บพข. ส่ง ‘ไฟท์ฝุ่น สเปรย์’ นวัตกรรมสู้ฝุ่น PM2.5 ฝีมือนักวิจัยไทย รับโอกาสโตต่อเนื่องในตลาดโลก

ฝุ่น PM2.5 ยังเป็นภัยหลอนสั่นประสาทคนทั้งโลก แม้จะเรียกว่า “ฝุ่น” แต่กายภาพคล้าย “ควัน” ทำให้ฝุ่นชนิดนี้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย ที่สำคัญคือเมื่อหายใจ PM2.5 เข้าไปแล้ว เวลาหายใจออก ฝุ่นจะไม่ได้ถูกขับออกมาเหมือนฝุ่น PM ที่มีขนาดเล็กกว่า

เพราะฝุ่นขนาด 2.5 ไมครอนนั้นเป็นขนาดพอดิบพอดีที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่เซลล์และเดินทางตามกระแสเลือด และถ้าฝุ่นนี้มีองค์ประกอบทางเคมีอื่นๆ เกาะอยู่ เช่น โลหะหนักหรือสารพิษต่างๆ ก็เสมือนมีตัวพานำสารพิษต่างๆ นั้นเข้าสู่ร่างกายด้วย นั่นคือมหันตภัยของฝุ่นชนิดนี้ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง


อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสตาร์ทอัพไทย บริษัท เฮิร์บ การ์เดียน จำกัด ได้สร้างนวัตกรรมระดับโลกขึ้นมาสกัดกั้นฝุ่น PM2.5 ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายได้เป็นผลสำเร็จ นั่นคือผลิตภัณฑ์ฉีดพ่นลดฝุ่นในห้องปิดที่ชื่อว่า “ไฟท์ฝุ่น สเปรย์” (PhytFoon Spray) ซึ่งพัฒนาจากผลงานวิจัยของ ศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา สุขหร่อง และ รศ.ภญ. ร.ท.หญิง ดร.ภัสราภา โตวิวัฒน์ อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบันที่ต้องเผชิญกับฝุ่นจิ๋ว โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ Leaders in Innovation Fellowships (LIF) ประเทศอังกฤษ และได้รับความสนใจจาก บริษัท เพนทา อินโนเทค จำกัด ซื้อสิทธิการใช้ประโยชน์นำไปผลิตเป็นสินค้าออกมาจำหน่ายในเชิงพาณิชย์
ศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา สุขหร่อง
ศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา เล่าถึงแนวคิดงานวิจัยชิ้นนี้ว่าได้รับแรงบันดาลใจจากยาชนิดเขย่าขวดก่อนรับประทาน
“วันหนึ่งเรานั่งมองดูฝุ่นในอากาศ แล้วก็คิดแบบเภสัชกรคือ ทำไมฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศถึงไม่ตกลงบนพื้นเหมือนยาที่ต้องเขย่าขวดก่อนกิน ทุกคนเคยกินยาลดกรดที่ต้องเขย่าขวดก่อนรับประทาน เวลาเราเขย่าขวดจะเห็นของเหลวฟุ้งขึ้นมา พอทิ้งไว้สักพักของเหลวนั้นก็ตกลงไปอยู่บริเวณก้นขวดเหมือนเดิม พี่ก็คิดว่าถ้าของแข็งแขวนลอยในของเหลวยังตกลงบนก้นขวดได้ ทำไมฝุ่นซึ่งเป็นของแข็งที่ลอยอยู่ในอากาศถึงไม่ตกลงบนพื้นได้บ้าง นั่นคือแนวคิดช่วงแรกที่ผุดขึ้นมา
ปัญหาคือทำอย่างไรให้ฝุ่นตกลงมา ก็เลยเริ่มศึกษาเรื่องฝุ่น ค้นหาจากเว็บไซต์ แหล่งข้อมูลต่างๆ จนไปเจอชื่ออาจารย์ท่านหนึ่งในจุฬาลงกรณ์ มีความเชี่ยวชาญเรื่องฝุ่น จึงเดินทางไปพบ เล่าถึงแนวคิด ชวนท่านมาร่วมทำงานวิจัยชิ้นนี้ คิดค้นสูตรต่างๆ ในการดึงฝุ่น PM2.5 ให้ตกลงบนพื้นโดยไม่ฟุ้งกระจายกลับไปในอากาศอีก ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก เพราะฝุ่นไม่เหมือนสารแขวนลอย มันมีอนุภาคเหมาะต่อการล่องลอยในอากาศมากกว่าอยู่บนพื้นดิน ขนาดเราเอาน้ำไปฉีด แม้จะชำระฝุ่นได้ แต่จะมีจำนวนหนึ่งยังฟุ้งอยู่ในอากาศ วิจัยกันมากมายหลายสูตร กระทั่งพบสูตรที่พ่นออกไปแล้วดึงฝุ่นให้ตกลงบนพื้นโดยไม่ฟุ้งกลับขึ้นไปในอากาศ เราจึงไปจดสิทธิบัตร”

ไฟท์ฝุ่น สเปรย์

ศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับฝุ่นที่น่าสนใจว่า ฝุ่นมีหลายชนิด ถ้าเป็นฝุ่นขนาดเล็ก เช่น 1 ไมครอน เวลาหายใจเข้าไปก็จะหายใจออกมาเลย เพราะมีขนาดเล็กมาก ถ้าเป็นขนาด 5 หรือ 10 ไมครอน เมื่อหายใจเข้าไปจะติดอยู่บริเวณขนจมูก แต่ขนาด 2.5 เป็นขนาดไม่เล็ก ไม่ใหญ่ พอหายใจเข้าไปจะแทรกซึมเข้าสู่เซลล์และเดินทางตามกระแสเลือด โดยมีสารต่างๆ เกาะติดไปกับฝุ่น อาทิ สารโลหะหนักจากพวกเครื่องยนต์ สารพิษจากควันไฟ แร่ธาตุอื่นๆ เมื่อเข้าไปในร่างกายก็ทำให้เกิดภาวะต่างๆ ตั้งแต่ภูมิแพ้ จาม ไอ ลามไปสู่โรคร้ายแรงต่างๆ ในอนาคต
“สิ่งแรกที่เรายึดถือในการคิดค้นงานวิจัย ไฟท์ฝุ่น สเปรย์ คือ S (Safety) ความปลอดภัย ต้องใช้สารที่ปลอดภัยต่อร่างกาย Q (Quality) คือคุณภาพ ของที่ใช้ต้องมีคุณภาพและมาตรฐาน ปิดท้าย คือ E (Efficacy) ซึ่งได้แก่ประสิทธิภาพ คือใช้ได้จริง ขั้นตอนที่ยากที่สุดคือการทดสอบ เพราะเราเป็นนักวิจัย เวลาจะรับรองอะไรสักอย่าง ต้องทดสอบแล้วทดสอบอีก ต้องซื้อฝุ่นมาทดลองเป็นแสนบาท ฝุ่นที่ซื้อต้องนำเข้าแยกชั้น คัดค่าเฉลี่ยให้ได้ 2.5 ไมครอน ค่าเช่าเครื่องเก็บฝุ่นวันละหมื่น เก็บฝุ่น 10 วันก็หนึ่งแสนบาทแล้ว นั่นคือความยากของงานชิ้นนี้
ซึ่งจุดเด่นของ ไฟท์ฝุ่น สเปรย์ คือเป็นสารผสมจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เมื่อพ่นเข้าไปในอากาศ สารผสมนี้สามารถทำให้ PM2.5 เกาะรวมตัวกัน  ซึ่งได้มีการพิสูจน์ลักษณะของฝุ่นที่ตกลงมาสู่พื้นหลังการใช้สารฉีดพ่นด้วยกล้องจุลทรรศน์ พบว่าฝุ่นมีขนาดใหญ่ขึ้นและไม่สามารถลอยกลับขึ้นไปในอากาศได้นานถึง 7 ชั่วโมง ช่วยให้เช็ดถูทำความสะอาดได้”
ไฟท์ฝุ่น สเปรย์

ความสำเร็จของ ไฟท์ฝุ่น สเปรย์ ทำให้ทีมงานเดินหน้าเฟส 2 ต่อ นั่นคือการสกัดกั้นฝุ่น PM2.5 บริเวณพื้นที่นอกอาคาร
“ในช่วงที่ผ่านมา ไฟท์ฝุ่น สเปรย์ ต่อสู้กับฝุ่นในพื้นที่ปิด ตอนนี้เราพยายามทำแบบกึ่งเปิดกึ่งปิด ด้วยการใช้โดรนเป็นเครื่องมือฉีดพ่น เป็นงานวิจัยขั้นต่อไป โดยเราไปทดลองในโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีตึกสูงอยู่รอบด้าน อากาศไม่ถ่ายเท ทำให้ฝุ่นคลุ้งอยู่เต็มบริเวณ เราจึงทดสอบด้วยการใช้โดรนพ่นไฟท์ฝุ่น สเปรย์ เบื้องต้นได้ผลน่าพอใจ”
ศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา ยอมรับว่างานวิจัย ไฟท์ฝุ่น สเปรย์ ประสบความสำเร็จได้เพราะได้รับการบ่มเพาะจาก CU Pharmacy Enterprise คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ และโครงการศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Innovation Hub) รวมถึงการได้รับคัดเลือกให้เข้ารับการบ่มเพาะในโครงการ LIF ของประเทศอังกฤษ

Leaders in Innovation Fellowships (LIF) เป็นโครงการให้ทุนวิจัยของ The Royal Academy of Engineering (RAEng) ประเทศอังกฤษ จัดตั้งกองทุนวิจัย LIF (เดิมเรียกว่า Newton Fund) เป็นกองทุนให้เปล่ากับประเทศในกลุ่มที่ 3 เพื่อที่จะช่วยพัฒนาผู้ประกอบการหรือนักวิจัยที่สนใจจะนำเทคโนโลยีมาต่อยอดธุรกิจ ด้วยการอบรม ให้ความรู้ พาไปเจอกับคนที่สนใจเทคโนโลยีนั้นๆในต่างประเทศ เป็นช่องทางที่จะเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีหรือสินค้าที่ผ่านการคัดเลือกได้ไปสู่ต่างประเทศ ทำให้นักวิจัยหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ มีความเข้าใจในเรื่องการทำธุรกิจ มีประสบการณ์จากการเข้าไป Workshop ได้รู้จักนักวิจัยและผู้ประกอบการจากประเทศอื่นๆ มีเป้าหมายพัฒนาความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมระหว่างประเทศ เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต ซึ่งนำมาสู่ความร่วมมือระดับทวิภาคีที่เข้มแข็งขึ้นระหว่างประเทศอังกฤษและ 16 ประเทศพันธมิตร รวมถึงประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย LIF ทำงานร่วมกับ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) คัดเลือกผู้ประกอบการกลุ่ม SME Startup หรือ Entrepreneur รวมถึงนักวิจัย นักวิชาการ หรืออาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีองค์ความรู้ โดย บพข. จะคัดเลือกงานวิจัยหรือธุรกิจเพื่อเข้าร่วมโครงการนี้ โดยพิจารณาเลือกเทคโนโลยีที่ดีที่สุด เพื่อนำไปช่วยปรับปรุง ต่อยอด พาไปเจอนักลงทุนในอังกฤษและประเทศต่างๆในยุโรป นอกจากจะได้มีโอกาสต่อยอดทางธุรกิจแล้ว ยังมีโอกาสไปเจอกับผู้ประกอบการและนักวิจัยจากชาติอื่นๆ ได้รู้ว่าเขาทำอะไร มี Mindset อย่างไร พัฒนาไปถึงไหนแล้ว ซึ่งจะสร้างความกระตือรือร้นให้กลุ่มนักวิจัยและผู้ประกอบการของไทย

“ตอนที่เราไปเจอโครงการ LIF ก็เขียนโครงการสมัครเข้าไป โดยที่ไม่มีหัวทางธุรกิจ เขียนแบบที่เราทำจริงๆ เขาตั้งคำถามมาว่าแนวคิดในเชิงธุรกิจคืออะไร เป้าหมายคืออะไร ต้องเปิดอินเตอร์เน็ตหาความหมาย แล้วเขียนตอบไป จนได้เข้ารอบคัดเลือก ซึ่งตอนนั้น ไฟท์ฝุ่น สเปรย์ ยังเป็นแค่โปรโตไทป์ หลังนำเสนอผลงานผ่านได้ไปอังกฤษ ทำให้เราเข้าใจเรื่องการค้าขาย รู้จักคนมากขึ้น ได้เพิ่มความเป็นผู้ประกอบการเข้าไป LIF ช่วยเชื่อมให้เราพบกับคนที่สนใจเข้ามาซื้อสิทธิการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย พอเขาได้ฟังเราพรีเซ็นต์คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เชื่อในคุณสมบัติ ก็เกิดความเชื่อมั่น ขอซื้อลิขสิทธิ์ไปทำเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายทั่วไป ขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยเราสามารถขายสิทธิ ไฟท์ฝุ่น สเปรย์ ด้วยมูลค่าสูงที่สุดตั้งแต่จุฬาฯ เคยขายสิทธิมา ซึ่งก็เป็นความภูมิใจของเรา ถ้าไม่มีโครงการ LIF เราคงมาไม่ถึงวันนี้ แม้เราจะเป็นระดับสูงสุดทางด้านวิชาการก็ตาม เพราะว่าสมัยก่อนเราไม่เคยมีหัวใจของผู้ประกอบการ ชอบทำในสิ่งที่เราถนัด นำงานมาตีพิมพ์ โดยไม่มองเรื่องการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ไม่รู้จักเพนพ้อยท์ของคนอื่น รู้จักแต่ตัวเอง LIF ค่อยๆ บ่มเพาะ แนะนำในสิ่งที่ต้องเรียนรู้ ลงมือทำ เปลี่ยนมายด์เซ็ท ให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นในการเป็นผู้ประกอบการ ได้เจอคนที่จริตตรงกัน สร้างงานวิจัยใหม่ๆ ออกมา”
ศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา ยังกล่าวถึง หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เปรียบเสมือนองค์กรสมัยใหม่ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการให้ทุนวิจัยอย่างทั่วถึงและสร้างผลสัมฤทธิ์แท้จริง เพราะการให้ทุนของ บพข.เป็นการให้ทุนเพื่อเกิดการแข่งขัน ผู้รับทุนต้องพิสูจน์ให้ได้ว่างานวิจัยนั้นจะประสบความสำเร็จอย่างไร ที่สำคัญคือต้องเป็นหนึ่งในฟันเฟืองของการขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มส์ ซึ่งการให้ทุนวิจัย หากไม่มีเป้าหมายชัดเจน ก็จะทำให้เกิดความกระจัดกระจาย ไม่สร้างขีดสามารถทางการแข่งขันแท้จริง แต่งานวิจัยที่จะได้รับทุนจาก บพข.ต้องพิสูจน์ว่าเกิดประโยชน์จริง สำเร็จจริง เชื่อมโยงกับฟันเฟืองทั้งระบบ บพข.จึงเปรียบเสมือนผู้สร้างอีโคซิสเต็มส์จากฟันเฟืองต่างๆ

นักวิจัยซึ่งกลายเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมระดับโลก ศ.ภญ.ร.ต.อ.หญิง ดร.สุชาดา ยังฝากถึงคนทั่วไปที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการยุคใหม่ว่า สตาร์ทอัพ ไม่ได้เกี่ยวกับอายุ การมีอายุมาก หมายถึงมีความเก๋า มีของ มีประสบการณ์ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบ
“ในอดีตไม่เคยคิดว่าจะเป็นผู้ประกอบการ เราทำผลงานวิจัยเพื่อตีพิมพ์ ทำให้เรามีผลงานวิจัยมากในระดับหนึ่ง สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เราจึงปรับกระบวนความคิดใหม่ กลับไปดูงานวิจัยที่เคยทำ คัดเลือกมาต่อยอด ผสมกับการแสวงหาความรู้ใหม่ๆ มีหลายสิ่งที่เรายังไม่รู้ ต้องเรียนรู้ทุกวัน เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับโลกใบนี้”

งานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาในสังคม และได้รับการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้จริง

บพข. ร่วมปลดล็อคงานวิจัยไทย วัคซีนสำหรับปลานิล สู่ตลาดโลก เพิ่มอัตรารอดให้ อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงปลานิล สูงถึง 95%

บพข. ปลื้ม “อัลจีบา” AquaTech ไทยมาแรง พัฒนา SeaThru Platform ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำด้วย AI

5 นักวิจัยไบโอเทค-สวทช. สร้างมูลค่า 5 พืชสมุนไพรเศรษฐกิจ เชื่อมโยงสู่เกษตรสมัยใหม่ ผ่านเขตนวัตกรรม EECi