Barbie Culture ตอนแรก (Ruth Handler แม่บังเกิดเกล้า Barbie)

Ruth Handler เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 1916 ในเมือง Denver รัฐ Colorado เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของครอบครัวชาวโปแลนด์เชื้อสายยิวผู้อพยพหนีภัยนาซีมาตั้งรกรากในสหรัฐอเมริกา
Ruth Handler ในวัย 16 ได้พบรักกับ Isadore Elliot Handler ก่อนทั้งคู่จะตกลงแต่งงานกันในอีก 3 ปีต่อมา

หลังแต่งงาน Ruth ได้งานเลขานุการที่ Paramount Studios ส่วน Isadore Elliot ที่มีความสนใจเกี่ยวกับงานออกแบบผลิตภัณฑ์เป็นทุนเดิม ได้ก่อตั้งบริษัท Elzac ขายสินค้าเครื่องประดับ และเครื่องแต่งกายสุภาพสตรี ไปจนถึงเครื่องครัว
อย่างไรก็ดี Elzac ไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดไว้ ทำให้ทั้งคู่มองหาหนทางใหม่
ในปี ค.ศ. 1949 Ruth และ Isadore Elliot ได้ร่วมกันก่อนตั้ง Mattel Creations บริษัทผลิตของเล่น และตุ๊กตาร่วมกับ Harold Matt Matson แต่หลังจากเปิดบริษัทได้ไม่นาน Harold ก็ขายหุ้นทั้งหมดคืนให้ครอบครัว Handler เนื่องจากปัญหาสุขภาพ

ในช่วงแรกของ Mattel ได้ผลิตสินค้าประเภทกิฟต์ช็อป เช่น กรอบรูป และเฟอร์นิเจอร์บ้านตุ๊กตา ก่อนจะเริ่มปล่อยของเล่นชิ้นแรกในปี ค.ศ. 1949 นั้นเอง นั่นคือ Uke-A-Doodle กีตาร์เด็กเล่น ที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนา และจินตนาการผ่านดนตรี
แม้ Uke-A-Doodle จะดูเหมือนของเล่นธรรมดาทั่วไป ทว่า Mattel ก็ได้วางแผนการตลาดมาเป็นอย่างดี โดยซื้อโฆษณาแบบยาวทั้งปี ค.ศ. 1955 ในรายการโทรทัศน์ Mickey Mouse Club ของ Walt Disney ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มเกินคาด เพราะทำให้ Mattel กลายเป็นบริษัทของเล่นที่ถูกเด็กๆ พูดถึงมาจนทุกวันนี้

หลังจากนั้น Ruth Handler มีแนวความคิดอยากผลิตตุ๊กตาสำหรับเด็กผู้หญิงออกวางขาย เธอจึงให้ Isadore Elliot Handler ออกแบบตุ๊กตาเด็กหญิงผมแดง Raggedy Ann

ปรากฏ Raggedy Ann ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ระหว่างนั้น Ruth Handler ได้พยายามมองหาตุ๊กตาแนวใหม่เพื่อต่อยอดธุรกิจ ของ Mattel ให้ก้าวกระโดดไปอีกขั้น
Ruth Handler อยากได้ตุ๊กตาที่มีทรวดทรงองค์เอวแบบสาวสะพรั่ง เธอจึงรู้สึกตะลึงกับ Lilli ในช่วงระหว่างท่องเที่ยวสวิสซเซอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 1956 เป็นอย่างมาก
Ruth Handler ตัดสินใจซื้อ Lilli กลับบ้านถึง 11 ตัว ก่อนจะสั่งให้ส่งตามหลังมาทางไปรษณีย์อีกหนึ่งโหล และทำการออกแบบ Lilli ขึ้นมาใหม่ ให้มีริมฝีปาก และคิ้วที่ดูอ่อนโยนมากขึ้น
Ruth Handler ตั้งชื่อตุ๊กตาตัวนี้ว่า Barbie ที่มาจาก Barbara ชื่อลูกสาวของเธอนั่นเอง อันเป็นต้นกำเนิดของ Barbie ตัวแรกในปี ค.ศ. 1959
เมื่อบริษัท Mattel, Inc. ของเธอ ได้ทำการเปิดตัว “ตุ๊กตา Barbie” ในงาน American International Toy Fair มหกรรมของเล่นสุดยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ

Barbie ตัวแรกถูกผลิตออกมาโดยมีแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนภาพจำของตุ๊กตาเด็กทารก สู่ตุ๊กตาหญิงสาวหุ่นนางแบบ ผู้มีความใฝ่ฝันในอาชีพ และชีวิตของตนเอง
ภายใต้แนวคิดดังกล่าว ทำให้ Barbie ตัวแรกดังเป็นพลุแตก
ทำให้ปีค.ศ. 1961 มีการปรากฏตัวของ Ken หรือ Barbie ฉบับผู้ชายในฐานะแฟนหนุ่มของ Barbie ตามด้วย Fashion Set และสินค้ากว่าอีก 50 หมวดหมู่

โดยชื่อ Ken และ Barbie มีที่มาจากชื่อลูกชาย และลูกสาว (Barbara) ของ Ruth Handler และ Isadore Elliot Handler นั่นเอง
แม้จะเปิดตัวอย่างสวยหรู แต่ยอดขายช่วงแรกไม่เป็นไปตามที่ Mattel คิด บริษัทจึงได้ว่าจ้าง Dr. Ernest Dichter นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ผู้นำแนวคิดจิตวิเคราะห์ของ Sigmund Freud มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค มาช่วยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการตลาดให้กับ Barbie

ดังนั้น เสื้อผ้าของ Barbie ที่ถูกเติมเข้ามานอกจากชุดว่ายน้ำ One Piece ม้าลายก็คือ “ชุดแต่งงาน” ภายใต้หลักจิตวิทยาสอนให้เด็กสาวรู้จักวิธีการแต่งตัว ดูแลตัวเองให้สวยสง่า และเติบโตไปเป็นเจ้าสาวผู้งดงามเหมือน Barbie
หลังจากได้ Dr. Ernest Dichter มาเติมเต็มทีมงาน ในปีนั้น Barbie สามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 300,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว
อย่างไรก็ดี แม้ Ruth Handler จะสร้าง Barbie ขึ้นมาด้วยความตั้งใจในการเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ฝันถึงอนาคตตัวเองอย่างเต็มที่
ทำให้เด็กสาวมากมายหลายประเทศ ชื่นชอบ Barbie และซึบซับมาตรฐานความงามของ Barbie จนฝังรากลึกในจิตใจเกี่ยวกับความสวยความงาม มากกว่าที่จะทำให้พวกเธอรู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพในการจะทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองปรารถนา ตามที่ Ruth ตั้งใจไว้

มีการโจมตีเป็นระลอก ว่า Barbie มีส่วนในการกำหนดมาตรฐานความงามที่ไม่สมจริงในหลายๆ ด้านให้กับเด็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพลักษณ์นางแบบ
ไม่ว่าจะเป็น การต้องมีหน้าเล็ก ผมยาวสลวย ผิวเนียน ขาขาวเรียว หน้าอกใหญ่ สะโพกผาย ก้นแน่น และเอวคอด
ซึ่งทำให้เด็กสาวจำนวนมากเชื่อว่า การสูงประมาณ 175 เซ็นติเมตร หนักประมาณ 50 กิโลกรัม มีหน้าอกคัพ F และแขนขาเรียวเล็ก คือรูปร่างที่ดูดี และเป็นที่ฝันใฝ่ของชายหนุ่ม
ทำให้เด็กสาวจำนวนมาก เพิกเฉยต่อความจริงที่ว่า ร่างกายของมนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน
จากการวิจัยพบว่าเด็กผู้หญิงที่เล่นกับตุ๊กตาบาร์บี้มีแนวโน้มที่จะเป็นโรค Eating Disorders และมีความนับถือตนเองต่ำ
ความคิดเหล่านี้สามารถคงอยู่ไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันเราจะพบว่าในชีวิตจริงมีผู้หญิงหลายคนยอมจ่ายเงินหลายหมื่นบาทไปกับการทำศัลยกรรมพลาสติกเพื่อให้เหมือน Barbie
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Michael Jackson

หลักเกิดปรากฏการณ์มากมายที่แสดงให้เห็นว่าตุ๊กตาบาร์บี้มีส่วนสำคัญในการสร้างรากฐานมาตรฐานความสวยงามของสังคม Mattel ได้เปิดโครงการ Dawn
ที่ออกแบบ และจัดทำ Barbie ให้มีความหลากหลายมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น Barbie ผิวดำ Barbie เจ้าเนื้อ Barbie ใส่ขาเทียม Barbie นั่งรถ Wheelchair หรือแม้กระทั่ง Barbie ที่เป็น Down Syndrome ฯลฯ

ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรณรงค์ในด้านกลับ ว่าค่านิยมความสวยงามต่างๆ ที่เกิดขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
และผู้คนจะกลับมาให้ความสนใจ Barbie ในฐานะผู้มอบพื้นที่ เติมฝัน และสร้างสังคมที่เท่าเทียม ดังความตั้งใจแรกเริ่มของ Ruth Handler นั่นเองครับ











