‘9 ราชมงคล’ ผนึกกำลังครั้งใหญ่ สร้างอีโคซิสเตมด้านนวัตกรรม หนุนผู้ประกอบการไทย

เมื่อเอ่ยถึง 9 ราชมงคล นอกจากจะคิดถึงแหล่งผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ ที่ตอบโจทย์สถานประกอบการมาอย่างยาวนานแล้ว ชื่อเสียงของ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ยังโดดเด่นในด้านการคิดค้นนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคประกอบการ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนานด้วย


มาในวันนี้ กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) หรือ 9 ราชมงคล จัดงานใหญ่ เพื่อตอกย้ำถึงภารกิจในการเป็น “มหาวิทยาลัยของผู้ประกอบการ” โชว์ความสำเร็จด้านการพัฒนากำลังคนจากการคัดเลือก บ่มเพาะ และเคลื่อนย้ายกำลังคนไปทำงานร่วมกับสถานประกอบการเพื่อการพัฒนานวัตกรรม ในงาน “มหกรรมนวัตกรรมการทำงานของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลร่วมกับภาคประกอบการ ครั้งที่ 2” ณ โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด ประธานคณะกรรมการที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี)
รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด ประธานคณะกรรมการที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เป็นประธานเปิดงานมหกรรมนวัตกรรมการทำงานของกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลร่วมกับภาคประกอบการ ครั้งที่ 2 (The 2nd RMUT-TRM Day) ที่จัดขึ้นในวันที่ 25 – 26 ก.ค. 2566 ณ โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
โดยในงานนี้มีอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง 9 แห่ง ผู้แทนหน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัยด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ผู้แทนสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ สถานประกอบการ และนักวิจัยผู้มีศักยภาพของกลุ่ม มทร. เข้าร่วมงานกว่า 300 คน
รศ.ดร.สมหมาย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า งานมหกรรมนวัตกรรมฯ ครั้งที่ 2 RMUT-TRM DAY เป็นงานแสดงผลผลิตและนวัตกรรม การทำงานร่วมระหว่างนักวิจัยของ มทร. และสถานประกอบการ ดำเนินการภายใต้แพลตฟอร์มบริหารจัดการทรัพยากร ผู้มีศักยภาพของกลุ่ม มทร. เพื่อปฏิรูประบบการพัฒนากำลังคนของประเทศ หรือ TRM-PLUS  ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)

โดยก่อนหน้านั้น สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ผลักดันนโยบาย “ONE RMUT” ของ มทร. จึงเกิดแนวคิดในการพลิกโฉมกลุ่มมหาวิทยาลัย สร้างกลไกใหม่ของการบริหารจัดการทุนวิจัยร่วมกันของคณะกรรมการร่วมจากทั้ง 9 มทร. ภายใต้การกำกับของ ทปอ. มทร. ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการทุกระดับ
โดยเมื่อปี 2022 ที่มีการเปิดตัวนโยบาย ONE RMUT ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิด RMUT EXPO พร้อมกล่าวให้เห็นถึงศักยภาพของ 9 ราชมงคล ว่า
“มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ถือว่าเป็นฟันเฟื่องสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ มาตลอดระยะเวลา 47 ปี นับจากมีการก่อตั้งวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาขึ้น ด้วยการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งในระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา ที่เพียบพร้อมด้วยทักษะปฏิบัติสมรรถนะสูงเข้าสู่ตลาดแรงงาน และสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต สถานประกอบการ และสังคม”
“และความคาดหวังต่อกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ในการที่จะขยายผลการปรับเปลี่ยนบทบาทภายในของกลุ่มมหาวิทยาลัย ในการพลิกโฉมแนวทางการผลิตกำลังคนยุคใหม่ ไปสู่การเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการองค์กรอุดมศึกษาแก่มหาวิทยาลัยอื่นๆ ในประเทศไทย และหวังจะได้เห็นผลลัพธ์จากการแปลงวิสัยทัศน์ และเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ไปสู่การขับเคลื่อนสังคมตามความเชี่ยวชาญของแต่ละมหาวิทยาลัย และการใช้ทรัพยากรร่วมกันภายใต้แนวคิดของ ONE RMUT”
ดังนั้น มาในครั้งนี้ รศ.ดร.สมหมาย ได้สรุปถึงความสำเร็จของการรวมพลัง 9 ราชมงคล ผลักดันให้เกิดนวัตกรรมที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจว่า
“ภาพรวมทั้งหมดมีอาจารย์ นักวิจัยจากกลุ่ม มทร. 418 คน ไปทำงานร่วมกับสถานประกอบการ 135 แห่ง เปิดโอกาสให้นักศึกษา 255 คน ได้เรียนรู้และฝึกทักษะจากปัญหาและความต้องการจริงของสถานประกอบการ มีการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ในสถาบันอาชีวศึกษา 74 คน รวมถึงมีนักวิจัยชาวต่างชาติร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศสู่สถานประกอบการไทย 11 คน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และวัสดุต้นแบบ ปรับปรุงระบบบริหารจัดการธุรกิจและอุตสาหกรรม ปรับปรุงและพัฒนาเครื่องจักรและสร้างเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ยกระดับคุณภาพชีวิต ปรับปรุงมาตรฐานการผลิตและผลิตภัณฑ์ และสร้างโอกาสทางแข่งขันเชิงพานิชย์ร่วมกับนักวิจัยชาวต่างชาติ ในสาขาอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรม 12 S-curves ได้แก่ การพัฒนาการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม ดิจิทัล และการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” 
รศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิติพิชญ์
ด้าน รศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ ภูมิกิติพิชญ์ ประธานคณะกรรมการโครงการฯ กล่าวเสริมว่า “TRM-PLUS มีกำลังคนผู้มีศักยภาพที่ทำงานร่วมกับสถานประกอบการทั้งสิ้น 769 คน จัดแพ็คเกจการทำงานร่วมเป็น 3 รูปแบบ รวม 145 โครงการ คือ Basic-package หรือ TMB จำนวน 33 โครงการ อาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของนักวิจัยพี่เลี้ยงเพื่อบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ ในการแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนไม่มากนัก Impact-package หรือ TMI จำนวน 102 โครงการ มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญของนักวิจัยรุ่นกลาง ในการแก้ปัญหาเชิงเทคนิคและการผลิตขั้นสูง สร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ให้แก่สถานประกอบการ รวมถึงบ่มเพาะบุคลากรในสถานประกอบการให้มีทักษะด้านการวิจัยและพัฒนา High-impact-package หรือ TMH จำนวน 10 โครงการ มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติ ยกระดับศักยภาพของนักวิจัยที่มีประสบการณ์สูง และสถานประกอบการที่มีความพร้อม เพื่อการแข่งขันเชิงพานิชย์ระดับสากล”

ทั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จของระบบการบริหารจัดการทุนวิจัยแนวใหม่ ในการคัดเลือก บ่มเพาะ และเคลื่อนย้ายกำลังคนจากสถาบันการศึกษาไปทำงานร่วมกับสถานประกอบการเพื่อการพัฒนานวัตกรรม การดำเนินการที่ผ่านมากว่า 2 ปี ทำให้เกิดการขยายโอกาสการทำงานไปยังเครือข่ายการจัดการศึกษาการในระดับอาชีวศึกษา รวมถึงมหาวิทยาลัยและสถานประกอบการเครือข่ายในต่างประเทศ และส่งผลกระทบเชิงบวกทำให้สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ลดต้นทุนการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศตั้งแต่ 50-90% เพิ่มโอกาสและพัฒนาแนวคิดธุรกิจฐานนวัตกรรมแก่วิสาหกิจชุมชน และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจ SML มากกว่า 280 แห่ง มูลค่าการลงทุนจากภาคเอกชนในแพลตฟอร์ม เพิ่มขึ้นจาก 12% เป็น 28% ซึ่งเป็นการยกระดับกลุ่ม มทร. ให้ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่มีบทบาทสำคัญในการยกระดับการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาในภาคเอกชน และสร้างโอกาสให้แก่สถานประกอบการไทย ไปสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นด้วย

การพัฒนาภาคสถานประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม ด้วยกลไกของภาคการศึกษา

ม.บูรพา กับเส้นทางสู่มหาวิทยาลัยนวัตกรรมแห่งภาคตะวันออก พร้อมผลิตบุคลากร & ต่อยอดวิจัยเชิงพาณิชย์ตอบโจทย์ EEC

ไทยซัมมิท-มทร.ตะวันออก-สถาบันไทย-เยอรมัน ร่วมจัดหลักสูตร Upskill ทักษะบุคลากร รับ Manufacturing 4.0 ด้วยคอร์ส EEC Model Type B

MARA ต้นแบบสถาบันอบรม เทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ กับความพร้อมติดอาวุธให้คนทำงานภาคอุตสาหกรรม ด้วย EEC Model Type B

Previous articleของมันต้องมี! “ดูไบ” เผยโฉมหน้าเวอร์ติพอต โครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตสำหรับ “รถยนต์บินได้”
Next articleUpdate ความเคลื่อนไหวในรัสเซีย วันนี้
mm
เริ่มต้นขีดเขียนในฐานะ สื่อมวลชน กับงานผู้สื่อข่าวประจำกองประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ในปี 2546 ก่อนไปหาประสบการณ์ชีวิตที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียมา 1 ปี และกลับมายึดอาชีพ “นักเขียน” จริงจัง กับการเป็น กองบรรณาธิการนิตยสารชีวจิต 3 ปี หลังจากนั้นคิดว่าน่าจะเปลี่ยนสายไปทำงานในบริษัท PR agancy ได้ 6 เดือน เมื่อรู้ว่าไม่ถูกจริต เลยออกมาเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ประจำกองบรรณาธิการนิตยสารฟีลกู้ดอย่าง Happy+ อยู่ 1 ปี สัมภาษณ์ทั้งดาราและคนบันดาลใจ ก่อนเข้าสู่ระบบงานประจำอีกครั้งกับนิตยสาร MBA กับการเป็นนักเขียนที่รับผิดชอบในเซคชั่นหลักสูตร MBA ของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ สั่งสมประสบการณ์อยู่ 3 ปี ก็ได้เวลา Upskill สู่งาน Online content writer ที่ใช้ความชอบและความหลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ความรู้ใหม่ๆ ในยุค Education 4.0 อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์