นโยบายส่งเสริม Soft Power ของเกาหลีใต้ นับวันยิ่งแข็งแกร่ง จากจุดเริ่มต้นความบันเทิง ละคร เพลง ขยายสู่ตลาดเครื่องสำอางและความงาม ต่อเนื่องจากละคร ดารา นักร้อง มาถึงในเรื่องของอาหารที่ถูกสอดแทรกเข้าไป เช่น หมูสามชั้นย่าง ต็อกป็อกกี ไก่ทอด จาจังยอน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โซจูและกิมจิ เป็นต้น ผลักดันการท่องเที่ยวให้คนตามรอย เป้าหมายต่อไปคือผลักดัน K-content ออกสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้น
ถึงเวลา Soft Power ของไทย จะต้องขับเคลื่อนอย่างยั่งยืนแบบเกาหลีใต้ เหตุมีความหลากหลายไม่แพ้กันสามารถสอดแทรกอาหารไทย นาฎศิลป์ไทย มวยไทย นวดแผนไทย ผ้าไทย เครื่องหอมและสมุนไพรไทย งานเทศกาลสงกรานต์ ลอยกระทง ทั้งในหนัง ซีรีส์ และร่วมมือกับเกาหลีใต้ในการขับเคลื่อนได้ด้วย
รายงานจาก สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ถึงนโยบายการส่งเสริม Soft Power ของเกาหลีใต้ จะเน้นในเรื่องของสื่อและความบันเทิง ทั้งละคร เพลง ต่อมาเป็นเครื่องสำอางและความงาม ที่เป็นเรื่องต่อเนื่องจากละคร ดารา นักร้อง ที่คนมักจะนิยมเครื่องสำอางและสไตล์การแต่งหน้าแบบเกาหลี จากนั้นเมื่อเสพสื่อประเภทต่างๆ แล้ว ก็มาถึงในเรื่องของอาหารที่ถูกสอดแทรกเข้าไป เช่น หมูสามชั้นย่าง ต็อกป็อกกี ไก่ทอด จาจังยอน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โซจและกิมจิ เป็นต้น และสุดท้ายเป็นเรื่องการท่องเที่ยวที่ผลักดันให้สถานที่ถ่ายทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนต้องมาตามรอย

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน รัฐบาลเกาหลีใต้ยังได้ตั้งเป้าหมายผลักดัน K-content ออกสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าผลักดันผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ตลาดสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร เช่น การจัดงาน K-Content Expo เร่งขยายศูนย์บริการธุรกิจต่างประเทศของ Korea Creative Content Agency (KOCCA) เพิ่ม 5 แห่ง เป็น 15 แห่งในปี 2566 เพื่อสนับสนุนการขยาย K-content มีแผนการสนับสนุนการ์ตูนบนเว็บ บริการสตรีมมิ่งออนไลน์และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิต และมีแผนต่อยอดจากการเติบโตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ที่มีอิทธิพลในเชิงบวกต่อการส่งออกของอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น สินค้าอาหาร แฟชั่น ความงาม เครื่องใช้ในบ้าน และไอที เช่น การเปิดเผยชื่อสินค้าที่อยู่ในสื่อบันเทิง หรือคอนเสิร์ตต่างๆ
นอกจากนี้ รัฐบาลเกาหลีใต้ยังมีนโยบายส่งเสริม Soft Power ในด้านต่างๆ ได้แก่ การสนับสนุน K-Content ออกสู่ตลาดต่างประเทศ การส่งเสริมการท่องเที่ยวในปี 2566การเพิ่มมูลค่ามรดกทางวัฒนธรรม การขับเคลื่อนการพัฒนาภูมิภาคโดยวัฒนธรรม การเข้าถึงวัฒนธรรมสำหรับผู้ด้อยโอกาสทางสังคม และผลักดัน K-Sports รวมทั้งยังมีแผนสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัปให้มีความเข้มแข็ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ก็มีแผนที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการในรูปแบบต่างๆ เพิ่มขึ้น ทั้งในการพัฒนา K-content การท่องเที่ยว และการส่งเสริมวัฒนธรรม

โดยตั้งเป้าในปี 2570 จะมีศูนย์บริการธุรกิจในต่างประเทศของ Korea Creative Content Agency (KOCCA) ถึง 50 สาขา ยอดจำหน่ายของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะเพิ่มขึ้นจาก 137 ล้านล้านวอนในปี 2564 เป็น 200 ล้านล้านวอน ยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยวที่ได้รับอิทธิพลจาก K-content จะเพิ่มขึ้นจาก 4.66 พันล้านเหรียญสหรัฐเป็น 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะมีผู้ชื่นชอบกระแส K-Wave เพิ่มเป็น 360 ล้านคนทั่วโลก ขนาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเพิ่มมูลค่าจาก 108 ล้านล้านวอน เป็น 180 ล้านล้านวอน และจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก 5 ล้านคน เพิ่มเป็น 30 ล้านคน จะขยายรายการมรดกโลกได้ถึง 65 แห่ง ซึ่งจะส่งผลดีต่อกระแส Korean wave การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของเกาหลี ขยายตลาดอุตสาหกรรมกีฬาจาก 5 ล้านล้านวอนถึง 100 ล้านล้านวอน

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กล่าวถึงรายงานการส่งเสริม Soft Power ของเกาหลีใต้ ที่มุ่งส่งเสริมให้เกิดความต้องการในการบริโภคสินค้าและบริการ และเป็นปัจจัยในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ ซึ่งประเทศไทยมีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่มีศักยภาพที่สามารถนำไปใช้เป็น soft power ให้โดดเด่นได้ในหลายสินค้าและบริการ เช่น อาหารไทย นาฎศิลป์ไทย มวยไทย การนวดแผนไทย ผ้าไทย เครื่องหอมและสมุนไพรไทย งานเทศกาลต่างๆ เช่น งานสงกรานต์ งานลอยกระทง รวมถึงการผลิตภาพยนตร์และซีรีย์ต่างๆ ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมในหลายประเทศควรที่จะสอดแทรกวัฒนธรรมไทยสินค้าและบริการไทยลงในคอนเทนต์ต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้สินค้าและบริการไทยไปสะดุดสายตาชาวโลกให้เพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ ในการส่งเสริมและพัฒนา Soft Power ในระยะแรก อาจจะต้องมีการลงทุนในการสร้างความรับรู้และภาพลักษณ์แก่ผู้บริโภคในต่างประเทศ โดยภาครัฐควรที่จะมีนโยบายระยะยาวที่ชัดเจน และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ในการส่งเสริม เผยแพร่ และผลักดัน Soft Power ของไทยให้ติดตลาดและเป็นกระแสสากลและเพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนสามารถผลักดันสินค้าและบริการไทยได้อย่างยั่งยืน และนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป

สำหรับความร่วมมือระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ สามารถที่จะร่วมมือกันในหลากหลายรูปแบบ เช่น ระหว่างภาคเอกชนกับเอกชน โดย Soft Power ของไทยมีชื่อเสียงในหลายด้าน เช่น เกม สื่อบันเทิง อาหาร วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในการแข่งขันระดับตลาดโลก โดยการร่วมมือระหว่างกัน เช่น การร่วมมือกันผลิตคอนเทนต์โดยใช้จุดเด่นจากทั้งสองประเทศมารวมกัน หรือการร่วมมือข้ามอุตสาหกรรมเพื่อสร้าง New Industry ให้กับไทยได้ เช่น การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการท่องเที่ยว เป็นต้น
ทั้งนี้ เกาหลีใต้มีแผนที่จะจัดงานแสดงสินค้าและบริการ K-EXPO THAILAND 2023 ในเดือนตุลาคม 2566 ที่ประเทศไทย ผ่านการดำเนินงานของ KOCCA ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเพื่อผลักดันการส่งเสริม K-Content ในต่างประเทศ จึงจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับไทยและเกาหลีใต้ในการร่วมมือระหว่างกัน และเกาหลีใต้ ยังมีงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Busan Film Festival และงานเกมส์ G-Star ซึ่งผู้ประกอบการไทยก็มีโอกาสในการเข้าร่วมงานดังกล่าว











