Swiftonomics พลังทัวร์คอนเสิร์ตของ Taylor Swift ส่งผลกระทบด้านบวกต่อเศรษฐกิจอย่างไร

ความสำเร็จอันน่าทึ่งของ Eras Tours ทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกของ Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์) นักร้องซูเปอร์สตาร์ นักแต่งเพลงเพลงป๊อปและเพลงคันทรีชาวอเมริกัน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด โดยธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve หรือ FED เป็นหน่วยงานหลักที่ทำหน้าที่ดูแลนโยบายการเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา) เน้นย้ำให้เห็นถึงผลบวกของคอนเสิร์ตนี้ในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ที่จัดขึ้นถึง 3 ครั้งว่าทำให้รายได้ของโรงแรมในเมืองพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ของโควิด-19


Taylor Swift Eras Tours
ต้องขอบคุณ Eras Tours ของ Taylor Swift ซึ่งประกอบด้วยทัวร์คอนเสิร์ต 131 ครั้ง ใน 17 รัฐของสหรัฐอเมริกาและ 5 ทวีปทั่วโลก ได้รับความสนใจจาก FED เนื่องจากผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่นนั้นๆ โดยทัวร์คอนเสิร์ตนี้สามารถดึงดูดแฟนๆ ของ Taylor Swift ได้หลายแสนคนให้เดินทางยังเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจโรงแรมอย่างมาก โดยเฉพาะในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นรัฐบ้านเกิดของเธอ
“แม้ว่าการท่องเที่ยวในภูมิภาคโดยรวมจะฟื้นตัวอย่างช้าๆ แต่เดือนพฤษภาคมเป็นเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับรายได้โรงแรมในเมืองฟิลาเดลเฟียตั้งแต่เริ่มเกิดโรคระบาด โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการหลั่งไหลของผู้เข้าชมคอนเสิร์ต Taylor Swift ในเมืองนี้นั่นเอง” รายงาน FED ระบุ
Taylor Swift แสดงคอนเสิร์ต 3 ครั้ง ที่ลินคอล์น ไฟแนนเชียลฟิลด์ ในวันที่ 12, 13 และ 14 พฤษภาคม 2566 และเธอกลับมาที่รัฐเพนซิลเวเนียในกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อแสดงที่เมืองพิตต์สเบิร์ก

Taylor Swift

จากข้อมูลของ Booking.com ระบุว่าราคาโรงแรมเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากความคาดหมายของทัวร์ในบางเมืองรวมถึงในพิตต์สเบิร์ก มินนีแอโพลิส และแคนซัส ซิตี้ อัตราการเข้าพักโรงแรมในเทศมณฑลแอลลิเกนี ซึ่งรวมถึงในพิตต์สเบิร์ก เข้าใกล้ 100% ระหว่าง Eras Tour และแพลตฟอร์มการจองโรงแรมล่มเนื่องจากปริมาณการเข้าชมเว็บที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หน่วยงานรัฐบาลให้เครดิต Taylor Swift ในการส่งเสริมธุรกิจในท้องถิ่น เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของเมืองซินซินเนติ รัฐโอไฮโอได้ให้เครดิตเธอและ Eras Tour ที่ช่วยให้โรงแรมใจกลางเมืองมีรายได้ 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และโรงแรมรอบๆ เทศมณฑลแฮมิลตัน มีรายได้ประมาณ 2.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

Taylor Swift

Taylor Swift

Julie Calvert ประธานและซีอีโอของกลุ่มการท่องเที่ยว Visit Cincy กล่าวในแถลงการณ์ว่า “ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ Taylor Swift สร้างขึ้นนั้นน่าประหลาดใจ เมื่อแฟนๆ เดินทางมาจากที่ไกลๆ เพื่อเข้าชมคอนเสิร์ตของเธอ ทำให้โรงแรมขายห้องหมดเกลี้ยง และทำให้ร้านอาหาร รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นคึกคักและมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ อิทธิพลของเธอที่มีต่อการท่องเที่ยวเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของเธอในการดึงดูดผู้ชมและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง”
ขณะที่เมื่อเดือนที่แล้ว Select Chicago องค์กรด้านการท่องเที่ยวและการตลาดอย่างเป็นทางการของชิคาโกกล่าวว่าวันหยุดสุดสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายนได้ทำลายสถิติการเข้าพักโรงแรมของเมืองชิคาโกเป็นที่เรียบร้อยแล้วโยทำให้โรงแรมในชิคาโกกว่า 44,000 ห้องถูกจองเต็ม ทำรายได้รวมกันกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต้องขอบคุณกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการแสดงของ Taylor Swift ที่ขายตั๋วหมดเกลี้ยงด้วย

คอนเสิร์ต Taylor Swift

สุดสัปดาห์นี้ ทัวร์ของ Taylor Swift มีกำหนดจะไปที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด และมีการประมาณการจากสถาบันคอมมอนเซนส์ (องค์กรวิจัยที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดที่อุทิศตนเพื่อการคุ้มครองและส่งเสริมเศรษฐกิจของโคโลราโด) ว่า คอนเสิร์ตนี้จะสร้างรายได้ 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของรัฐ เมืองนี้คาดว่าจะมีแฟนเพลงของเอประมาณ 75,000 คน เข้าชมคอนเสิร์ตที่ขายบัตรหมดเกลี้ยงทั้งสองคอนเสิร์ต และรายงานระบุว่าอาจนำไปสู่การใช้จ่ายโดยตรงของผู้บริโภคมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว
เพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงขนาดของคอนเสิร์ตในเมืองเดนเวอร์ที่กำลังจะมีขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ รายงานนี้เน้นย้ำว่าการแสดงคอนเสิร์ต Eras Tour สองครั้งจะสร้างยอดขายตั๋วได้ประมาณ 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเท่ากับ 63% ของยอดขายตั๋วทั้งหมดที่จัดขึ้นในปี 2565 ที่ Red Rocks Amphitheatre (อัฒจันทร์กลางแจ้งที่สร้างขึ้นในโครงสร้างหินทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกา) สถานที่จัดคอนเสิร์ตที่มีชื่อเสียง

คอนเสิร์ต Taylor Swift

“ยอดทัวร์คอนเสิร์ตในสหรัฐอเมริกาของ Taylor Swifts สามารถสร้างการใช้จ่ายของผู้บริโภครวมได้ถึง 4.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าจีดีพีของ 35 ประเทศ!”
ข้อมูลจาก Pollstar กลุ่มติดตามคอนเสิร์ต แสดงให้เห็นว่า Eras Tour ทำรายได้ไปแล้วกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีราคาตั๋วเฉลี่ยมากกว่า 250 ดอลลาร์สหรัฐฯ คาดการณ์ว่าจะทำรายได้แตะ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีหน้า ซึ่งตอนนี้ทัวร์คอนเสิร์ตของเธอได้เพิ่มรอบในภูมิภาคอื่นๆ ของโลกโดยเฉพาะในยุโรปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นหากสหรัฐอเมริกาจะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่หลายคนกังวลได้ อาจต้องขอบคุณ Taylor Swift และแฟนเพลงที่เหนียวแน่นของเธอ ที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ Swiftonomics เช่นนี้ ซึ่งก็คาดหวังว่าจะเกิดขึ้นกับเมืองอื่นๆ ทั่วโลกที่จะมีคอนเสิร์ต Eras Tour ด้วย

ทั้งนี้ ในภาพรวมอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตเป็นธุรกิจที่เฟื่องฟู โดยมีผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกเข้าร่วมการแสดงสดในแต่ละปี อุตสาหกรรมคอนเสิร์ตจึงมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกและคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ในขณะที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมนี้จะสามารถเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น และสร้างโอกาสมากขึ้นสำหรับศิลปินและสถานที่จัดคอนเสิร์ตต่างๆ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
คอนเสิร์ตเป็นส่วนสำคัญของวงการเพลงและมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับแฟนๆ ด้วยการทำความเข้าใจแนวโน้มและสถิติในปัจจุบันของอุตสาหกรรม เราสามารถเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรมคอนเสิร์ตได้ดียิ่งขึ้น
ด้าน Kently Insights รายงานรายรับทั่วโลกของอุตสาหกรรมการโปรโมตคอนเสิร์ตและงานอีเวนต์มีมูลค่า 175.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯใน 216 ประเทศ

ที่มา :