
อว. ปรับลุคผลิตกำลังคนแนวใหม่ นำร่องสาขาชิ้นส่วนยานยนต์ 4 มหาวิทยาลัย

นายสัมพันธ์ เย็นสำราญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงการหาแนวทางการผลิตกําลังคนเฉพาะทางตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยจะนำร่องทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ สาขาการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ตามนโนบาย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. ที่ให้หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) ร่วมกับ สป.อว. เป็นหน่วยขับเคลื่อนแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ เพื่อเป็นรากฐานที่สำคัญในเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศอย่างยั่งยืน โดยในเบื้องต้นจะร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อการผลิตกําลังคนเฉพาะทางตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม พุ่งเป้าไปที่สาขายานยนต์ ใน 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยเฟ้นหากำลังคนจากนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และนักเรียนในกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ภายใต้แนวคิดที่ว่า “มีอาชีพ มีรายได้ มีวุฒิการศึกษา” โดยระหว่างการศึกษาจะได้ทำงานในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในหลักสูตร และได้รับเงินเดือนเพื่อเลี้ยงชีพไปด้วย ที่สำคัญมหาวิทยาลัยที่ร่วมโครงการ จะผลักดันให้อาจารย์ผู้สอนไปฝังตัวในภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาทักษะและทำวิจัยคู่ขนาน ถอดรูปแบบการเรียนรู้สมัยใหม่ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอีกด้วย

สนค. แนะผู้ประกอบการใช้ Digital Solution แก้ปัญหาภาษีคาร์บอน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการทั่วโลกปรับตัวใช้ Digital Solution เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อรับมือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (Climate-related Measures) และการค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมาตรการสำคัญที่อาจกระทบต่อการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก และกำลังจะบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 คือ มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM) ของสหภาพยุโรป ในส่วนของประเทศไทย มีบริษัทเอกชนชั้นนำเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อนำมาปรับใช้กับบริษัทแล้ว เช่น บริษัท ปตท. ร่วมกับบริษัท Envision Digital พัฒนาระบบ EnOSTM ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ เพื่อตรวจสอบและควบคุมการใช้พลังงาน รวมถึงประเมินความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในพื้นที่ทดลองของโครงการ เพื่อบริหารและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยังมีบริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค (ประเทศไทย) ได้พัฒนาและเริ่มใช้ซอฟแวร์ SCADA GENESIS64™ ช่วยวิเคราะห์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยนำเสนอเป็นภาพจำลองแบบ Real-time ที่ติดตามกระบวนการปล่อยคาร์บอนในโรงงานอุตสาหกรรมตั้งแต่รายชั่วโมง รายวัน รายเดือน และรายปี เพื่อวางแผนระบบการผลิต ควบคุมการใช้พลังงานและปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ให้เกินค่ามาตรฐานกำหนด หรือลดปริมาณการปล่อยให้น้อยที่สุด

“อีวี” ตีตลาดรถยนต์สันดาป ส.อ.ท. ปรับลดยอดผลิตปีนี้ 5 หมื่นคัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กลุ่มอุตฯ ยานยนต์ ส.อ.ท.ได้ปรับเป้าหมายการผลิตรถยนต์ของไทยในปี 2566 ลดลง 50,000 คันจากเดิมวางเป้าหมายการผลิตรวมอยู่ที่ 1,950,000 คัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก 1,050,000 คัน ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 900,000 คัน ปรับเป็นการผลิตรวม 1,900,000 คันลดลงจากเป้าเดิม 2.56% แบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกคงเดิม 1,050,000 คัน แต่ลดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศลงเหลือเป็น 850,000 คัน หรือลดลง 5.56% สำหรับสาเหตุหลักที่ปรับเป้าเนื่องจากยอดจำหน่ายในประเทศลดลงจากการเข้ามาของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เริ่มเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันหรือสันดาปภายในมากกว่า 5% ซึ่งเป็นรถยนต์นำเข้าที่ยังไม่ได้ผลิตในประเทศและครึ่งปีหลังยังคงต้องติดตามใกล้ชิดหากมีการนำรถ EV ราคาต่ำมาทำตลาดเพิ่มอีกก็จะกระทบมากขึ้นตามลำดับ ขณะเดียวกันสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์จากหนี้ครัวเรือนที่สูงถึง 90.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) การส่งออกของไทยที่ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ทำให้มีการลดกะการผลิตและลดการทำงานทำให้อำนาจซื้อลดลง ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงเป็นขาขึ้นและค่าครองชีพที่สูงประชาชนจึงระมัดระวังการใช้จ่าย

ปรับเพิ่มค่าเข้าชมโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานฯ 72 แห่งเฉพาะชาวต่างชาติ คนไทยราคาเดิม

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 25 ก.ค. 66 ได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าเข้าชมและค่าบริการอื่นสำหรับโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (ฉบับที่….) พ.ศ…. ทำให้มีการเพิ่มอัตราค่าเข้าชมและค่าบริการอื่นสำหรับโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ 72 แห่ง เนื่องจากอัตราเดิมใช้มากว่า 15 ปี ตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งมูลค่าเงินและอัตราแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงเวลาดังกล่าว อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลโบราณสถานมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาก และลดภาระการจัดสรรงบประมาณจากการเก็บภาษีจากคนไทยมาใช้ในการบูรณะดูแลเพื่อประโยชน์ด้านอื่น จึงได้ปรับเพิ่มอัตราค่าเข้าชมเฉพาะชาวต่างชาติ (บุคคลสัญชาติอื่น) สำหรับอัตราค่าเข้าชมของคนไทย ครม. ได้มีมติให้คงอัตราเดิมไว้ ไม่เพิ่มอัตราค่าเข้าชม เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติของคนไทยทุกรุ่นทุกวัย และไม่เป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวของคนไทย

เวียดนามออกกฎ ‘สายการบิน’ คืนเงินผู้โดยสารเที่ยวบินดีเลย์ 5 ชม.
www.xinhuathai.comหนังสือพิมพ์เวียดนาม นิวส์ (Vietnam News) อ้างอิงกระทรวงคมนาคมของเวียดนาม รายงานว่ากฎข้อบังคับฉบับใหม่กำหนดให้สายการบินในเวียดนามคืนเงินแก่ผู้โดยสารหากเที่ยวบินล่าช้าตั้งแต่ 5 ชั่วโมงขึ้นไป โดยจะต้องคืนเงินค่าบัตรโดยสารทั้งหมด หรือเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้โดยสาร กระทรวงฯ ระบุว่ากรณีเที่ยวบินล่าช้าตั้งแต่สองชั่วโมงขึ้นไปภายในระยะเวลาให้บริการ สายการบินจะต้องเสนอเปลี่ยนแปลงกำหนดการเดินทางที่เหมาะสมสำหรับผู้โดยสาร หรือเปลี่ยนเที่ยวบินเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้าย โดยยกเว้นเงื่อนไขทั้งหมดเกี่ยวกับการเปลี่ยนกำหนดการ หรือการเปลี่ยนเที่ยวบินและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องสำหรับผู้โดยสาร สำหรับบัตรโดยสารที่ยังไม่เคยใช้ กระทรวงฯ กำหนดให้การคืนเงินเท่ากับค่าบัตรโดยสารที่ผู้โดยสารชำระ โดยกฎข้อบังคับใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย. ปีนี้ (ที่มา : ซินหัว)
Post Views: 615