บทบันทึกเส้นทางและประสบการณ์การรื้อสร้างการศึกษา (ตอนที่ 4) ปฐมบทในเส้นทางรื้อสร้างการศึกษา-สร้างคนรับการลงทุนยุคใหม่!!!

ปฐมบทของการรื้อสร้างการศึกษา-การพัฒนาคนสู่โลกใบใหม่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 เกิดจากการเข้าไปมีส่วนร่วมขับเคลื่อนกฎหมาย “เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” หรือ อีอีซี ซึ่งหลังจากกฎหมาย อีอีซี ผ่านสภาฯและประกาศใช้ ก็ได้รับมอบหมายให้ช่วยงานปรับสร้างกำลังคนในการพัฒนาสนับสนุนการลงทุนยุคใหม่ในโลกอุตสาหกรรม 4.0 ที่เป็นเป้าหมายในการเปิดรับการลงทุนของประเทศ!


กฎหมายการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดคือ ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา โดยตรากฎหมายขึ้นเป็น “พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” หรือ อีอีซี ประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อ 16 พฤษภาคม 2561 ยุค พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งการสร้างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี ขึ้นก็เพื่อเร่งยกระดับ-ปรับประเทศให้ก้าวทันโลกที่กำลังเคลื่อนสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ในกระแสที่นวัตกรรม-เทคโนโลยีมีพัฒนาการไปไกลมากอยู่ทุกขณะ!
โดยสภาพประเทศไทยช่วงเวลานั้น เพิ่งผ่านความขัดแย้งรุนแรงในสังคมบ้านเมืองต่อเนื่องมายาวนานจนเกิดการรัฐประหารครั้งที่ 13 เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ต่อมาได้ยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ขึ้นจัดให้เลือกตั้งใหม่ โดยหลังเลือกตั้งครั้งนั้น รัฐบาลได้มีนโยบายเปิดพื้นที่การลงทุนกระตุ้นสร้างเศรษฐกิจ เปิดรับความก้าวหน้าของเทคโนโลยียุคใหม่ผ่านการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี
อีอีซี
เขตพัฒนาพิเศษฯนี้มีเป้าหมายการพัฒนา 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเปิดสู่อุตสาหกรรมใหม่ 5 กลุ่ม และยกระดับพัฒนาอุตสาหกรรมเก่า 5 กลุ่ม เพื่อปรับฐานให้เท่าทันนวัตกรรม-เทคโนโลยีการผลิตและบริการยุคใหม่ ที่ต้องเร่งก้าวออกจากโลกเก่าของอุตสาหกรรมไทยที่ยังหยุดอยู่ที่ยุค 2.0!!!
นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมุ่งยกระดับปรับตัวทางเศรษฐกิจ มุ่งปรับสร้างพื้นฐานการพัฒนาเชื่อมกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและก้าวหน้า การเปิดพื้นที่การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ อีอีซี เป็นการปรับเปลี่ยนสำคัญให้ก้าวสู่ความก้าวหน้าใหม่คู่ไปกับการสะสมความรู้-ทักษะ-สมรรถนะโดยรวมด้านเทคโนโลยี-นวัตกรรมหลากมิติ ปรับสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดให้ทันโลก!
การเปิดประตูรับเอาเทคโนโลยีการผลิต-บริการกระตุ้นสร้างเศรษฐกิจระนาบใหม่นั้น จำเป็นต้องปรับฐานความรู้-สมรรถนะให้เท่าทันนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงที่เปิดรับเข้ามา หมายถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์-การพัฒนาคนด้านความรู้-ทักษะ-สมรรถนะ-และการจัดการปรับฐานของระบบการศึกษาให้เข้าสู่โลกยุค 4.0 นั้น เป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นยิ่ง! ซึ่งต้องเร่งปฏิบัติการให้รวดเร็ว-ฉุดดึงการศึกษาไทยที่ถูกกดจมอยู่ในโลกของระบบเก่าขึ้นมาให้ได้!!!

ด้วยเหตุว่า การศึกษา-การผลิตบุคลากรบนฐานของระบบการศึกษาไทยมีกระบวนระบบการผลิตบุคลากรที่ตอบโจทย์การทำงาน-โครงสร้างขององค์กรในการผลิตและบริการยุคที่ใช้คนเป็นหลัก ทั้งจากแรงงานและสติปัญญาที่ขับเคลื่อนองค์กรและเศรษฐกิจโดยรวม ขณะที่โลก 4.0 ใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรมการสื่อสารเป็นกลไกสำคัญในแพลตฟอร์มการผลิตและบริการทดแทนการใช้แรงงาน รวมทั้งงานที่เกี่ยวกับฐานข้อมูล-การประมวลผล-การสื่อสารเป็นหลัก!
การปรับตัวเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงนี้ต้องอาศัยทักษะ–ความรู้-ความชำนาญ-และระบบมาตรฐานจากภาคอุตสาหกรรมที่มีการพัฒนาปรับตัวอย่างต่อเนื่อง มาเปลี่ยนปรับเข้าแทนระบบความรู้-ทักษะ-สมรรถนะโดยรวม ที่มีการจัดการเรียนการสอนอยู่ในระบบการศึกษาทุกระดับของประเทศ จึงจะขับเคลื่อนสร้างความก้าวหน้าได้จริง!
ประสบการณ์การสร้างการเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มต้นที่ “การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ” จากกลุ่มบุคลากรและสถาบันที่เปิดกว้างรับรู้ถึงสภาพที่การศึกษากำลังถูกดิสรัปชั่น! โดยกระตุ้นสร้างความเข้าใจให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของการผลิตและบริการในโลกใบใหม่ปัจจุบัน และโครงสร้างเศรษฐกิจวันนี้ที่ต่างไปจากโลกเศรษฐกิจในวันเก่าๆ ที่ผ่านมา!

เป็นกระบวนการทำงานที่มุ่งสร้างความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงและแนวทางที่จะเคลื่อนสู่อนาคต! เพื่อเปิดประตูสถาบันการศึกษา-สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงสถาบันการศึกษากับภาคการผลิตจริง-โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เชื่อมถึงกัน….เชื่อมเปิดประตูโรงเรียนเข้าหาโรงงาน!
เปิดพื้นที่การพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงการงานในสนามหน้างานจริง-ในโรงงาน ทำความเข้าใจร่วมกันถึงการเปลี่ยนแปลงทักษะ-ความรู้-การงานยุคใหม่ มุ่งดึงประสบการณ์ในระบบงานและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในภาคการผลิต-การบริการจริง มาปั้นสร้างความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ ประสบการณ์ สร้างกระบวนการเรียนรู้ใหม่ให้กับภาคการศึกษาอย่างต่อเนื่อง นี่คืองานก้าวแรกที่ขับเคลื่อนเปิดประตูนี้ออก!
กลุ่มความรู้-ทักษะ-สมรรถนะแรกที่เปิดประตูคือ กลุ่มวิทยาลัยเทคนิค ระดับอาชีวะ กับ กลุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์ ระดับอุดมศึกษา ที่มีจุดหมายปลายทางในการทำงานกับระบบการผลิต ที่วันนี้กำลังเปลี่ยนจากโรงงานยุคเก่าสู่โรงงานระบบอัตโนมัติ โรงงานอัจฉริยะ ที่ใช้หุ่นยนต์ แขนกล ฐานการจัดการข้อมูลที่เชื่อมกันด้วยอัลกอริทึมที่มีการจัดการข้อมูล-ประมวลผลเชื่อมต่อกันทั้งระบบ ในระบบการผลิตที่เปลี่ยนวัตถุดิบเป็นสินค้าหรือชิ้นส่วนต่างๆ ฯ
กลุ่มงานนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปมากจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี-นวัตกรรม-การสื่อสารยุคใหม่ ซึ่งต้องวางรากฐานทักษะ-ความเข้าใจในการปรับสมรรถนะใหม่  ต้องปรับสร้างการศึกษา-คน-ทรัพยากรมนุษย์ในฐานที่เป็นแก่นแกนการลงทุนและขับเคลื่อนความก้าวหน้าสู่อนาคตต่อไป!

สร้างการศึกษา

วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมชั้นสูง และช่างเทคนิคยุค 4.0 ต้องปรับสมรรถนะ-ปรับฐานทักษะใหม่! ซึ่งแน่นอนว่าสถาบันการศึกษาที่เคยชินปิดตัวอยู่บนยอดปิรามิดหรืออยู่ในถ้ำ! จำเป็นต้องเปิดประตูทำงานกับภาคอุตสาหกรรมอย่างจริงจังทั้งกลุ่มการผลิตและบริการ ไม่เช่นนั้นการศึกษาก็จะถูกทำลายล้างจากระบบการผลิตบุคลากร ที่มีการจัดการเรียนการสอนคนละทิศละทางกับโลกที่เป็นจริง-ไร้ทักษะทำงานได้จริง! สร้างผลลัพธ์เป็นความสูญเปล่ามากมหาศาลที่เวิ้งว้างไร้ทิศทางของระบบการศึกษาและการพัฒนาคนที่ผ่านมา! นี่คือนัยสำคัญว่าทำไมต้องปรับสร้างการศึกษากันใหม่อย่างจริงจัง!!!
การลุยงานนี้เป็นการขยับขับเคลื่อนสร้างงานจากศักยภาพและเครือข่ายที่มีอยู่เฉพาะตัวก่อสานขึ้นอย่างรวดเร็ว  ภายใต้แรงบันดาลใจที่มุ่งสร้างบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง รวมทั้งประสบการณ์ที่สัมผัสเห็นถึงความล้มเหลว-ไร้อนาคตของระบบการศึกษาไทย! โดยมีเพื่อนพ้องน้องพี่จากสถาบันการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมมากมายที่เห็นดีเห็นงาม ปวารณาตัวเข้าร่วมก่อร่างสร้างฐานการเปลี่ยนแปลงยกระดับปรับฐานรื้อสร้างการศึกษา-การพัฒนาคน ให้มีทิศทางตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าใหม่ที่ตั้งเป้าไว้
เราจึงเคลื่อนไปข้างหน้าร่วมกัน “Think Globally….. Act Locally” เป็นปฐมบทการขับเคลื่อนรื้อสร้างการศึกษาสู่โลกใบใหม่ ที่มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรยุคใหม่ในเวลาต่อมา

 

 

เรื่อง : Apichartology


ต้นแบบการปรับสร้างการศึกษาแบบใหม่

การศึกษา: ความรู้คืออำนาจ – แต่อำนาจไม่ใช่ความรู้!!!

บทบันทึกเส้นทางและประสบการณ์การรื้อสร้างการศึกษา (ตอนที่ 3) ค้นหาเป้าหมายปลายทาง: ปฏิบัติการสร้างการศึกษา-สร้างคนในคลื่นความเปลี่ยนแปลงใหม่!!!