อต้องมีการพิจารณาเสริมภารกิจใหม่ในด้านนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารผนวกเข้าไปในภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จะมี 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม ซึ่งหมายถึง ต้องมีการผลิตบัณฑิต 4.0 การวิจัย 4.0 การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม 4.0 และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม 4.0 ด้วยการแทรกเสริมภารกิจแฝงในรูปของการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เข้ามาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยนอกจากจะสอดคล้องกับบริบทโลกยุค 4.0 สถาบันอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยในภาพใหญ่แล้ว ยังสอดคล้องกับวลีที่ว่า เมื่อโลกไม่ใช่ใบเดิม: การปรับตัวครั้งใหม่ของมหาวิทยาลัยจะต้องเกิดขึ้น อีกด้วย
บทสรุป
ภารกิจที่แท้จริงของการอุดมศึกษาไทย คือการผลิตบัณฑิต 4.0 การวิจัย 4.0 การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม 4.0 และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม 4.0 ซึ่งต้องเร่งแทรกเสริมภารกิจแฝงในรูปของการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเข้าไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทโลกยุค 4.0 และการศึกษา 4.0 ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีหุ่นยนต์ หรือ Robotics Technology เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone Technology เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ หรือ Automatic Cars เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ หรือ 3D Printing เทคโนโลยีทางการเงิน หรือ FinTech ทฤษฎี Web 4.0 หรือ Symbiotic Web โดยใช้ Semantic-based Knowledge Management เข้ามาช่วยในการจัดการความรู้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นให้บุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาในยุคการศึกษา 4.0 คลี่คลายแนวความคิดจากกรอบเกณฑ์เดิมที่เคยทำมาและกำลังดำเนินการอยู่ ไปสู่การปรับตัวครั้งใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะสถาบันอุดมศึกษาคือศูนย์รวมทางวิชาการ เป็นธงนำสังคม และเป็นรากฐานความนึกคิดของประเทศซึ่งเป็นสิ่งที่สถาบันอุดมศึกษาสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมานำเสนอเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าของประเทศ เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดหรือมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ขึ้นในบ้านเมือง โดยเฉพาะยุค Thailand 4.0 โลกใบนี้ ไม่ใช่โลกใบเดิมอีกต่อไป และเพื่อให้สอดคล้องกับยุคการศึกษาไทย 4.0 ที่ถือว่าเป็นยุคที่เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ที่ประเทศไทยต้องมองผลิตภาพในลักษณะที่ตามให้ทันและก้าวไปข้างหน้านั่นเอง
เอกสารและสิ่งอ้างอิง
- จักรกฤษณ์ สิริริน. 2560. Semantic-based Knowledge Management: การจัดการความรู้เชิงอรรถศาสตร์. ค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2560. จาก www.okmd.tv/blogs/semantic-based-knowledge-management-การจัดการความรู้เชิงอรรถศาสตร์.
- จีระ หงส์ลดารมภ์. 2559. แนวคิดคลื่นลูกที่ 3. ค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2560.
จาก www.naewna.com/view/columntoday/24691. - ไพฑูรย์ สินลารัตน์. 2559. การศึกษา 4.0 เป็นยิ่งกว่าการศึกษา. วิทยาลัยครุศาสตร์. มหาวิทยาลัย
ธุรกิจบัณฑิตย์. - ภู เอี่ยมเจริญยิ่ง. 2560. PROJECT LAB น้องใหม่หุ่นยนต์ไทย. คอลัมน์พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว. นิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์. เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1300. ประจำวันที่ 28 เมษายน 2560.
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. 2559. FINTECH กับรูปแบบบริการทางการเงินที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป. ค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2560. จาก http://marketeer.co.th/archives/79585
- สุวิทย์ เมษินทรีย์. 2559. Thailand 4.0. ค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2560.
จาก www.drborworn.com/articledetail.asp?id=16223. - สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2558. สพฐ.พร้อมเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2560. จาก www.obec.go.th/news/58375.
- สำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา. 2558. คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา. สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา.
- Case, Steve. 2016. The Third Wave: An Entrepreneur’s Vision of the Future. (152-154).
New York: Simon&Schuster. - Davies, John. Grobelnik, Marko and Mladenic, Dunja. 2009. Semantic Knowledge Management: Integrating Ontology Management, Knowledge Discovery, and Human Language Technologies. USA. Springer.
- Easton, David. 1965. A Systems Analysis of Political Life. (67-75). New York: Wiley.
- Toffler, Alvin. 1980. The Third Wave. (Introduction). New York: William Morrow and Co.
- Wikipedia. 2017. 3D Printing. ค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2560. https://th.wikipedia.org/wiki/การพิมพ์_3_มิติ.














